สัญญา (2)
วันนี้เป็นวันครอบครัวที่คุณอาวุธตั้งใจบอกกับลูกชายและลูกสาวว่าเขากำลังจะแต่งงานกับคุณสิรีแม่ของเด็กหญิงพิมพ์วดีอย่างเป็นทางการ เมื่อลูกชายและลูกสาวรับประทานอาหารเช้าเสร็จ คุณอาวุธชวนลูกทั้งสองคนให้มานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น อิสรียานั่งบนตักของคุณอาวุธและออดอ้อนตามประสาลูกสาวคนเดียวที่มีทั้งพ่อและพี่ชายค่อยตามอกตามใจ คุณอาวุธลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู และการสนทนาระหว่างสามคนพ่อลูกก็เริ่มต้นขึ้น
“นลเรื่องเตรียมตัวไปเรียนไฮสคูลที่อังกฤษตามที่ลูกขอไว้ พ่อให้ทนายสมชายติดต่อเอาไว้ให้แล้วนะลูก เปิดเทอมหน้าเราไปขึ้นเกรดเจ็ดที่โน่นได้เลย พ่อดีใจที่ลูกจะได้เรียนจบทีเดียวกันกับพ่อ ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” คุณอาวุธภูมิใจในลูกชายคนโตที่สอบเทียบวุฒิเข้าโรงเรียนประจำที่อังกฤษได้ด้วยตัวเอง
“นลสัญญาครับว่าจะตั้งใจเรียนและกลับมาช่วยกิจการของพ่อ” อนลพูดด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าเขาต้องสืบทอดกิจการของครอบครัวต่อไปในอนาคต ตอนนี้เขายังเป็นเด็กจำเป็นต้องเร่งศึกษาหาความรู้ใส่ตัวให้มากเอาไว้ก่อน
“น้องไม่อยากไปเรียนไกลแบบพี่นล น้องอยากเรียนกับพิมพ์ อยากอยู่ใกล้พ่อ น้องโตขึ้น พ่อให้น้องเรียนที่เมืองไทยนะคะ น้องจะอยู่บ้านดูแลพ่อแทนพี่นลเอง” อิสรียาจับมือของคุณอาวุธมาเกี่ยวก้อยทำสัญญาพ่อลูกเอาไว้ก่อน
“พ่อมีอีกเรื่องที่สำคัญจะบอกกับนลและน้องด้วย เดือนหน้าน้าสิรีกับหนูพิมพ์จะย้ายมาอยู่ที่บ้านของเรา พ่อกับน้าสิรีจะแต่งงานกัน ยายน้องจะได้มีแม่ค่อยดูแล หนูพิมพ์จะมาเป็นพี่น้องกับเราแล้วรู้ไหม ยายน้องชอบไหม เราจะได้อยู่กับพิมพ์ทุกวันเลย” คุณอาวุธก้มหน้าถามอิสรียาที่แววตาเป็นประกายสนุกสนาน เมื่อได้ยินว่าเพื่อนรักกำลังจะย้ายมาอยู่ด้วยที่บ้านของเธอ อิสรียายังอายุน้อยเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่
“ดีค่ะ น้องชอบพิมพ์ พิมพ์น่ารัก นิสัยดี ไม่แกล้งน้องแบบเพื่อนคนอื่นๆ ที่โรงเรียน เวลาอยู่ที่โรงเรียนพิมพ์ช่วยน้องผลักคนที่ชอบแกล้งน้องด้วยค่ะพ่อ” อิสรียายิ้มร่าเริง
อิสรียานึกถึงวันแรกที่เด็กหญิงพิมพ์วดีย้ายมาเรียนที่โรงเรียน ด้วยความที่อิสรียาเป็นเด็กท้ายห้องตัวเล็กและเรียนไม่เก่ง เพื่อนหัวโจกมักจะรุมแกล้งและขโมยของในกล่องดินสอของเธอเป็นประจำ พิมพ์วดีที่ถูกส่งมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างที่ว่างอยู่ของอิสรียามักจะตะโกนฟ้องครูประจำชั้นให้อิสรียา ยามเหล่าหัวโจกมารุมแกล้งอิสรียา บางครั้งเด็กน้อยทั้งสองชวนกันวางแผนวิ่งหนีหัวโจกของห้อง สำหรับอิสรียาแล้วพิมพ์วดีเป็นเพื่อนตายที่ร่วมผจญภัยกันที่โรงเรียนทุกวัน
“นลไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้น นลไม่ยอมให้พ่อแต่งงานใหม่ พ่อไม่รักแม่อรแล้วหรือครับ” อนลจ้องมองหน้าของคุณอาวุธด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่าคนเป็นพ่อที่กำลังจะลืมแม่ของเขาที่จากไป
“พ่อกับอาสิรีเคยเป็นเคยรักกันมาก่อนที่จะมาแต่งงานกับแม่อรของเรา พ่อยังคิดถึงแม่อรของพวกเราเสมอนะ แม่อรไม่เคยจางหายไปอย่างที่นลกังวล เพียงแต่ว่าแม่อรจะอยู่ในความทรงจำของพ่อตลอดไป แม่อรยังเป็นแม่ของนลและน้องเสมอนะ พ่ออยากให้นลเข้าใจเรื่องนี้ด้วย พ่อหวังว่าเราโตแล้วและจะไม่ต่อต้านนะนล เราต้องคุยกันด้วยเหตุผล” คุณอาวุธรู้ดีว่าอนลต้องการต่อต้าน แต่อีกไม่ถึงสามเดือนอนลก็จะบินไปเรียนต่อแล้ว สังคมใหม่และโลกใหม่ที่ต่างประเทศจะทำให้ลูกชายของเขาไม่มีเวลามากังวลเรื่องแม่เลี้ยงอย่างแน่นอน
“ในเมื่อพ่อยังรักแม่อรอยู่แล้วทำไมพ่อต้องแต่งงานใหม่ด้วย นลไม่เข้าใจพ่อเลย แต่เมื่อพ่อตัดสินใจไปแล้ว นลไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องของผู้ใหญ่ แต่นลจะไม่เรียนเธอว่าแม่เด็ดขาด ชีวิตของนลมีแค่แม่อรเป็นแม่คนเดียว น้องสาวของนลมีแค่ยายน้องคนเดียว นลบอกพ่อเอาไว้ก่อนว่าอย่ามาบังคับให้นลกับน้องต้องยอมรับเรื่องนี้นะครับ” อนลไม่อยากให้อิสรียาลืมแม่อรทัยไปจากหัวใจ น้องสาวของเขายังเป็นเด็กน้อยอายุเพิ่งหกปี เขาไม่รู้ว่าช่วงที่เขาไปเรียนต่อแม่เลี้ยงจะมาพูดจาล้างสมองอะไรน้องสาวของเขาหรือเปล่า ขนาดแค่ลูกสาวอย่างเด็กหญิงพิมพ์นั้นยังทำให้น้องสาวของเขาหลงรักจนติดกันเป็นตังเมเลยทีเดียว
“พ่อสัญญาตามที่นลต้องการ เราอย่าคิดมากให้เกินวัยไปเลยไอ้ลูกชาย น้าสิรีเขาไม่ได้เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายอะไรแบบนั้นเสียหน่อย เราหัดลองเปิดใจดูก่อนแล้วกัน” คุณอาวุธบอกกับลูกชายคนโตที่ดูจะเตรียมตั้งป้อมปราการในใจต้อนรับแม่เลี้ยงและน้องสาวคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว คุณอาวุธได้แต่ปล่อยให้เวลาและความดีของสิรีและพิมพ์วดีชนะใจอนลเอาเองเช่นกัน
การแต่งงานครั้งที่สองของคุณอาวุธและคุณสิรีผ่านไปได้ด้วยดี คุณสิรีย้ายมาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของบ้านเกียรติกรไกรและทำหน้าที่แม่บ้านดูแลบ้านโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการของคุณอาวุธเลย คุณสิรีรับทำงานแปลหนังสือและอยู่บ้านดูแลรับส่งเด็กหญิงทั้งสองคนไปโรงเรียน เธอเป็นคุณครูสอนการบ้านของเด็กด้วยตัวเอง
อนลกลับยิ่งไม่ชอบคุณสิรีตรงที่เป็นแม่เลี้ยงที่ใจดีและเป็นคนดีมากกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ เขายังไม่ไว้วางใจในตัวคุณสิรีอยู่ดี อย่างน้อยช่วงที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาอาจจะไม่ต้องห่วงว่าน้องสาวจะไม่มีคนดูแลไปได้หนึ่งเรื่อง น้องสาวของเขาดูจะแปรพักตร์ และทำตัวติดไปกลับสองแม่ลูกเรียบร้อย
วันเดินทางเรียนต่อของอนลใกล้เข้ามาถึงแล้ว เขาเตรียมตัวเรียบร้อยแต่สิ่งที่ไม่เรียบร้อยกับเป็นความห่วงใยในตัวของน้องสาวของเขาเสียมากกว่า ยามบ่ายของวันหยุดเหมือนเช่นทุกอาทิตย์อิสรียายังชวนพิมพ์วดีมาเล่นเปิดร้านอาหารกันที่สวนดอกไม้ของคุณอรทัยที่จากไป สวนแห่งนี้ไปสวนที่อยู่ในอาณาเขตของบ้านเกียรติกรไกรเพียงแต่จะต้องเดินมาตามทางหินกรวดเสียหน่อย อนลรักษาสัญญาของน้องสาวที่จะมาเล่นเป็นลูกค้าของร้านเหมือนเช่นเคย พิมพ์วดีมักทำหน้าที่เป็นฝ่ายจัดหาวัตถุดิบให้ตามที่อิสรียาร้องขอเสมอ พิมพ์วดีเดินเข้าไปในเรือนกระจกตามคำขอร้องของอิสรียาที่ต้องการกลีบกุหลาบในเรือนกระจก ในขณะที่พิมพ์วดีกำลังจะเอื้อมไปเด็ดดอกกุหลาบในเรือนกระจกของสวนแห่งนี้ เสียงดุของเด็กชายอนลดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ
“ใครให้เธอเที่ยวเด็ดดอกไม้ในสวนของแม่อรทัยได้ตามใจชอบ” อนลโกรธที่เห็นกุหลาบของแม่กำลังโดนลูกสาวของแม่เลี้ยงตัดดอกออกไป พิมพ์วดีชะงักมือที่กำลังตัดดอกกุหลาบตามที่แม่สิรีเคยสอนเอาไว้ในการดูแลดอกไม้ ต้นไม้งดงามได้ต้องตัดแต่งกิ่ง เด็กดีได้ต้องเรียนหนังสือหาความรู้
“พิมพ์ตัดแต่ดอกที่ไม่สวย น้องจะเอาไปปรุงอาหาร พิมพ์ตัดไม่ได้หรือคะ” พิมพ์วดีหันไปถามด้วยแววตาสงสัย เธอยังไม่เข้าใจว่าทำไมอนลต้องโกรธมากมายขนาดนี้ ในเมื่อทุกครั้งที่เธอมาเล่นขายของกับอิสรียานั้น อิสรียากตัดดอกไม้ใบหญ้าแทบจะทุกต้นมาเล่นกันตลอดเวลา
“เธอเป็นเด็กปัญญาอ่อนหรือยังไง ฉันบอกว่าต้นกุหลาบของแม่อรทัย แม่ของฉัน เธอยังจะตัดมันได้ลงคออีกหรือ จะเล่นก็ไปตัดต้นอื่น ต้นไม้ดอกไม้ทุกต้นที่อยู่ในเรือนกระจกแห่งนี้ ฉันขอห้ามเธอเข้ามาตัดโดยเด็ดขาด” อนลรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นใบหน้าของพิมพ์วดีสลดลง เขาไม่ได้อยากรังแกเด็กผู้หญิงเลยแต่ทำไมยามที่เห็นตากลมโตเป็นตุ๊กตาของเด็กหญิงพิมพ์วดีครั้งใด เขากลับหงุดหงิดและอยากแกล้งทุกทีไป
“พิมพ์ขอโทษพี่นล พิมพ์จะไม่ทำร้ายดอกไม้ของพี่นล” เสียงขอโทษของเด็กหญิงพิมพ์วดีอ่อยลง คำพูดของอนลทำให้เธอคิดถึงบ้านต้นไม้ของพ่อของเธอที่จากไป เธอคงไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกบ้านต้นไม้ที่พ่อเคยพาปีนขึ้นไปเล่นสนุกกันสองพ่อลูก ตอนนี้บ้านของพ่อที่อเมริกาเป็นของลูกพี่ลูกน้องไปแล้ว
“ใครให้เธอเรียกฉันว่าพี่ ฉันมียายน้องเป็นน้องสาวคนเดียว เธอไม่มีสิทธิ์มานับญาติอะไรกับฉันจำเอาไว้ด้วย” อนลใช้มือจิ้มไปที่หน้าผากของเด็กหญิงพิมพ์วดีเบาๆ เหมือนจะกดปุ่มให้เธอบันทึกคำพูดของเขาเอาไว้ในสมองน้อย
“พิมพ์ขอโทษ พิมพ์เรียกตามน้อง พิมพ์ไม่เรียกว่าพี่นลแล้ว พี่นลจะให้พิมพ์เรียกว่าอะไร” พิมพ์วดีเริ่มงุนงงไปกับคำสั่งห้ามมากมายที่เด็กชายอนลตั้งหลักเกณฑ์ให้กับเธอ สมองน้อยเริ่มประมวลผลไม่ทัน
“ต่อจากนี้เธอต้องเรียกฉันว่าคุณนล ช่วงที่ฉันไม่อยู่ห้ามเธอเข้ามาที่เรือนกระจกของแม่อรทัยเด็ดขาด ห้ามเธอคิดว่าตัวเองจะทำตัวมาเทียบเสมอกับยายน้อง อย่าคิดว่าจะได้เป็นลูกสาวของพ่ออีกคน เข้าใจใช่ไหม ฉันไม่อนุญาตให้เธอมาทำตัวผยองในบ้านของฉัน” อนลจ้องเด็กหญิงพิมพ์วดีด้วยสายตารังเกียจ เขาไม่ชอบแม่ของพิมพ์วดีที่เข้ามาแทนที่แม่ของเขา ดังนั้นเขาจะไม่ชอบพิมพ์วดีด้วยที่กำลังจะมีสิทธิ์เทียบเท่ากับน้องสาวของเขาเช่นกัน
“พิมพ์มีพ่อของพิมพ์เหมือนกัน พิมพ์ไม่คิดแย่งคุณอาวุธมาเป็นพ่ออย่างแน่นอน” พิมพ์วดีเชิดหน้าจ้องมองอนลตอบโต้กลับไป
“ฉันจะคอยดู วันไหนพ่อของฉันยกข้าวของให้เธอกับแม่เมื่อไร วันนั้นเธอเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย ฉันจะร้ายกับเธอและแม่ ในแบบที่เธอไม่มีทางคาดคิดออกได้เลย” อนลใช้มือของเขากำไปรอบคอของพิมพ์วดีเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เด็กน้อยรับรู้เอาไว้ว่าเขาเอาจริง เมื่อวันนั้นเกิดขึ้น
พิมพ์วดีจ้องมองการกระทำของอนลด้วยแววตาหวาดกลัว เธอสัญญากับตัวเองว่า เมื่อถึงเวลาที่เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอต้องอยู่ให้ไกลห่างจากอนลให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะไกลได้
เสียงเรียกหาเพื่อนและพี่ชายของอิสรียาดังขึ้น อนลแกล้งทำตัวสุภาพเป็นพี่ชายดูแลน้องสาวที่ดีด้วยการตะโกนตอบออกไปว่า
“พี่นลช่วยพิมพ์เก็บวัตถุดิบอยู่ครับ น้องรอก่อนนะเดี๋ยวพี่กับพิมพ์กำลังจะออกไปกันแล้ว” อนลหันหน้ามาไปกระซิบขู่ไปที่ข้างหูของพิมพ์วดีอีกครั้ง
“หวังว่าเธอจะเข้าใจสิ่งที่ฉันเตือนเอาไว้นะ ฉันพูดจริงทำจริงอย่างแน่นอน” คำขู่ของอนลในวันนั้นทำให้พิมพ์วดีสร้างกำแพงสูงขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณอาวุธ เด็กหญิงพิมพ์วดีไม่เคยเรียกคุณอาวุธว่าพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าคุณอาวุธจะบอกให้เธอเรียกว่าพ่อก็ตาม
