บทที่ 5 ล้มไม่เป็นท่า เสียฤกษ์ดี
อันหนิงยืนนิ่ง แต่ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาเหมือนพายุในร่างเล็ก ๆ มือกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เจ็บจนรับรู้ แต่ไม่เท่าที่ทั้งสองคนกระทำกับนาง
‘ข้าจะแก้แค้นพวกเจ้าให้ได้ มิเช่นนั้นข้าตายตาไม่หลับแน่ การกลับมาครั้งนี้…ข้าจะไม่เป็นเหยื่ออีก ตนในชาติก่อนแสนโง่ สวรรค์ให้ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนความแค้นทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง ทั้งความเป็นลูกสาวคนโต ทั้งสิทธิ์ในตระกูล ทั้งชีวิตที่ถูกทำลาย และเพื่อคนที่ยอมตายเพื่อข้า...โจวไห่เฉิน’
ชื่อบุรุษแสนดี ที่เต็มไปด้วยความรัก และไม่หวังผลตอบแทนอันใด
อันหนิงจ้องมือของตัวเอง มือที่เคยเปื้อนเลือดของเขา
‘ข้าจะไม่ยอมให้ท่านตายอีก และข้าจะต้องได้รักและเคียงคู่กับท่าน เรื่องการแก้แค้นนี้ แม้ข้าต้องแลกกับอะไรก็ตาม ข้าจะต้องแลก ข้าจะลากกู้หยางกับอันจิง น้องสาวอกตัญญูลงนรก’
‘อันจิง... นางลูกอกตัญญูเช่นเจ้า ข้าก็จะไม่ละเว้นชีวิตเช่นกัน’
แม้จะเป็นสายโลหิตเดียวกัน แต่สิ่งที่อันจิงทำ... ไม่ใช่เพียงฆ่าพี่สาว แต่ยังทำให้บิดามารดาถูกประหารชีวิตด้วย นางนึกถึงเหตุการณ์ที่บิดามารดาถูกใส่ร้ายจนเข้าแดนประหาร ถูกจับประจานก่อนตาย... ช่างเจ็บปวดในหัวใจยิ่งนัก
‘คนแบบอันจิง นางจะต้องถูกจับแยกร่างถึงจะสาสม’
เรือนสกุลเผย… ในยามสายอบอวลด้วยกลิ่นชาอบดอกเหมย ทั้งเรือนดูสงบงามดั่งทุกวัน ทว่าความจริงแล้ว ภายในนั้นกำลังมีพายุลูกใหม่ตีวนอยู่เงียบ ๆ
เผยอันจิงเดินกระวนกระวายอยู่หน้าโถงรับแขก ริมฝีปากแดงระเรื่อถูกกัดจนซีด
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะดึงแขนเสื้อให้เรียบ นางเดินเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ ที่บิดามารดากำลังสนทนากันอยู่ แม้จะพยายามข่มจิตใจแล้ว ให้สงบมากกว่านี้ แต่ยังคงต้องควบคุมสติอยู่ บิดาของนางชื่อเผยชางอี้ ชายผู้เข้มงวด เขามีตำแหน่งเป็นขุนนางกรมพระคลัง
มารดาของนางชื่อฮูหยินเผย ฮูหยินผู้งดงามและมีความทะเยอทะยาน นางชอบวางแผนเพื่อยกสถานะให้บุตรสาว
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอคุยด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ?” อันจิงเอ่ยเสียงเบา อ่อนหวานตามแบบที่มารดาได้ฝึกอบรมมาตั้งแต่เด็ก ๆ
“มีอะไร ทำไมสีหน้า และแววตาของเจ้าดูตื่นเต้นเช่นนี้?” ท่านเผยชางอี้เงยหน้าเพียงเล็กน้อย
อันจิงรีบขยับนั่งลงข้างมารดา พยายามกลบความกังวลที่ค่อย ๆ เอ่อขึ้นในอก เมื่อเช้านางตื่นขึ้นมา แล้วครุ่นคิด และพบสิ่งที่ทำให้หัวใจหวาดผวา
‘รอบเดือนของข้ายังไม่มา…เป็นเดือนที่สองแล้ว’
นางสะบัดความคิดนั้นออกก่อน ตอนนี้เรื่องใหญ่คือ… ต้องทำให้พี่สาวได้แต่งงานออกเรือนไปกับกู้หยาง แล้วนางจะตามติดขอไปเป็นอนุภรรยาของเขา
“เป็นเรื่องของเจ้า หรือว่าเรื่องของใคร?” บิดาถาม
“เอ๊ะ! หรือว่าเป็นเรื่องของพี่สาวของเจ้าหรือ?” ฮูหยินเผยถามแทน มีแววคาดเดาในดวงตา
อันจิงพยักหน้าช้า ๆ และเริ่มเล่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเขี้ยวไว้ลึก ๆ
“วันก่อนหน้านี้…ท่านพี่หยางมาหาพี่หญิงอันหนิงเจ้าค่ะ”
“อืม... ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว แล้วอย่างไรรึ?”
“คือแบบนี้เจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ ท่านพี่หยาง...เขาตั้งใจนำหยกแทนใจมาให้เพื่อเป็นของหมั้น แต่ว่า...” ช้อนสายตามองบิดา
“เจ้าชักช้าเสียนี่กระไร รีบ ๆ พูดเขา” ท่านเผยชักสีหน้า
“แต่... พี่หญิงอันหนิงปฏิเสธเจ้าค่ะ ต่อหน้าท่านพี่หยางเลยด้วย ทั้งที่ทั้งสองคนมีใจกันมานานแล้ว ข้าไม่รู้ว่าพี่หญิงอันหนิงคิดอะไรอยู่ ถึงได้ปฏิเสธ ปากคนก็ยื่นยาว รู้กันไปทั่วว่าท่านพี่หยางกับพี่หญิงอันหนิงคบหากันอย่างเปิดเผย ทั้งเมือง ไม่เว้นแม้แต่ในตลาด ก็คงจะรู้เรื่องนี้กันทั่วแล้วเจ้าค่ะ” อันจิงกัดริมฝีปาก
บิดามารดาทั้งคู่ชะงักไปทันที ฮูหยินเผยวางถ้วยชาเสียงดังกึก…
“ปฏิเสธ? นางเป็นบ้าหรืออย่างไร!?”
“คุณชายกู้กำลังจะได้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลโหวในครึ่งปีข้างหน้านี้แล้ว! นางไม่รู้หรือว่าเป็นโอกาสที่ตระกูลเผยของพวกรอคอยมานาน!” “ข้าก็ไม่รู้เพราะเหตุใด พี่หญิงอันหนิงทำตัวแปลก ๆ ไปเจ้าค่ะ ท่าทีเย็นชากับท่านพี่หยาง แบบไม่เหมือนคนเดิมเลย” อันจิงแสร้งทำใบหน้าเศร้า
ท่านเผยย่นคิ้วแน่น เพราะตลอดมาบุตรสาวคนโตอ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยขัดคำใครในตระกูล แล้วครั้งนี้ดูแปลกไปจริง ๆ “นางว่าอย่างไรอีก?” เขาถามเสียงขรึม
“พี่หญิงอันหนิงบอกว่า…ไม่อยากรับของแทนใจของเขา และนี่เท่ากับว่าพี่หญิงไม่อยากแต่งกับเขาเจ้าค่ะ” ฮูหยินเผยถึงกับลุกพรวด
“นางมันเด็กโง่! หากนางไม่แต่ง…แล้วใครจะเป็นผู้ยกระดับชื่อเสียงของเรือนนี้!”
อันจิงกลั้นยิ้มเอาไว้ให้มิด เพราะนี่คือสิ่งที่นางต้องการ
“ท่านแม่…หากพี่หญิงไม่แต่ง ข้า…ก็ใช่ว่าจะได้แต่งเช่นกัน” นางพูดเสียงอ่อน แต่ประโยคแผ่ว ๆ นั้นแทงใจฮูหยินเผยทันที
“ใช่สิ พี่เจ้าเป็นบุตรสาวคนโต ถ้านางไม่ออกเรือน น้อง ๆ จะได้ออกเรือนข้ามหน้าได้เช่นไร”
ข้อตกลงในตระกูลคือ บุตรสาวคนโตต้องออกเรือนก่อน มิเช่นนั้นน้อง ๆ ในตระกูลเผยก็หาได้ออกเรือนไม่
ทั้งนี้หากอันหนิงไม่แต่ง…อันจิงก็มิได้แต่งงานไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ
“ไม่มีทาง! ข้าไม่ยอม โอกาสก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นของท่านพ่อเจ้า อันหนิงจะเห็นแก่ตนเองไม่ได้ อีกอย่างตระกูลโหวจะก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก ทั้งคุณชายกู้...เขาก็มีใจกับพี่สาวของเจ้า” ฮูหยินตบพนักเก้าอี้ดังปึก...
“ฮึ! ชักจะเอาใหญ่ หากไม่รัก ไม่ชอบพอกับคุณชายกู้ตั้งแต่แรก ไยต้องให้หน้าเขาถึงเพียงนั้น รู้ไปถึงไหน อับอายไปถึงนั่น”
ฮูหยินเผยหน้าเปลี่ยนสีทันที นางถึงกับของขึ้น ไม่เข้าใจบุตรสาวคนโตเลยสักนิด ทีแรกคลั่งไคล้กู้หยางนักหนา ตอนนี้กลับเปลี่ยนท่าที
อันจิงหลบตา ปล่อยให้มารดาจมอยู่ในความโกรธขุ่นเขียว
ท่านเผยถึงกับลุกจากเก้าอี้แล้วเดินวน คิ้วแตกเป็นรอยย่น และขมวดมุ่นคิดหนัก ท่านคิดว่าตนเองต้องพลาดโอกาสก้าวหน้า หากอันหนิงไม่ได้แต่งงานกับกู้หยาง
คนที่จะได้เป็นท่านโหวคนต่อไปของจวนกู้โหว
“เหตุใดอันหนิงจึงกล้าทำเช่นนี้… ต้องมีปัญหาอะไรแน่”
อันจิงรีบเสริม ทิ้งคำพูดให้บิดามารดาได้คิด…
“แล้วเท่าที่ข้าเห็น ท่านพี่หยางดูผิดหวังมากเจ้าค่ะ ข้ากลัวว่าครั้งต่อไป เขาอาจจะไม่มาหาพี่หญิงแล้ว อีกอย่างหากกู้โหวซื่อทราบ... คุณหญิงท่านจะ...”
“หากอันหนิงทำลายโอกาสนี้ ข้าจะไม่ปล่อยนางไว้แน่... ดูเอาเถิด ลูกสาวอกตัญญูคนนี้” ฮูหยินเผยกัดฟันพูด