ตอนที่1 พี่เขย 1
เรือนสกุลหลี่ ภายในห้องหนังสือของจวน
คุณชายทายาทผู้สืบทอดนามหลี่ชุนเทียนกำลังคร่ำเคร่งกับงานกองโตมากมายตรงหน้าอยู่หลายชั่วยาม
ครั้นรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวและอ่อนล้าสายตาจึงจำต้องพักงานไว้ก่อนชั่วคราว ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินออกไปทางห้องปีกข้างของเรือนซึ่งอยู่ติดกับสวนพฤกษาด้านหลังเพื่อผ่อนคลายร่างกายตามวิสัย
จากนั้นย่อมออกไปข้างนอกตามสัญญานัดหมายกับ ‘ใครบางคน’ และอาจอยู่เดินหมากด้วยกันอย่างรู้ใจจนค่ำ
ร่างสูงสง่าเดินทอดน่องเนิบช้า เมื่อผ่านห้องหนึ่งซึ่งเปิดประตูเอาไว้จึงเห็นเงาเลือนรางของดรุณีวัยเยาว์กำลังนั่งอยู่ด้านใน แม่นางน้อยแต่งกายด้วยชุดสีชมพูสดใส ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา มีชีวิตชีวาดุจดอกบัวตูมใกล้ผลิบาน ทั้งดูไร้มารยาแต่กลับงามพริ้มเพรา
ทุกอย่างแลดูสะดุดตา ดึงดูดใจบุรุษได้โดยง่าย
นางผู้นั้นคือญาติผู้น้องของภรรยา ซ่งซูหรง
หลี่ชุนเทียนหรี่ตา เพ่งพินิจนางนิ่งๆ เนิ่นนาน
เห็นซ่งซูหรงกำลังร่ำไห้อย่างไร้สุ้มเสียงอยู่ตรงตั่งไม้ เรือนร่างอ้อนแอ้นอรชรนั้นกำลังสั่นเทาเบาๆ เพราะอาการโศกเศร้าอย่างน่าสงสารจับใจ
ที่บ้านซ่งซูหรงเกิดเรื่องปั่นป่วนภายในยากจัดการ ไป๋ซินเยี่ยนจึงได้รับจดหมายจากน้าชายว่าขอฝากฝังให้ดูแลซ่งซูหรงญาติสาวผู้นี้ชั่วคราว
ด้วยเกรงว่าบุตรสาวของตนจะตกอยู่ในอันตรายเพราะปัญหาในครอบครัวที่รุมเร้าไม่จบไม่สิ้น ซ่งซูหรงจึงมาพำนักอยู่ในจวนหลี่กับพี่สาวได้ระยะหนึ่งแล้ว
หากถามว่าเหตุใดน้าชายผู้นี้ไม่ส่งบุตรสาวไปฝากไว้กับบ้านเดิมของไป๋ซินเยี่ยน
ที่นั่นย่อมมีมารดาของไป๋ซินเยี่ยน ซึ่งเป็นพี่สาวของน้าชายซ่งฝานคอยรองรับหลานสาวแซ่ซ่งผู้นี้มิใช่หรือ คำตอบคือจวนสกุลไป๋ของบิดาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
มารดาของไป๋ซินเยี่ยนสิ้นชีพไปเมื่อสามปี ยามนี้ที่บ้านเดิมของนางจึงมีบิดาไป๋ชุนและฮูหยินใหญ่คนใหม่ขึ้นแทนที่ จึงไม่สะดวกใจให้การต้อนรับสาวน้อยซ่งซูหรงผู้เป็นหลานสาวของอดีตฮูหยินผู้ล่วงลับได้
ไป๋ซินเยี่ยนเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว น้าชายย่อมมองไม่เห็นใครอื่นที่เหมาะสม เขายังมอบอำนาจตัดสินใจในทุกเรื่องของซ่งซูหรงไว้ที่ไป๋ซินเยี่ยน ฝากฝังให้หลานสาวผู้พี่ดูแลบุตรีของตนถึงขั้นให้ช่วยจัดการหาคู่ครองแต่งงาน
ไป๋ซินเยี่ยนจึงจำต้องรับญาติสาวผู้น้องนางนี้เอาไว้ดูแลอย่างไม่อาจปฏิเสธได้แม้ครึ่งคำ
หนึ่งเดือนมานี้ซ่งซูหรงพำนักจวนหลี่มาโดยตลอด นางสงบเสงี่ยมเจียมตนไม่เคยออกจากเรือนไปทางใด
ในขณะที่แต่ไหนแต่ไรมา หลี่ชุนเทียนกับญาติผู้น้องของภรรยาผู้นี้ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ เมื่อครั้งที่ญาติผู้น้องของภรรยามาเยือนและขอพำนักในจวน หลี่ชุนเทียนก็เพียงอนุญาตด้วยตามใจภรรยา มิได้ให้ความสนใจอะไรแค่พูดจาทักทายตามมารยาทพร้อมภรรยาแค่คำสองคำเท่านั้น
ชายหนุ่มเป็นคนเงียบขรึมเย็นชา รักความสันโดษ เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องหนังสือและควบคุมดูแลจัดการงาน กระทั่งภรรยาไป๋ซินเยี่ยนยังยากจะพบหน้าสามีผู้นี้พร่ำเพรื่อ มีเพียงยามเข้านอนร่วมเตียงและร่วมมื้ออาหารถึงจะได้พูดคุยหยอกล้ออย่างรักใคร่สนิทสนม นับว่าโชคดียิ่งนักที่สามีภรรยาคู่นี้อยู่เรือนเดียวกันทุกวัน มิเช่นนั้นคงยากจะเสวนาปราศรัย
ลมหนาวสายหนึ่งพัดพาไล้วนรอบกายชายหนุ่มให้รู้สึกเย็นสบาย
นอกห้องปีกข้าง
ร่างสูงสง่าของหลี่ชุนเทียนยืนต้านลมนิ่ง ๆ
ชายหนุ่มเห็นญาติสาวของภรรยากำลังสะอึกสะอื้นจนดวงหน้าหวานฉ่ำเต็มไปด้วยม่านน้ำตาหยาดริน
ร่างงามระหงสั่นสะท้านอ่อนระทวยก่อนจะค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงแทบล้มพับตกจากตั่งอยู่ร่อมร่อ เขาจึงรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปอย่างลืมตัว
“น้องซูหรง...เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
เมื่อเห็นร่างสูงสง่าเดินเข้ามา สาวน้อยก็กะพริบตา ค่อยๆ เงยหน้าอมชมพูระเรื่อขึ้นช้าๆ ช้อนตาเหลือบมอง
“พี่เขย...”
น้ำเสียงของซ่งซูหรงดุจเสียงพิณที่ไพเราะเสนาะโสต ทำหลี่ชุนเทียนถึงขั้นต้องขมวดคิ้ว ใบหูเริ่มแดงเรื่ออย่างไม่อาจควบคุม ทั้งๆ ที่นางกำลังร่ำไห้คร่ำครวญ
แต่ทว่า น้ำเสียงกลับก้องกังวานหวานละมุนปานสายธารไหลซึมเข้าสู่ดวงใจ
ความรู้สึกแปลกประหลาดวูบวาบค่อยๆ หลั่งไหลซึมผ่านเข้ามาในโสตของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย มาตรว่าใครได้ยินย่อมรู้สึกประหม่าไม่ต่างกัน
หลี่ชุนเทียนรู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมาฉับพลัน คิดว่าควรออกห่างจากญาติผู้น้องสักหน่อยจึงจะดี
ทว่าน้องสาวของภรรยากำลังมีเรื่องเสียใจ เขาผู้เป็นพี่เขยซึ่งนับเป็นพี่ชายผู้หนึ่งไหนเลยจะเพิกเฉยได้
