เดิมพันรักมาเฟียร้าย

283.0K · จบแล้ว
เดย์ไลลา
94
บท
3.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

Writer : เดย์ไลลา Illust 1 : Shanoki Illust 2, 3 : Roseped ภาพประกอบ : สนิมกิน พิสูจน์อักษร : Ni-Nid ลิขสิทธิ์เป็นเพียงของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช 2558 ห้ามดัดแปลงบทความ คัดลอก และนำไปใช้บางส่วนและนำไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ 2537 พูดคุยกับนักเขียน ผลงานเรื่อง เดิมพันรักมาเฟียร้าย ถือเป็นภาคต่อจากนิยายเรื่องแรกของไรต์ นั่นคือ หลงรักนายมาเฟีย โดยครั้งนี้ตัวละครที่จะรับบทพระเอกของเราคือ เ‍ค‍วิ‍น ตัวร้ายซึ่งเคยโผล่มาในเรื่องของไคโรและมิลิน เป็นเรื่องราวในมุมของตัวโกงที่วันหนึ่งบังเอิญไปพบหญิงสาวซึ่งบังเอิญเธอมีใบหน้าคล้ายคลึงกับผู้หญิงที่เขาเคยติดใจ ครั้งนี้เจ้าตัวร้ายจึงพยายามทุกทางเพื่อครอบครองเธอให้ได้แบบไม่สนวิธีการ ด้วยความหัวอ่อน ใสซื่อของเธอ ทำให้เ‍ค‍วิ‍นคิดว่าจะสามารถควบคุมเธอได้ง่ายๆ แต่เพราะแรงกดดันมหาศาลจากรอบด้าน ค่อยๆ หล่อหลอมให้ผู้หญิงอ่อนต่อโลกต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเอาตัวรอด จนมาเฟียหนุ่มกลายเป็นฝ่ายถูกคุมซะเอง นิยายเรื่องนี้โปรดอย่าถามหาความเป็นพระเอก และพึงระลึกเอาไว้เสมอว่านี่คือตัวร้าย ดังนั้นเควินก็จะคงคอนเซ็ปต์แบบตัวร้ายไปจนเกือบจบเรื่อง ผลงานเรื่องนี้อ่านแยกได้ เนื่องจากเนื้อหาไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน และเพื่ออรรถรสครบถ้วน นักอ่านสามารถไปติดตามชีวิตของตัวร้ายได้ในเรื่อง หลงรักนายมาเฟีย นะคะ เดย์ไลลา คำเตือน นิยายเรื่องนี้มีการกระทำไม่เหมาะสมเรื่องเพศ คำพูดจาหยาบคาย การใช้ความรุนแรง การกระทำผิดกฎหมาย มีการบรรยายฉากร่วมรักอย่างละเอียด พฤติกรรมที่ไม่ควรลอกเลียนแบบเด็ดขาด เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป เนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น ไม่อิงตามความจริง ไม่ได้มีเจตนาเพื่อยุยง ส่งเสริม ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใด วิชาชีพหนึ่ง สถานที่ของเรื่องก็เป็นแค่สถานที่สมมติเท่านั้น อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนิยายปัจจุบันผู้หญิงเรียบร้อยมาเฟียรักหวานๆโรแมนติก

บทที่ 1 ลูกคุณหนูตกอับ

มหาวิทยาลัย B

แอ๊ดดดด ~

เสียงออดบ่งบอกเวลาเลิกคลาสดังขึ้น ทำให้เหล่านักศึกษาทยอยกันเก็บข้าวของใส่กระเป๋า เตรียมจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

“อย่าลืมไปทบทวนเนื้อหาเมื่อกี้ด้วยนะ มีออกสอบแน่นอน และอาทิตย์หน้ามีส่งรายงาน อย่าอู้กันนะ”

“ค่า ~”

“ทราบแล้วครับ”

เสียงนักศึกษาตอบกลับอาจารย์วัยกลางคนอย่างสนิทสนม ซึ่งเขาก็ได้แต่ส่ายหัวระอาใจแล้วเก็บอุปกรณ์การสอนของตัวเองต่อ

“ช้าจริงยัยฟ้า แกก็น่าจะเตรียมเก็บของตั้งนานแล้ว” เสียงแหลมสูงของมินนี่เอ่ยกับอดีตดาวคณะนิเทศข้างกาย ดวงตาไล่มองใบหน้าสวยกระจ่างใสน่าทะนุถนอมด้วยความอิจฉา

“ทำไมแกชอบว่าอิงฟ้านักวะ เพิ่งเลิกคลาสเมื่อกี้ ใครมันจะพร้อมออกจากห้องเรียนเท่าแกอีก” กิ๊ฟแบะปากออกหน้าปกป้องเพื่อนสาวใสซื่อของตัวเองเหมือนปกติ

“ไม่ต้องเถียงกัน ๆ เราเก็บของเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”

“ฉันก็แค่พูดเฉย ๆ ไม่ได้จะว่าแกหรอกนะฟ้า”

“อื้ม ไม่เป็นไร เราเข้าใจ เราก็ช้าจริง ๆ นั่นแหละ”

เสียงหวานตอบกลับเพื่อน ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่มีแววของความโกรธเคืองแม้แต่น้อยที่ถูกพูดจิกกัดกระทบกระทั่งบ่อยครั้ง ทำให้กิ๊ฟพ่นลมหายใจยาว หยัดตัวขึ้นจากโต๊ะเลกเชอร์เอื้อมคว้ากระเป๋ามาสะพายไหล่

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”

“จ้า ๆ”

อิงฟ้าคลี่ยิ้มหวานแสนน่ารัก กระวีกระวาดลุกขึ้นตามเพื่อนทั้งสอง กระโปรงทรงเอเข้ารูปแม้ไม่ได้สั้นมากเกินไปบวกกับชุดนักศึกษาตัวเล็กขับเน้นสัดส่วนเย้ายวนที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ความสวยของเธอทำให้มีสายตาของหนุ่มหลายคนชะเง้อมองตามหลังจนทั้งกลุ่มเดินพ้นประตูห้องเรียนไปอย่างสุดจะเสียดาย

“เฮ้ออออ ~ อิงฟ้าสวยฉิบ น่ารัก ยิ้มเก่ง คนดีของคณะจริง ๆ”

“แต่ยัยกิ๊ฟกับยัยมินนี่นี่สิ ขัดขวางเก่ง เพราะแบบนี้ไงเลยไม่มีใครจีบอิงฟ้าได้สักที”

“สงสัยต้องไปดักคุยตอนอยู่คนเดียว อิงฟ้าขี้เกรงใจจะตาย ถ้าไม่มียัยสองคนนั้นอยู่ ยังไงก็ทนลูกตื้อกูไม่ไหวหรอก”

“เหอะ ๆ ยัยกิ๊ฟได้วิ่งมาแหกอกมึงวันต่อไปน่ะสิ ปกป้องเพื่อนอย่างกับไข่ในหินจริง ๆ”

กลุ่มชายหนุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ยิ่งดาวคณะคนสวยครองตัวเป็นโสดจนกระทั่งขึ้นปี 3 จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มทั้งหลายจะคาดหวังอยากจะบุกเข้าไปยึดหัวใจของเธอให้ได้

สามสาวเดินพูดคุยไปตามทางเดินยาวของอาคาร โดยมีมินนี่ชวนคุยเรื่องผับใหม่ที่เพิ่งเปิด แม้อิงฟ้าจะไม่เคยไปแต่ก็ฟังเพื่อนสาวอย่างตั้งใจ ผิดกับกิ๊ฟที่ก้มหน้าเล่นมือถือ เออออตามบ้าง

ทั้งสามสาวมีบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน มินนี่จะเป็นสาวมั่น กล้าแสดงออก รักสนุก เรือนผมสีดำยาวจรดเอว ผิวสีน้ำผึ้งพร้อมริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนตามสไตล์สาวสายฝอ

กิ๊ฟจะเป็นสาวเท่ผมสั้นประบ่า รูปร่างเล็ก มีความสูงเพียง 156 เซนติเมตรเท่านั้น มักชอบแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาตัวหลวมเหมือนทอมบอย แม้ความจริงกิ๊ฟจะชอบผู้ชายก็ตาม เธอสนิทกับอิงฟ้ามาตั้งแต่ปี 1 แล้ว ต่างจากมินนี่ที่เพิ่งเข้ามาสนิทด้วยตอนขึ้นปี 3 เนื่องจากถูกกลุ่มเก่าของตนเองแบน

ส่วนอิงฟ้าเป็นสาวน่ารักใสซื่อบริสุทธิ์ เธอจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็ทำให้ถูกใครต่อใครเอาเปรียบอยู่บ่อยครั้ง ทำให้กิ๊ฟต้องคอยออกหน้าปกป้องเสมอ หญิงสาวมีผมยาวเป็นลอน ถูกย้อมจนกลายเป็นสีน้ำตาลช็อกโกแลต มีผมหน้าม้าลงมาปรก รับกับดวงตากลมโตล้อมด้วยแพขนตาหนา ส่งเสริมให้ใบหน้าจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตามีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

ท่อนขายาวราวนางแบบก้าวลงบันไดตามหลังมินนี่ แต่แล้วทั้งกลุ่มก็ต้องชะงักเนื่องจากมีรุ่นพี่หน้าคุ้นยืนขวางทางเสียก่อน

“สวัสดีครับสาว ๆ เพิ่งเลิกเรียนกันเหรอ” แม็ก รุ่นพี่ปีสี่ คณะบริหารฉีกยิ้มกว้างให้ทุกคน โดยไม่ลืมส่งสายตาระยิบระยับมาทางสาวที่ตนหมายตามานานเป็นพิเศษ

“พี่แม็ก...” อิงฟ้าเรียกชื่อเสียงเบา ๆ หน้าซีดเจื่อนลง ขยับตัวไปหลบหลังกิ๊ฟอัตโนมัติ ไม่ชอบสายตาวิบวับเจ้าเล่ห์ที่อีกฝ่ายมองตนเท่าไร ซึ่งกิ๊ฟก็กอดอกมองหนุ่มเพลย์บอยของคณะบริหารกลับด้วยสายตาดุดัน ออกหน้าปกป้องเพื่อนสาวเต็มที่

“สวัสดีค่ะ เย็นขนาดนี้พี่แม็กมาทำอะไรที่คณะนิเทศเหรอคะ” มินนี่ถามเสียงหวานพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มยิ่งขึ้น

แม้แม็กจะรู้ว่าตนไม่เป็นที่ต้อนรับของกลุ่มสาว ๆ เท่าไร แต่ก็ยังคงตามตื๊ออิงฟ้าไม่เลิกรา

“ก็จะแวะมาหาน้องอิงฟ้านี่แหละครับ วันนี้ให้พี่ไปส่งไหม มีหนังเข้าใหม่ด้วยนะคะ ฟ้าอยากไปดูกับพี่ไหมเอ่ย”

“คะ...คือ...”

“โทษทีค่ะพี่แม็ก อิงฟ้าคงไม่ว่างไปดูหนังกับพี่หรอก” เสียงเรียบของกิ๊ฟเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“ใช่ค่ะ พอดีพวกหนูมีนัดกันไปทำรายงานกันต่อ”

เสียงแหลมของมินนี่ขัดขึ้นอีกคน พลางขยับตัวเข้าไปกอดแขนอิงฟ้า ท่าทางปกป้องช่วยให้เธอรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น

“ขะ...ขอโทษค่ะ...อิงฟ้าไม่ว่าง” เธอตอบกลับเสียงตะกุกตะกัก ไม่กล้าเงยหน้าสบสายตาของหนุ่มหน้าตายที่คอยมาตอแยเธอไม่เลิกรา พลางเอื้อมมือกระตุกชายเสื้อของกิ๊ฟเป็นสัญญาณ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกหนูขอตัวก่อนนะคะ”

สาวห้าวพูดขึ้นมา แล้วคว้าแขนอิงฟ้าให้เดินตามตนมาโดยไม่สนใจรุ่นพี่ที่พยายามจะหาข้ออ้างเพื่อรั้งตัวพวกเธอไว้ต่อ

แล้วมินนี่ก็แสยะยิ้มช่วยบังตัวอิงฟ้าเอาไว้ ให้เพื่อนทั้งสองรีบสืบเท้าลงบันไดไปก่อน

“ทำไมพวกเราต้องคอยกีดกันพี่ขนาดนี้” แม็กขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่เหยื่อสาวสามารถหลุดมือไปได้อีกครั้ง

“แหม อย่าทำหน้าเครียดสิคะพี่แม็ก พี่ตามจีบยัยอิงฟ้าตั้งนานแล้วมันยังไม่เคยสนใจ มินนี่ว่าพี่ถอดใจแล้วลองหาสาวอื่น...แถว ๆ นี้ ดีกว่าไหมคะ” น้ำเสียงแผ่วเบาสื่อความหมายเปลี่ยนนัยน์ตาของชายหนุ่มให้วาวโรจน์ตื่นตัว สายตารู้ทันสื่อความหมายสบประสานมองกันเงียบ ๆ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าของสาวมั่นที่กว้างขึ้น

ใช้เวลาอีกครู่ใหญ่มินนี่ก็ก้าวตามมาเจอเพื่อนทั้งสองที่ยืนรออยู่ใต้อาคารเรียน

“ช้าจัง ทำอะไรมาน่ะ” กิ๊ฟถามขึ้นด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจ แต่มินนี่ก็ทำเพียงไหวไหล่น้อย ๆ อย่างไม่สนใจ

“ยังมาพูดแบบนี้อีก ฉันก็ช่วยพวกแกถ่วงเวลาพี่แม็กนั่นแหละ”

“เอาเถอะ ขอบใจมินนี่มากเลยนะที่คอยช่วยเราตลอดเลย” อิงฟ้าไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองถกเถียงกัน จึงส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้ง

“แกก็น่าจะปฏิเสธให้ชัดเจนไปเลย พี่เขาจะได้เลิกมาวุ่นวายสักที”

“เราเคยพูดแล้ว แต่พี่เขาก็ยังตามเราไม่เลิก...เราก็ไม่รู้จะทำยังไง” เธอตอบกลับเสียงเบา ด้วยท่าทางกลัดกลุ้มกับปัญหาที่แก้ไม่ตกนี้

“แกต้องเด็ดขาดกว่านี้ ไม่ต้องไปเกรงใจหรอก” มินนี่เอ่ยยุยงปลุกใจ

“จริง ครั้งนี้ฉันเห็นด้วยกับยัยมินนี่นะ แกอย่าไปกลัวพวกนั้น ฟาดตอกกลับไปเลย มันจะได้เลิกมาตอแย”

“เราไม่กล้าอะ”

หญิงสาวมุ่ยหน้าถอนหายใจยาว เข้าใจว่าเพื่อนอยากให้เธอกล้าแสดงออก และเด็ดขาดมากกว่านี้ แต่คนขี้กลัวอย่างอิงฟ้าก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเสียที อาจจะเพราะมีทั้งสองคอยออกหน้าปกป้องเธอเสมอ จึงทำให้คนรักสงบไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเพิ่ม

“เฮ้อออออออ ~ แกเนี่ยนะ เพราะแบบนี้ไงฉันถึงอดเป็นห่วงแกไม่ได้ ไหนจะเรื่องลุงแกอีก” กิ๊ฟพ่นลมหายใจยาว มองสีหน้ายุ่งเหยิงของเพื่อนรักก็อ่อนใจ ไม่อยากตำหนิเธอเพิ่มมากกว่านี้

“แกต้องสู้นะฟ้า เรื่องเงินที่ลุงแกให้อีก นับวันมีแต่จะน้อยลง” มินนี่เสริมอีกครั้ง

“พอเราพูด เขาก็ขึ้นเสียงใส่ เราเลยไม่กล้าอะ”

“เพราะแบบนี้ไงเขาถึงได้ใจ เอาแต่คอยกดแก เอาเปรียบสารพัด ตอนนี้แกก็บรรลุนิติภาวะแล้วนะ จะให้เขาคอยมาควบคุมเงินทั้งหมดของแกอีกนานแค่ไหน”

“เราจะลองกลับไปคิดเรื่องนั้นดูแล้วกันนะ”

เธอพยายามฝืนส่งยิ้มให้เพื่อนทั้งสองคน ไม่อยากให้เพื่อนหนักใจกับปัญหาส่วนตัวของเธอไปด้วย ทั้งสามพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก็ทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยมินนี่แยกไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ส่วนอิงฟ้าและกิ๊ฟเดินคุยกันต่อไปจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยก่อนจะขึ้นรถคนละคันกลับบ้านตัวเอง

คนตัวเล็กทิ้งตัวลงบนเบาะรถประจำทางสภาพทรุดโทรม ทอดสายตามองแสงอาทิตย์ผ่านหน้าต่างฝุ่นเขรอะที่เปิดเอาไว้ให้ควันสีดำจากบรรดารถบนท้องถนนปลิวเข้าหน้า

ใบหน้าสวยเจื่อนลงด้วยความเศร้าเปรียบเทียบชีวิตตัวเองในปัจจุบันกับเมื่อก่อน ก็ได้แต่ทอดถอนใจในโชคชะตา

อิงฟ้าเธอเติบโตมาในครอบครัวแสนอบอุ่นฐานะร่ำรวย เธออยู่แต่ในแวดวงสังคมกลุ่มเพื่อนดี ๆ มาตั้งแต่เด็ก ชีวิตของเธอมีแต่ความสุข ถือเป็นครอบครัวตัวอย่างที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา แต่แล้วมรสุมร้ายก็พัดเข้ามาในชีวิตเด็กสาวแสนน่ารัก รถของครอบครัวเธอถูกคนเมาแล้วขับชนจนตกไหล่ทาง เด็กน้อยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่บิดามารดาเธอไม่โชคดีเช่นนั้น ทั้งคู่จากไปตั้งแต่อิงฟ้าอายุ 16 ปี ทำให้ตั้งแต่นั้นเด็กสาวต้องตกมาอยู่ในการดูแลของพี่ชายพ่อ หรือลุงธนัท

เด็กสาวช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จนไม่พูดอยู่เกือบเดือน ทุกอย่างในชีวิตพลิกกลับตาลปัตร จากสิ่งที่เคยมีเคยได้รับก็ถูกตัดออก แม้ว่าบิดามารดาจะทิ้งทรัพย์สมบัติให้มากมาย แต่ลุงธนัทกลับจัดสรรค่าใช้จ่ายของหลานสาวอย่างขี้เหนียว และจะชอบอ้างว่าเพื่อให้อิงฟ้ามีเงินมากพอใช้จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย

ถึงเธอจะยังเด็กแต่ก็รับรู้พฤติกรรมไม่เอาไหนของคนเป็นลุงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ ได้แต่เฝ้ามองข้าวของในบ้านหลังใหญ่แสนอบอุ่นถูกทยอยนำออกไปขาย ไม่ต้องพูดถึงบริษัทใหญ่โตที่พ่อแม่เธอเพียรสร้างมาตลอดชีวิต ก็ถูกธนัทขายทิ้งทันที และอิงฟ้าก็ไม่เคยได้รับเงินสักบาทจากการขายบริษัทซึ่งเป็นของพ่อเธอ ทำให้หญิงสาวที่เริ่มรู้ความมากขึ้นท้อแท้กับโชคชะตา

รถเมล์คันเก่าวิ่งจากเขตชานเมืองเข้ามาสู่ตัวเมืองหลวงอีกครั้ง ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีคราม แต่ร้านค้าสองข้างทางกลับสว่างไสว ท้องถนนเต็มไปด้วยรถราแน่นขนัด หญิงสาวเอนกายพิงเบาะขาด ๆ หลับตาลงช้า ๆ ด้วยความเหนื่อยล้า พยายามประคับประคองสติตัวเองไม่ให้ดับวูบก่อนจะถึงจุดหมาย

กินเวลาเกือบชั่วโมง อิงฟ้าก็ก้าวลงมาจากรถเมล์ ซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอยบ้าน

มือบางล้วงแบงก์สีเขียวส่งให้คนขับ ระหว่างรอเงินทอน หัวคิ้วบางก็ขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นกลุ่มคนมากมายยืนอยู่ในตัวบ้านของเธอ

“นี่ครับ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบกลับแล้วรับเงินทอนด้วยความรีบร้อน ก้าวขายาว ๆ ไปยังประตูรั้วเหล็กแข็งแรง ใช้แรงผลักมันออก

“นะ...นี่กำลังทำอะไรกันน่ะ จะเอาเปียโนของฟ้าไปไหน”

เสียงหวานขัดขึ้น ทำให้กลุ่มชายหนุ่มหยุดมือกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ต่างก้มหน้าหลบสายตาคาดคั้นน่าสงสารของเด็กสาวเจ้าของบ้าน

“คุณธนัทจะขายเปียโนหลังนี้ครับ พวกเราเลยต้องยกออกมาเตรียมให้รถมารับ”

“ได้ไงกัน ทำไมล่ะ”

ดวงตาคู่สวยคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ มองสีหน้าหนักใจของเหล่าพ่อบ้าน คนสวนและคนขับรถที่เห็นหน้าค่าตากันตั้งแต่เธอเด็ก ๆ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงตวาดดังลั่นก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“แกมาวุ่นวายอะไรตรงนี้!”