บทนำ
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่าง วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนที่จะเข้าสู่การสอบปลายภาคอย่างเป็นทางการ ซึ่งตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปี 4 แล้ว ดีใจสุดๆ เพราะอีกไม่นานฉันก็จะเรียนจบแล้ว ในขณะที่ฉันกำลังพึมพำกับตัวเองอยู่นั้นเสียงแม่ของฉันก็ดังขึ้น
“เอพริล ตื่นได้แล้วลูก ลงมากินข้าวได้แล้ว”
“ค่ะแม่ หนูขออาบน้ำแป็บนึง’’ ฉันตอบแม่แล้วรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำทันที
หลังจากที่ฉันอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จฉันก็ลงไปกินข้าวกับพ่อแม่ และพี่ชายดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนกำลังพูดคุยเรื่องของฉันอยู่ เพราะว่าฉันใกล้จะเรียนจบแล้วนั่นเอง
“เอพริล ถ้าลูกเรียนจบแล้วลูกอยากจะทำอะไรต่อล่ะ จะเรียนต่อหรือจะมาช่วยงานพ่อที่บริษัทของเรา” พ่อถามฉัน
“หนูอยากไปเรียนต่อ ป.โท ที่ฮ่องกงค่ะพ่อ พ่อก็รู้ว่าหนูชอบภาษาจีนและชอบดูซีรีส์จีน หนูอยากลองไปสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการใช้ชีวิตของคนจีนดู ก่อนที่จะกลับมาช่วยงานพ่อที่บริษัทได้ไหมคะ” ฉันตอบพ่อด้วยความแน่วแน่
“ได้สิ แล้วลูกจะไปเรียนต่อสาขาอะไรล่ะ”
“สาขาเศรษฐศาสตร์ค่ะ”
“แล้วแกมีเพื่อนเป็นคนจีนกับเขาบ้างรึเปล่า จะไปอยู่ที่นั่นคนเดียวได้ยังไง เอางี้ไหมพี่เพื่อนสนิทอยู่ที่จีนคนนึง แกจะไปอยู่กับเขาไหมล่ะจะได้มีเพื่อน” พี่ทัชถามฉันด้วยความเป็นห่วง ความจริงแล้วพี่ทัช (พี่ชายของฉัน) เพิ่งเรียนจบ ป.โท จากอังกฤษมาเมื่อไม่นานนี้เอง และเราอายุห่างกันเพียง 2 ปี
“ไม่มีค่ะ เอมอยู่คนเดียวได้หน่าอีกอย่างเราก็มีญาติอยู่ที่จีน แถมคุณตากับคุณยายก็อยู่ที่นั่น พี่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” ฉันตอบพี่ชายไปด้วยท่างทางชิวๆ ที่จริงแล้วฉันเป็นลูกเสี้ยวไทย-จีน เพราะแม่ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-จีน ซึ่งคุณตาของฉันเป็นคนจีน ส่วนคุณยายเป็นคนไทย และตอนนี้ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง (เป็นเมืองที่ฉันจะไปเรียนพอดี)
“แม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ เอมมี่จะได้ไปเรียนรู้การใช้ชีวิตของตัวเอง แล้วอีกอย่างแม่มีเพื่อนอยู่ที่จีนด้วยไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก งั้นแม่จะซื้อคอนโดไว้ให้ลูกดีไหม จะได้อยู่อย่างสะดวกสบาย แล้วแม่กับพ่อจะไปเยี่ยมลูกบ่อยๆ”
“ขอบคุณค่ะแม่ หนูรักแม่ที่สุดเลย แต่เรื่องซื้อคอนโดหนูขอเป็นคอนโดธรรมดาๆพอนะคะ ไม่เอาแบบหรูหราอู้ฟู่”
“ทำไมล่ะ” พ่อถามฉันด้วยความสงสัย
“หนูอยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาค่ะ ไม่ใช่เป็นคุณหนูผู้ฟุ่มเฟือยที่ใช้แต่ของแบรนด์เนมราคาแพง หนูอยากลองทำงานพาร์ทไทม์ดูสักครั้งในชีวิตค่ะพ่อ จะได้รู้จักความลำบากไงคะ”
“ดีมาก นี่แหละลูกพ่อ เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ ไม่เหมือนพี่ชายแกที่ไม่เห็นเคยอยากลองทำงานอะไรพวกนี้เลย” พ่อพูดประชดประชันพี่ทัช พี่ทัชถึงกับหน้าเจื่อนไปเลยทีเดียว
“แต่แม่ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่ลูกจะต้องไปทำงานอะไรที่มันลำบากลำบนแบบนั้น แม่เลี้ยงลูกมาดีขนาดนี้จะให้แม่ทนเห็นลูกลำบากได้ยังไง” แม่พูดด้วยความไม่พอใจ
“หนูแค่ทำงานพาร์ทไทม์เองนะคะแม่ อีกอย่างมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” ฉันบอกแม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเพื่อให้แม่เห็นใจ
“แต่แม่ไม่อยากให้ลูกลำบากนี่นา” แม่บอกฉัน
“ไม่ลำบากเลยค่ะแม่ สบายมาก อีกอย่างลูกแม่ฉลาดจะตายไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบแน่นอน” ฉันบอกแม่ด้วยรอยยิ้ม เพื่อให้แม่สบายใจ
“ก็ได้ๆ แม่ยอมแพ้แล้ว เรานี่นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิดเลย”
“เย้ๆๆ” ฉันเข้าไปกอดแม่ด้วยความดีใจแบบสุดขีด
วันนี้เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของฉัน หลังจากที่ออกจากห้องสอบเพื่อนๆของฉันทุกคนเหมือนได้รับการปลดปล่อย เพราะสอบเสร็จแล้วนั่นเอง และเราคุยกันว่าเย็นนี้เราจะไปกินชาบูฉลองสอบเสร็จกัน
“นี่ยัยเอพริล แกว่าเกรดเทอมนี้ฉันจะดีขึ้นหรือแย่ลง” ยัยน้ำฟ้าถามฉัน
“ดีขึ้นอยู่แล้ว ฉันติวให้แกซะอย่าง รับรองว่าเกรดของแกดีขึ้นแน่นอน มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ”
“ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น ช่างเถอะไม่คุยเรื่องนี้แล้ว เราไปกินชาบูกันเถอะฉันหิวแล้ว”
“โอเค Let’s go”
ในขณะที่เราสองคนกำลังนั่งกินชาบูกันอยู่ยัยน้ำฟ้าก็ได้ถามฉันขึ้นมาว่า
“แล้วนี่แกจะไปเรียนต่อที่ฮ่องกงเมื่อไหร่ล่ะ”
“ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี่แหละ ถ้าฉันไปเรียนนี่นั่นฉันคงคิดถึงแกน่าดู”
“แหมทำมาปากหวาน อยากให้ฉันเลี้ยงชาบูล่ะสิ ฉันรู้ทันแกหรอกย่ะ”
“รู้ทันอีก สมกับเป็นเพื่อนรักของฉันจริงๆ แล้วแกจะเอายังไงต่อกับชีวิตดีหล่ะ” ฉันถามยัยน้ำฟ้าด้วยความอยากรู้ เพราะยัยนี่ยังไม่มีแพลนแบบชัดเจนเลยน่ะสิว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเอง
“ฉันว่าจะไปช่วยพ่อทำงานที่บริษัทก่อนสักสองสามปีแล้วค่อยไปเรียนต่อ ป.โท”
“อืม ฉันว่าก็ดีนะ กินต่อเถอะเดี๋ยวมันไม่อร่อย”
หลังจากที่กินชาบูกับยัยน้ำฟ้าเสร็จ ฉันก็รีบบอกลายัยน้ำฟ้าแล้วกลับบ้านทันที เพื่อพักผ่อนหลังจากที่นอนดึกมาหลายวัน
และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันจะได้ไปเรียนต่อที่จีนและได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ แม่ พี่ทัช และยัยน้ำฟ้ามาส่งฉัน
“แกไม่อยู่ ฉันคงคิดถึงแกมากแน่ๆเลย” ยัยน้ำฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ
“ฉันไม่ได้ย้ายไปอยู่จีนถาวรสักหน่อย ว่างๆแกก็บินมาเยี่ยมฉันที่จีนได้หนิ ทำยังกับว่าจะไม่ได้เจอกันอีกงั้นแหละ”
“ก็เราสองคนไม่เคยห่างกันเลยนี่นา เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แถมแกยังเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของฉันอีก จะไม่ให้ฉันคิดถึงแกได้ยังไงล่ะ” ก็จริงของยัยนี่นะ เราสองคนรู้จักกันและเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กเพราะพ่อของเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันเลยได้เจอกันบ่อยๆ จนกลายเป็นเพื่อนรักกันจนถึงปัจจุบันนี่ล่ะ
“งั้นแกก็มาเรียนที่จีนกับฉันสิ เอามะ?” ฉันพูดกับยัยน้ำฟ้า
“ไม่อะ ฉันอยากไปเรียนที่อังกฤษมากกว่า”
“เชอะ แล้วทำมาเป็นบ่นว่าคิดถึงฉัน” ฉันแกล้งทำเป็นงอนยัยน้ำฟ้า แต่ยัยนั่นดันรู้ทันฉันทุกอย่างเลยแกล้งทำเป็นไม่รู่ไม่ชี้ซะงั้น ใจร้ายจริงๆเลย
“เอพริล ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่ต้องเช็คอินแล้วนะ รีบเดินมาเร็ว” พี่ทัชตะโกนเรียกฉันให้เดินไปหา
“ค่าา กำลังเดินไปค่ะคุณพี่ชาย จะรีบไปไหนเนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองเบาๆ
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ดูแลตัวเองดีๆด้วย เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปเยี่ยมลูกบ่อยๆนะ และอย่าไว้ใจใครง่ายๆโดยเฉพาะผู้ชาย เข้าใจไหม” แม่พูดกับฉันด้วยความเป็นห่วง วันนี้พ่อไม่ได้มาส่งฉันเพราะติดประชุมสำคัญก็เลยมีแค่แม่ พี่ทัช และยัยน้ำฟ้าที่มาส่งฉันที่สนามบิน
“รับทราบค่ะคุณหญิงแม่ หนูจะไม่ไว้ใจใครง่ายๆแน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วง” ฉันพูดกับแม่ เพื่อให้แม่สบายใจ
“พี่ว่างเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะแวะไปเยี่ยมนะ พี่จะได้ไปหาเพื่อนพี่ด้วยไม่ได้เจอกันนานละ ไม่รู้ว่ามันเป็นไงบ้างตอนนี้” พี่ทัชพูดด้วยน้ำเสียงสบายใจเฉิบ
“ไอ้เราก็คิดว่าพี่ชายคิดถึง ที่ไหนได้พี่คิดถึงแต่เพื่อนพี่นั่นแหละ เชอะ!” ฉันพูดด้วยความรู้สึกงอน
“โอ๋ๆ เอพริลน้องรัก พี่ต้องคิดถึงน้องสาวคนเดียวของพี่สิ ที่แวะไปเยี่ยมเพื่อนแค่ผลพลอยได้เฉยๆ จริงๆนะ” พี่ทัชพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ดูน่าหมั่นไส้ชะมัด ใครจะไปเชื่อกันล่ะ!!
“ประกาศๆ ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปประเทศจีน เที่ยวบิน JT200 อีก 15 นาทีเครื่องจะออกแล้วนะคะ ผู้โดยสารท่านใดที่ยังไม่ได้มาเช็คอิน กรุณามาเช็คอินด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ” เสียงพนักงานประกาศ ได้เวลาที่ฉันต้องเช็คอินแล้วสินะ
“งั้นหนูไปก่อนนะคะแม่ หนูจะรอแม่ไปเยี่ยมนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับเข้าไปสวมกอดแม่ ไปอยู่ที่นั่นฉันคงคิดถึงแม่น่าดูเลยล่ะ
“เดินทางปลอดภัยนะลูก แล้วเจอกันที่นั่น” แม่พูดกับฉันพร้อมกับน้ำตาคลอ
“แล้วฉันจะบินไปเยี่ยมแกนะ” ยัยน้ำฟ้าพูดพร้อมกับกับเข้ามาสวมกอดฉันแน่น
“เดี๋ยวพี่ก็จะแวะไปเยี่ยมพร้อมกับของกินที่แกชอบกินนะ” พี่ทัชพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน ฉันเลยเดินเข้าไปกอดพี่ทัช หลังจากที่ฉันกอดพี่ทัชเสร็จ ฉันก็โบกมือลาทุกคนเพื่อไปขึ้นเครื่อง บายบายไทยแลนด์ แล้วเจอกันใหม่
