การพบเจอกันครั้งแรก
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้วและฉันกำลังรอรับกระเป๋าเดินทางอยู่ หลังจากที่นั่งเครื่องบินเป็นเวลาเกือบสามชั่วโมง ในระหวางที่รอกระเป๋า ฉันเลยเดินไปซื้อของกินเพื่อฆ่าเวลา แต่ฉันดันเดินไปชนผู้ชายคนหนึ่งเขาสวมแว่นกันแดดสีดำ มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวดูสุขภาพดี หน้าตาหล่อเหลา แถมยังสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว พร้อมกับปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นหน้าอกสุดเซ็กซี่ ผู้ชายอะไรไม่รู้หล่อและมีเสน่ห์สุดๆ ฉันเห็นยังเคลิ้มเลย นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย บ้าชะมัด!!
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาจีน ดีนะที่แม่กับพ่อให้ฉันเรียนภาษาจีนตั้งแต่เด็ก ฉันเลยอ่านออก เขียนได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเจ้าของภาษาเลยล่ะ
“เอ่อ ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ” ฉันบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด เขาส่งยิ้มกระชากใจมาให้ฉัน พร้อมกับเดินหันหลังจากไป จากนั้นฉันก็เดินไปรับกระเป๋าและเดินทางไปที่คอนโด (ที่แม่ซื้อให้) ทันที
คอนโดที่ฉันอยู่เป็นคอนโดธรรมดา ที่ไม่ได้มีความหรูหราเลยแม้แต่น้อย ซึ่งฉันพอใจมาก คอนโดของฉันมีหนึ่งห้องนอน มีเตียงนอนขนาดหกฟุต มีหนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัวขนาดเล็ก ภายในห้องเป็นตกแต่งเป็นโทนสีเทาเรียบง่ายที่ให้ความรู้สึกสบายตา ในขณะที่ฉันกำลังเดินสำรวจดูรอบๆห้องอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ คุณยาย” ฉันกรอกเสียงทักทายคุณยาย
“เอพริลลูก เย็นนี้หนูว่างไหม ยายว่าจะชวนหนูมาทานข้าวเย็นที่บ้านยาย ตาเขาคิดถึงหนูมากเลยนะลูก” ยายพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ว่างค่ะ หนูก็คิดถึงคุณตากับคุณยายเหมือนกันค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน คุณยายถึงกลับหัวเราะออกมา
“งั้นตอนหกโมงเย็น ยายจะให้คนขับรถไปรับหนูที่คอนโดนะลูก” ยายพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ เหมือนกับว่ามีเรื่องจะเซอร์ไพรส์ฉันงั้นแหละ
“โดเคค่ะ แล้วเจอกันค่ะคุณยาย บ๊ายบาย” ฉันตอบรับพร้อมกับบอกลาปลายสาย
ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความอ่อนเพลียจากการเดินทาง เมื่อฉันเปิดโทรศัพท์เพื่อดูเวลา ฉันก็พบว่านี่มันใกล้จะหกโมงเย็นแล้วนี่นา ฉันหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ตายแล้ววว ฉันจะไปสายไม่ได้นะ ฉันบอกตัวเอง พร้อมกับหยิบผ้าขนหนูและเดินเข้าห้องน้ำทันทีด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จฉันรีบลงมารอรถข้างล่าง หกโมงเป๊ะ เยี่ยมเลยยัยเอพริล ฉันบ่นกับตัวเองเบาเบา
ณ บ้านคุณตาคุณยาย ฉันไม่รู้ว่านี่เรียกบ้านได้ไหมนะ เพราะมันใหญ่โตมโหฬารเกินกว่าจะเรียกว่าบ้าน ฉันไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว มาครั้งล่าสุดน่าจะตอนม.ปลาย เพราะตั้งแต่ฉันขึ้นมหาลัยฉันก็ยุ่งมาก คุณตากับคุณยายเลยเดินทางมาเยี่ยมพวกเราที่ประเทศไทยแทน ฉันเดินตามแม่บ้านมาจนถึงห้องโถงขนาดใหญ่ พร้อมกับเห็นเหล่าคุณแม่บ้านมายืนต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อเดินไปถึงโต๊ะรับประทานอาหารก็เห็นคุณตาและคุณยายนั่งอยู่ก่อนแล้ว ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับไหว้และกล่าวสวัสดีคุณตาคุณยายด้วยรอยยิ้ม
“มาแล้วเหรอลูก โตเป็นสาวแล้วสวยจริงๆเลย หลานตา ” คุณตาพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน
“ก็สวยเหมือนกับคุณยายนั่นแหละค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับหัวเราะเบาเบา
“ปากหวานเชียว อยากได้อะไรว่ามา เดี๋ยวยายซื้อให้” คุณยายพูดอย่างอารมณ์ดี
“หนูไม่อยากได้อะไรหรอกค่ะ แค่เห็นคุณตาคุณยายหัวเราะ หนูก็ดีใจแล้ว”
“เห็นพ่อกับแม่แกบอกว่าแกจะมาเรียนต่อที่นี่ แล้วทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพวกเราล่ะ หืม” คุณตาพูดกับฉันด้วยความเป็นห่วง
“หนูอยากลองใช้ชีวิตคนเดียวดูน่ะค่ะ”
“แล้วแกจะไปเรียนยังไง รถก็ไม่มี ลำบากน่าดูเลย” คุณยายพูดด้วยความสงสารฉัน
“คอนโดหนูอยู่ใกล้มหาลัยนิดเดียวเองค่ะ เดินไปสบายม๊าก ไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกค่ะ”
“แล้วนี่หลานมีแฟนหรือยังจ๊ะ ให้ยายหาให้ไหม” ยายถามฉันด้วยความอยากรู้
“ไม่มีหรอกค่ะ วันๆหนูก็เอาแต่เรียน ไม่ได้มีเวลาไปสนใจใครเลยค่ะ” ฉันพูดด้วยความเขินอาย
“ว่าไง ให้ยายแกหาให้ไหม? ตาเห็นยายแกเคยบอกว่ามีคนรู้จักลูกชายเขาก็โสดเหมือนกัน แถมอายุห่างจากแกสองปีเอง” ตาพูดกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูเพิ่งอายุ 22 เอง ยังไม่แก่สักหน่อย อีกอย่างพอถึงเวลาเดี๋ยวมันก็มีเข้ามาเองนั่นแหละค่ะ” ฉันปฏิเสธคุณตาไปตรงๆ
“งั้นก็แล้วแต่เราเลย เปลี่ยนใจเมื่อไหร่บอกยายได้เสมอนะจ้ะ” ยายพูดกับฉันอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะ วันนี้อาหารอร่อยมากเลย นี่ก็จะสองทุ่มแล้ว หนูขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนนะคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย
“งั้นเดี๋ยวยายให้คนขับรถไปส่งหนูที่คอนโดนะ ยายเป็นห่วง”
“ขอบคุณค่าา” ฉันพูดพร้อมกับเดินไปสวมกอดยายด้วยความคิดถึง เมื่อมาถึงคอนโด ฉันก็รีบกระโดดขึ้นเตียงทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน และเผลอหลับไปในที่สุด
