บทที่6 รู้จักมากขึ้น
ไทเลอร์ขับรถพาโซดามานั่งเล่นที่สวนสาธารณะ เขาเปิดประตูรถให้เธอ และพากันเดินไปหาที่นั่ง
“เซ็นทรัลพาร์ค สวยจังเลยค่ะ” ฉันมองสำรวจไปรอบๆ ที่นี่สวยมาก และหันมายิ้มให้เขาเป็นการขอบคุณ
“ชอบขนาดนี้ คุณว่างวันไหนอีก เอาเป็นช่วงกลางวัน ผมจะพามาอีกจะเป็นตากล้องถ่ายรูปสวยๆ ให้คุณดีไหมครับ ห้ามเกรงใจอีกนะครับ” โซดาหัวเราะ
“จะไม่ให้เกรงใจได้ยังไงล่ะคะ เราเพิ่งจะรู้จักกันเองนะคะ”
“ที่อยากเจอบ่อยๆ เพราะผมอยากสนิทกับคุณโซดาเร็วๆ คุณดูไม่ออกเหรอครับ ผมเปิดเผยซะขนาดนี้” ไทเลอร์เริ่มพูดความรู้สึกตัวเอง เพราะเขาคิดถึงคำพูดของไวท์ เลยดึงเกมเร็วก็ดีจะได้ไม่เสียเวลา
“ก็ดูออกค่ะ แต่ไม่เข้าใจ”
เขายิ้ม “ผมไม่ซับซ้อนนะ แสดงออกชัดมากว่าสนใจคุณ คุณไม่เข้าใจตรงไหน รึติดที่คุณมีแฟนแล้ว” เขารีบยิงคำถามสำคัญเลยดีกว่า จะได้แน่ใจว่าทางสะดวก
“เปล่าค่ะ โซดายังไม่มีแฟน”
“งั้นผมไม่ใช่สำหรับคุณเหรอครับ”
“คือ…ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือคุณไทเลอร์ เราต่างกันเกินไป คือ…” ฉันพูดตะกุกตะกัก มั่วไปหมด มันประหม่าเกินไป ที่อยู่ๆ เขาก็มาพูดกันตรงๆ แบบนี้ ตั้งตัวไม่ทันเลยแฮะ
ไทเลอร์ยิ้มจับมือเธอมากุมไว้ “อย่าคิดเยอะสิ ผมโสด คุณก็โสด ถ้าผมจะชอบคุณก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิด จริงไหม แล้วถ้าคุณจะชอบผมกลับก็จะขอบคุณมาก ที่เราใจตรงกัน คุณคือสเปคผมทุกอย่างเลยครับคุณโซดา”
“คุณไทเลอร์ โสดงั้นเหรอคะ” โซดามองเขาแบบไม่อยากจะเชื่อ
“คุณไม่เชื่อที่ไวท์พูดเหรอ”
“คือโซดาคิดว่า คุณไวท์พูดเล่นค่ะ”
“ผมโสดจริงครับ รอคุณที่ใช่อยู่ กว่าจะเจอกันนะครับ” เขายิ้มให้เธอ โปรยเสน่ห์
“มันเร็วไปค่ะ”
“คุณคิดงั้นก็ได้นะ แต่ผมว่าผมรอมา 26 ปีแล้วนะครับ ช้าไปนะสำหรับผม เราลองคุยกันดูไหมครับ อย่าเพิ่งปฏิเสธผมเลย” เขาส่งสายตามองเธอ บีบมือเล็กที่กุมไว้เบาๆ
จะตัดสินใจยังไงดีล่ะโซดา มันเร็วไปหมด ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันตั้งตัว จริงเหรอนี่ คนหล่อรวยขนาดนี้ จะมาชอบฉันจริงเหรอ ก่อนหน้านี้ฉันไปหาข้อมูลของเขาแล้วเพราะอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร จะถามมิวมิวก็เกรงใจเพราะไม่ได้สนิทถึงขั้นจะคุยอะไรแบบนั้นได้ ไทเลอร์เป็นถึงหลานชายของเจ้าของบริษัทไอที เป็นผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์และโซลูชันด้านเทคโนโลยี คุณปู่เขารวยมาก ส่วนคุณพ่อเขามีร้านอาหาร และโรงแรมที่นิวยอร์กด้วย แต่ท่านเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ฉันหาข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับเขามาได้เท่านี้ แต่ที่สำคัญฉันไม่คู่ควรกับเขาเลย จะให้ตอบเขายังไงดีล่ะ
“คุณโซดา ทำไม่คิดเยอะจัง”
ฉันยิ้มให้เขา
“เอาเถอะ ผมถือว่าคุณตกลง ต่อไปเราจะอยู่ในสถาณะคนคุย อยากถามอะไรเกี่ยวกับตัวผมไหม รึเล่าเรื่องคุณให้ฟังหน่อย มาทำความรู้จักกันครับ”
“ได้ค่ะ” ฉันยอมตกลงเปิดเผยเรื่องตัวเองให้เขารู้ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจพูดทุกอย่างออกมาตรงๆ คงไม่ผิดอะไรหรอกเหมือนที่เขาพูด ถ้าเราจะชอบกัน “เริ่มจากครอบครัวนะคะ โซดาเป็นลูกคนเดียวค่ะ อยู่กับพ่อจนอายุ22 พ่อก็จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนคุณแม่ก็ทิ้งไปตั้งแต่โซดาอายุ13 หลังจากคุณพ่อเสียก็ใช้ชีวิตคนเดียวมาโดยตลอดค่ะ ทำงานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ รับเป็นติวเตอร์น่าจะเป็นงานที่ช่วยชีวิตโซดาไว้เลยก็ว่าได้ค่ะ จนมาได้ทุนเรียนต่อ ก็มีแค่นี้ค่ะ มันต่างกันมากใช่ไหมคะ เราสองคน” ไทเลอร์ยิ้ม
“ผมก็เด็กกำพร้าเหมือนกัน ไม่ต่างจากคุณหรอก คุณแม่ผมจากไปตั้งแต่ผมสิบขวบ คุณพ่อผมมีแฟนใหม่ แล้วก็มีน้องกับแม่ใหม่ ตอนนี้คุณพ่อผมท่านก็จากผมไปแล้ว ทิ้งน้องกับแม่ใหม่ไว้กับผม คุณรู้ไหมผมโคตรไม่ชอบเลย แม่เล็กก็ดูแลผมดีนะ แต่ท่านไม่ใช่แม่ผม มันแทนกันไม่ได้”
“ทำไมละคะ ถ้าเป็นโซดาจะดีใจมากเลย ยังคิดเลยว่า ทำไมคุณพ่อไม่มีใครสักคนเอามาแทนแม่ โซดาจะได้มีน้อง อย่างน้อยเวลาท่านจากไป โซดาจะได้มีใครบ้าง ไม่ใช่ตัวคนเดียวแบบนี้”
ไทเลอร์ถึงกับมองเธอนิ่ง จริงสินะ ทำไมเขาคิดไม่ได้เรื่องนี้ นิกโก้มันก็น้องเขา
“คุณไทเลอร์มีน้องไว้พูดคุยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีนะคะ ดีกว่าตัวคนเดียว”
เขาพยักหน้าเข้าใจ โซดาไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดเลยแฮะ เธอเป็นผู้ใหญ่มีความคิด แต่ก็ดูเหงา
“ทำไมคุณโซดาไม่มีแฟนละครับ”
“เคยมีค่ะ แล้วก็เลิกไปแล้ว”
“ผมถามได้ไหมว่าทำไมถึงเลิก”
“อย่างที่บอกว่าโซดาต้องทำงานเยอะ ไม่ค่อยมีเวลาให้ใคร ทุกอย่างโซดาเป็นคนผิดเองค่ะ ความใส่ใจที่ให้เขาคงไม่พอ เขาก็เลยไปมีคนอื่น มันก็ต้องแบบนั้นใครๆ ก็ต้องการเวลาและการเอาใจใส่”
“ก็จริง แต่เขาก็ควรซัพพอร์ตในสิ่งที่คุณขาดด้วยสิ ไม่ใช่เรียกร้องเอาแต่กับคุณฝ่ายเดียว ต้องการเวลาจากคุณ เขาก็ต้องให้คุณทำงานน้อยลงสิ จริงไหม”
โซดาได้แต่เงียบ ไทเลอร์ก็พูดถูก แฟนฉันเขาได้แต่เรียกร้องให้ฉันทำแบบนั้นแบบนี้เพื่อตัวเขาเอง ไม่เคยจะทำเพื่อฉัน จนบางครั้งฉันก็รู้สึกว่าเหมือนตัวคนเดียว มีแฟนก็เหมือนไม่มี จนเขาขอเลิก ฉันถึงได้ชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง ว่าฉันไม่เป็นไรฉันอยู่ตัวคนเดียวก็ได้
“ให้มันผ่านไปดีไหม ถ้าคุณจบ กับเขาไปแล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า”
โซดายิ้มให้เขา
“กลับไทยไปคุณจะทำอะไร” ไทเลอร์ถามยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“ก็คงเป็นติวเตอร์ต่อ เพราะอาจารย์ที่โซดาเคารพ ท่านเปิดสถาบันติว และอยากให้อยู่ช่วย”
ไทเลอร์ยิ้ม “เก่งจังเลยครับ”
“แล้วคุณล่ะ จะกลับไทยไหม”
“กลับสิครับ คุณปู่รอผมอยู่ ท่านอยากให้กลับวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ ต้องไปทำงานที่บริษัทของท่าน อีกไม่กี่เดือนผมก็กลับแล้วครับ”
“ท่านคงฝากทุกอย่างไว้ที่คุณ”
“หนักอึ้งเลยล่ะครับ แต่ก็ไม่เป็นไร ถึงเวลานั้นแล้วผมจะทำให้เต็มที่”
“คุณไทเลอร์ทำได้อยู่แล้วค่ะ” โซดายิ้มให้เขา
“อยู่ใกล้คุณแล้วเหมือนมีพลังบวกอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ ยิ้มง่ายตลอดเลย” ประโยคหลังเขาพูดเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง
