บทที่ 6
หญิงสาวนั่งถอนหายใหญ่อยู่บนโซฟานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เธอสามารถแก้มัดให้ตัวเองได้เสร็จสรรพ ทว่ากระเป๋าถือที่มีทั้งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ดันโดนเขายึดไปซะนี่ แล้วเธอจะหนีไปได้ยังไง
"เฮ้ย! เสียงรถนี่ แปลว่ามีคนออกไปข้างนอกแน่เลย"
ประดับดาวพูดกับตัวเองพร้อมกับกระโจนไปเกาะที่กระจกบริเวณระเบียงห้องเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ และมันก็เป็นไปตามที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด
"อีตานั่นออกไปข้างนอกแล้ว"
คนตัวเล็กพูดขึ้นอย่างโล่งอก ก่อนจะเปิดประตูกระจกออกไปเพื่อหาทางหนีทีไล่ให้เธอหลุดพ้นออกไปจากที่นี่
ลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาปะทะตามร่างกายทำให้หญิงสาวพึ่งสำเหนียกได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในสภาพที่ไม่ควรหนีอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นตัวบางแล้ว ส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็โล่งโจ้งไปหมด จนเธอไม่กล้าออกจากห้องนี้ด้วยซ้ำ
"บ้าเอ๊ย! ใจคอจะดักทางหนีหมดเลยหรือไงหะ" ร่างบางบ่นกระปอดกระแปดอย่างหัวเสีย แล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม
ดวงตากลมโตไล่มองสำรวจเฟอร์นิเจอร์ไปทั่วห้อง ก่อนจะพบเข้ากับตู้เสื้อผ้าสีดำหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องนอน
เท้าเล็กรีบก้าวเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว และไม่ลังเลที่จะเปิดมันออกเพื่อสำรวจด้านในด้วยดวงตาเป็นประกาย เพราะด้านในมีเสื้อผ้าของเขาแขวนอยู่เต็มราวไปหมด
"หือ... สวรรค์มาโปรดชัดๆ ถึงจะใหญ่ไปหน่อย แต่ก็พอใส่ได้ล่ะนะ" ประดับดาวพูดขึ้นเบาๆ แล้วควานหาเสื้อผ้าที่เล็กที่สุดของเขาขึ้นมาสวมใส่ทีละชิ้นเวลา
เมื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จสรรพ ร่างเล็กเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำเพื่อมองสำรวจความเรียบร้อย ก่อนจะดึงเชือกผูกเอวจากเสื้อคลุมอาบน้ำของเขามามัดผมตัวเองเอาไว้ลวกๆ เพื่อไม่ให้มันเกะกะเวลานี้
"แค่นี้ก็เรียบร้อย"
ประดับดาวเดินกลับไปยังประตูกระจกตรงระเบียงอีกครั้ง ก่อนจะชะเง้อมองออกไปด้านนอกเพื่อสำรวจต้นทาง
"รอให้มืดอีกหน่อยก็แล้วกัน" เธอพูดขึ้น แล้วเดินกลับไปนั่งจ้องนาฬิกาดิจิตอลสีดำบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างใจเย็น
มือเล็กยกขึ้นมาลูบไล้ไปตามลำคอระหงของตัวเองเพื่อข่มความปวดเมื่อยที่ยังตกค้างอยู่จากการโดนมันตรึงให้ติดกับเก้าอี้เป็นเวลานาน
หญิงสาวกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอ และระบายมันออกมาด้วยการถลึงตาใส่รูปถ่ายของเขาด้วยความหมั่นไส้
"ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมแม่ถึงไม่ติดตามเรื่องของคุณกับพี่ แต่ถ้าจะให้ดีคุณก็ควรจะให้เกียรติคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นโจรห้าร้อย นึกอยากจะฉุดใครก็ฉุดมาแบบนี้ นี่มันชีวิตจริงนะคะ ไม่ใช่ละครจำเลยรัก เชอะ!" ประดับดาวว่าจบก็รีบสะบัดหน้าพรืดใส่รูปเขา แล้วลุกขึ้นเดินไปเกาะประตูกระจกอีกครั้ง
"ทางสะดวกแหะ"
เธอเปิดประตูออกไปยืนอยู่ที่ระเบียงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะก้มลงมองเพื่อกะระยะความห่างของชั้นสองกับพื้นเบื้องล่างด้วยหัวใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆ ราวกับพึ่งวิ่งมาราธอนมาเมื่อกี้
ร่างบางขยับตัวขึ้นไปนั่งอยู่บนขอบระเบียง แล้วห้อยขาลงไปข้างล่างเพื่อทดสอบความกล้า ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ามาจับขอบระเบียงเอาไว้อย่างระมัดระวัง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูทำให้คนคิดจะหนีสะดุ้งสุดตัว แต่โชคดีที่มือของเธอยังยึดจับขอบระเบียงไว้แน่นราวกับตีนตุ๊กแก ไม่อย่างนั้นล่ะก็หงายตกลงไปแน่ๆ
"คุณคะ คุณหลับหรือเปล่าคะ"
"เอ่อ... มะ ไม่ ไม่หลับค่ะ" เธอตะโกนตอบเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย
"เดี๋ยวอีกสักพักลงไปทานอาหารเย็นนะคะ"
ประดับดาวขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง เพราะคนเป็นเจ้าของบ้านพึ่งประกาศใส่หน้าเธอไปหยกๆ ว่าจะให้อดข้าวเย็น แล้วทำไมคนของเขาถึงได้มาเรียกให้เธอไปกินข้าวกัน
"เอ๊ะ! หรือตานั่นจะไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด"
"รีบๆ ลงมานะคะคุณ ถ้าคุณธากลับมาเดี๋ยวจะอด"
คนตัวเล็กเบ้ปากใส่อากาศทันควัน นี่เธอเผลอคิดว่าเขาเป็นคนดีไปได้ยังไงกัน อีตานั่นตั้งใจให้เธออดข้าวอดน้ำอย่างที่พูดไว้จริงๆ ซะด้วย
"หน็อย! ไอ้คนไร้มนุษยธรรม"
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบอะไร หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจึงรีบเอ่ยย้ำอีกครั้ง
"รีบๆ ลงมาทานนะคะ ตัวเล็กนิดเดียวอดข้าวอดน้ำ แล้วคุณธาของป้าจะกลายฆาตกรเอาได้"
คำพูดของคนที่แทนตัวเองว่าป้าทำให้ประดับดาวส่งเสียงจิ๊ะจ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ เพราะต่อให้เธอยังไม่ได้ตายจริงๆ แต่เขาก็เข้าข่ายลักพาตัวและกักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว
"ค่ะ เดี๋ยวหนูจะรีบลงไปนะคะ" เธอตอบกลับส่งๆ แล้วหันมาดูลาดเลาอีกครั้ง
ร่างบางค่อยๆ ทิ้งตัวไปตามแรงโน้มถ่วงโลก โดยที่มือยังจับขอบระเบียงเอาไว้แน่ด้วยความลังเล เพราะความรักตัวกลัวตายดันแล่นเข้ามาในหัวอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา
"พ่อคะ แม่คะ ช่วยเป็นกำลังใจให้หนูลงไปอย่างปลอดภัยด้วยเถอะค่ะ"
คนตัวเล็กหลับตาปี๋พลางทำปากขมุบขมิบพึมพำไปตามประสา ก่อนจะเริ่มคลายมือข้างซ้ายออกก่อน แล้วรีบยกขึ้นไปจับขอบระเบียงใหม่อีกครั้ง
"ไม่กลัวนะดาว แกต้องไม่กลัวนะดาว"
ประดับดาวลองปล่อยมือขวาออกเพียงเล็ก แล้วก็กลับมาจับขอบระเบียงเอาไว้แน่นอีกตามเดิม และทำแบบนี้อยู่หลายทีจนเธอเริ่มเมื่อยและล้าไปหมด
"ฮื้อ...อ ไม่ไหวแล้ว เกาะต่อไปไม่ไหวแล้ว"
หญิงสาวพูดคนเดียว แล้วปิดเปลือกตาแน่น ขณะที่ริมฝีปากก็เริ่มพึมพำบทสวดมนต์ไปแบบผิดๆ ถูกๆ ก่อนจะเริ่มปล่อยมือข้างซ้าย และตามมาด้วยมือข้างขวา
ตุ๊บ!
ร่างเล็กกระแทกเข้ากับพื้นเบื้องล่างเต็มแรงจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ ทว่าต่อให้ไม่มีใครออกมาเห็น...
เธอก็ลุกไม่ขึ้น!
"โอย...ย"
ประดับดาวร้องโอดครวญน้ำตาคลอ เพราะแรงกระแทกเมื่อสักครู่ทำให้แผ่นหลังของเธอระบมไปหมด จนต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าอนาถเหลือทน
"ว๊ายย... ย! ใคร ใครมาตายตรงนี้"
เสียงวี๊ดว๊ายของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่เจ้าของเสียงจะมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าคนเจ็บ เพื่อสำรวจว่าตายแล้วจริงหรือเปล่า
"น้องคะ น้อง... พี่ยังไม่ตาย"