อารัมภบท 4
สุ้มเสียงกล่าวโทษนั้นยังคงมีเนื้อเสียงนุ่มนวลสุภาพ ทว่าจู่ๆ พลันกระด้างขึ้น “ทหาร! จับพระนางทั้งสองไปสำเร็จโทษอย่างสาสม”
สิ้นกระแสเสียงนั้นของจักรพรรดิหนุ่ม กลุ่มทหารก็เข้ามาทำการปิดปากนางพญาทั้งสองอย่างโอหัง
หลังจากนั้นก็พาตัวพวกนางไปยังตำหนักคนละหลัง มอบเหล้าพิษคนละจอก ผ้าขาวคนละผืน ขันทีสืบเท้าเข้าหาจัดการอย่างอุกอาจเหิมเกริม ประตูถูกปิดดังปึง!
ทุกสิ่งทั้งรวดเร็วและรวบรัด
ไม่ปล่อยให้ใครได้โต้แย้ง
ทั้งหลักฐานและพยานจึงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือเท็จ
ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของผู้คน ใบหูของหวงเหมยยังคงได้ยินเสียงทุ้มกังวานของฮ่องเต้หานจง
“เสด็จแม่เป็นที่รักใคร่ของประชาชนมากเกินไป กระทั่งขุนนางทุกคนยังรอฟังคำสั่งจากเสด็จแม่มากกว่าลูก เรื่องเช่นนี้เสด็จแม่ทรงไม่คิดเช่นเดียวกันกระนั้นหรอกหรือ? ว่าฮ่องเต้เช่นข้าไม่สมควรเก็บท่านไว้ให้เป็นภัยใกล้ตัว”
นี่มันอะไรกัน?
หวงเหมยไม่อาจยอมรับได้แม้เสี้ยวเวลา
ทุกอย่างถูกจัดฉากและจบลงด้วยความตายแบบเงียบๆ เพื่อรักษาเกียรติแห่งราชวงศ์มิให้แพร่งพรายในหมู่ไพร่ฟ้าให้เป็นที่ครหาตามกฎมณเฑียรบาล
ไม่! นางไม่ยอมตายง่ายดายเช่นนี้
กระทั่งวิญญาณออกจากร่าง ดวงตาของนางยังเบิกกว้างอย่างไม่ยินดีจะจำนน
หากทำได้ นางของเกิดอีกหน พวกมันทุกคนต้องชดใช้
ชาวประชาแคว้นหานต้องปลอดภัย
ลูกหลานแคว้นหาน...
จงรอข้า...
หลังจากนั้น แคว้นหานในการปกครองของรัชสมัยฮ่องเต้หานจง เมื่อสิ้นไทเฮาหวงเหมย
ฮ่องเต้ไม่เป็นฮ่องเต้ ขุนนางไม่เป็นขุนนาง คนถ่อยกดหัวคนดี ไพร่ฟ้าถูกกดขี่ ศีลธรรมถูกจำกัด ตงฉินถูกกำราบ กังฉินได้รับการอุ้มชูปูทางสว่าง ทั่วแคว้นมีแต่ทรราช ได้ยินแต่เสียงร่ำไห้ของชาวบ้าน
ฮ่องเต้แห่งต้าถัง ทรงนิ่งฟังคำรายงานทุกเรื่องราวของต่างแคว้นจากปากขันทีคนสนิทด้วยสีหน้าราบเรียบ ทว่าแววตากลับไหววูบยากสงบ
คำรายงานทั้งหมดเหล่านั้นขันทีเพิ่งได้รับข้อมูลจากแม่ทัพซุนเฉวียนที่ประจำการอยู่ชายแดนทางใต้ของแคว้นต้าถังซึ่งเชื่อมต่อกับแคว้นหาน จึงเชื่อถือได้ถึงสิบส่วน เสียงหนึ่งยังดังรบกวนภายในจิตใจของจักรพรรดิหนุ่ม
‘เด็กน้อย เจ้ามีพระมารดาที่ดี ตัวเจ้าย่อมเป็นราชันที่ดี สองแคว้นเรา หานและถัง จะเป็นพันธมิตรต่อกันสืบไป ตราบใดที่ข้า หวงเหมย ยังมีชีวิตอยู่ ชาวประชาจักเป็นสุข ไร้ศึกสงคราม’
สตรีบอบบางนางหนึ่ง ผ่าเผยจริงใจ องอาจสง่างาม มากความสามารถ
ลักษณะและอุปนิสัยคล้ายสตรีนามซานซาน
ซานซานคือนามพระมารดาของฮ่องเต้ถังนั่นเอง
ฮ่องเต้ถังในยามที่ยังคงเป็นเพียงองค์ชายตัวน้อย ได้นำทัพออกศึกตอนนั้น ยังเคยร่วมร่ำสุรากับสตรีนางนั้นพร้อมพระมารดาของเขาที่ปลอมตัวเป็นบุรุษเข้ามาในกองทัพโดยไม่เปิดเผยฐานะฮองเฮา ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เขาไม่อาจถอนสายตาจากสตรีผู้หนึ่ง
ทั้งยังเก็บนางเอาไว้ในดวงใจไม่เคยลืมเลือน
เมื่อคิดถึงไทเฮาแคว้นหาน ฮ่องเต้หนุ่มน้อยค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ
นางตายแล้ว...
วีรสตรีผู้หนึ่งได้ตายไปแล้ว
ทว่ากลับมิได้ตายในสนามรบอย่างสมศักดิ์ศรี มิได้ตายเยี่ยงวีรสตรีอย่างที่ควรเป็น
ศึกนอกไม่มี ทว่าศึกในไฉนไม่คำนึง…
