คนใจร้าย (1)
หลังจากวันนั้นอนลบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทุกปิดเทอมใหญ่ของทุกปีอนลมักเดินทางกลับมาที่เมืองไทย และใช้เวลาอยู่กับอิสรียาและคุณอาวุธ เขาไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจพิมพ์วดีและคุณสิรีออกมาอย่างตรงไปตรงเลย แต่ในยามที่เขาได้อยู่ตามลำพังกับพิมพ์วดีนั้น เหมือนเขาจะเปลี่ยนบุคลิกที่แสดงออกจากหน้ามือเป็นหลังมือเสมอ ต่อหน้าทุกคนในบ้านจะเข้าใจกันว่า อนลรักและเคารพคุณสิรี เขาเอ็นดูพิมพ์วดีแบบพี่ชายอีกคนหนึ่ง แต่พิมพ์วดีรู้ดีว่าอนลเป็นพวกเล่นละครตีสองหน้าเก่งยิ่งกว่าดาราตุ๊กตาทองเสียอีก ดังนั้นพิมพ์วดีจึงมักหาเรื่องหลบหน้าอนลทุกครั้งด้วยการขอคุณสิรีไปเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศบ้าง หรือขอไปเข้าแค้มป์วิทยาศาสตร์กับโรงเรียน รวมไปถึงเรียนพิเศษหนักตลอดระยะเวลาที่อนลกลับมาพักผ่อนปิดเทอมที่บ้าน
ในปีที่พิมพ์วดีอายุครบ 17 ปี ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่เธอกำลังเลือกตัดสินใจว่าจะเรียนต่อที่กรุงเทพหรือจะไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ เมืองในสายหมอกที่เธอคิดว่าเหมือนกับเมืองเกิดของเธอที่อเมริกา
เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้พิมพ์วดีไม่เคยลืมอนลไปจากใจเลยได้เกิดในปิดเทอมฤดูร้อนครั้งนั้น และมันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พิมพ์วดีตัดสินใจหนีไปเรียนต่อที่เชียงใหม่
ปีนั้นอนลบินกลับบ้าน เขาเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ เขาตั้งใจมาพักผ่อนที่บ้านเสียก่อนที่จะบินกลับอังกฤษไปทำงาน พร้อมกับเรียนปริญญาโทต่อตามที่ตั้งใจเอาไว้ คุณอาวุธในวัยใกล้ห้าสิบปีได้จัดงานเลี้ยงภายในบ้าน เพื่อต้อนรับอนลที่เรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง อิสรียาที่มุ่งมั่นกับการเรียนทำอาหารและตั้งใจเป็นเชฟในโรงแรมอาสาลงมือทำอาหารโปรดของพี่ชายด้วยตัวเอง ส่วนพิมพ์วดีรับอาสาจัดดอกไม้ประดับโต๊ะอาหารให้เช่นกัน
ตั้งแต่วันที่อนลบอกว่าดอกไม้และต้นไม้ในเรือนกระจกทุกต้น คือ สิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงคุณอรทัยแม่ที่จากของชายหนุ่ม พิมพ์วดีเริ่มสนใจหัดดูแลต้นไม้ดอกไม้เหล่านั้นเอง ทุกวันหยุดเธอไปหัดเรียนวิธีการดูแลต้นไม้จากหัวหน้าคนสวน ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาต้นไม้ในเรือนกระจกเบ่งบานสวยงามด้วยฝีมือของพิมพ์วดี เธอรู้สึกว่าเรือนกระจกแห่งนี้เป็นเหมือนตัวแทนบ้านบนต้นไม้ของพ่อที่เธอไม่มีวันจะได้เห็นมันอีก
ไอ้ตาลหมาน้อยในวันวานเริ่มกลายเป็นหมาแก่ จากเดิมที่มันจะคอยวิ่งมาหยอกล้อกับเจ้านายก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเด็กน้อยสองคนที่วันนี้เป็นสาววัยรุ่นสดใสกลายมาเป็นคนเดินมาลูบหัวทักทายมันเสียเอง พิมพ์วดีกำลังเดินไปที่เรือนกระจก เพื่อเลือกดอกไม้มาจัดตกแต่งโต๊ะอาหาร เธอแอบเดินมาชวนไอ้ตาลให้ไปเดินเล่นด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าไอ้ตาลติดใจที่นอนสบายยามบ่ายของมันเสียมากกว่า มันได้แต่อ้าปากหาวส่งเจ้านายไป
‘เชิญเจ้านายตามสบายเถอะครับ’
พิมพ์วดียิ้มและลูบหัวเจ้าตาล พร้อมกับเริ่มออกเดินไปตามทางหินกรวดที่มุ่งไปสู่เรือนกระจกที่เธอคุ้นเคย หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวเดินไปร้องเพลงไปอย่างอารมณ์ดี เมื่อมาถึงเรือนกระจกเธอเลือกดูดอกไม้ตามที่อิสรียาเคยแอบกระซิบบอกว่าอนลชอบ
ขณะที่พิมพ์วดีกำลังตัดดอกไม้อยู่ ฝนกลางฤดูร้อนตกลงมาห่าใหญ่ จบกลบเสียงเปิดประตูของเรือนกระจกที่ถูกเปิดออกโดยชายคนหนึ่ง ชายคนที่พิมพ์วดีพยายามหลบหน้าหลบตามาตลอดหลายปี สาวน้อยวัยรุ่นสนใจแต่กับการเลือกตัดดอกไม้ เธอฮัมเพลงในคอเบาๆ จนไม่ทันสังเกตว่า อนลกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เชื่อว่าฉันจะเอาจริงซินะ ฉันจำได้ว่าฉันเคยห้ามเธอเข้ามาที่เรือนกระจก ห้ามเธอมาตัดดอกไม้ของแม่ด้วย” เสียงเข้มของอนลออกโมโหฉุนเฉียวมากจนทำให้กับพิมพ์วดีตกใจที่เห็นอนลจน กรรไกรในมือของพิมพ์วดีหลุดออกจากมือพร้อมกับหนามของกุหลาบทิ่มเข้าไปที่นิ้วของเธอจนมีเลือดไหลซึมออกมา
“สวัสดีค่ะคุณนล ไหนทุกคนบอกว่าคุณนลจะมาถึงตอนเย็นละคะ” พิมพ์วดีพยายามทักทายแทนที่จะตอบเรื่องที่เธอทำผิดสัญญากับเขาในการแอบเข้ามาดูแลต้นไม้ดอกไม้ที่เรือนกระจกแห่งนี้ เธอพยายามส่งยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดแบบใจดีสู้เสือให้อนลเข้าไว้
อนลเริ่มหมดความอดทนที่พิมพ์วดีไม่ทำตามคำสั่งห้ามของเขา ดูเหมือนว่าจากเด็กดื้อตัวน้อยในวันวานจะเปลี่ยนแปลงเป็นสาวสวยลูกครึ่งตากลมโตตัดกับขนตางอนงาม หน้าอกหน้าใจดูอวบอั๋นตามแบบสาวต่างชาติที่อนลเคยผ่านมาเยอะมากมายตั้งแต่เริ่มเติบโตเป็นหนุ่ม เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาห้ามพิมพ์วดีเอาไว้นั้น หญิงสาวหาได้สนใจและดื้อดึงขัดคำห้ามเหล่านั้น เขาคงต้องลงโทษให้บทเรียนแก่หญิงสาว
“เธอคงคิดว่ามีคุณพ่อถือหางอยู่ซินะ อยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจ เธอคิดใช่ไหมว่าแม่ของเธอต้องได้ครอบครองทุกอย่าง เธอจึงกล้าเข้ามายุ่งที่นี่ ในเมื่อเธอไม่เคยเชื่อว่าฉันจะลงโทษเธอ ฉันคงต้องเตือนเธอให้ชัดเจนอีกซินะ” อนลกระชากแขนของพิมพ์วดีและดึงร่างบอบบางของเด็กสาววัยรุ่นเข้ามาประชิดอกแกร่งของเขา มือน้อยพยายามต่อสู้ดิ้นรนให้หลุดออกจากพันธนาการของชายหนุ่มคนนี้
