บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3

“ก็ข้าบอกแล้วว่าจะจ่ายเงินให้ยังไงล่ะ!”

อี้อินเผยอรอยยิ้มเสียดสีมุมปาก ในต้าโจวมีใครบ้างไม่รู้ สกุลหยางบ่มเพาะบุตรสาวเพียงคนเดียวเพื่อให้ขึ้นเป็นฮองเฮาคนต่อไป แต่จวนเจิ้งกั๋วกงที่มีแต่ผู้ไร้ความสามารถจะอบรมใครให้ดีได้ ดูจากอุปนิสัยไร้เหตุผลของคนตรงหน้าแล้ว เกรงว่าที่พวกเขาเพียรสร้างมาจะมีแค่ผู้หญิงเอาแต่ใจที่ถูกตามใจจนเสียคนก็เท่านั้น

“ท่านหญิงคังหนิงไม่รู้งั้นหรือ ว่าโคมเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความสามารถในการได้มา หากใช้เพียงเงินตำลึงเดียว ไม่ว่าผู้ใดก็ควักออกมาจ่ายได้ทั้งนั้น แต่ความสามารถที่จะแย่งชิงมาครองนั้นใช่ว่าทุกคนจะมี”

คำพูดไม่ดังไม่เบา แต่เพียงพอที่จะให้ทุกคนได้ยิน ฝูงชนที่มุงดูต่างพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย ในหมู่ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ใครบ้างไม่มีเงินหนึ่งตำลึง แต่ที่พวกเขาขาดคือความสามารถที่จะนำโคมมาเป็นของตนเองต่างหาก

พอคิดตามแล้วหลายคนก็รู้สึกว่าวีรกรรมคำพูดของท่านหญิงคังหนิงเมื่อครู่ ช่างชวนให้คนเห็นแล้วนึกรังเกียจเสียจริง

“ฟังจากคำพูดคุณหนูอี้แล้ว ไม่ใช่หมายความว่าท่านหญิงคังหนิงไม่มีความสามารถพอที่จะต่อบทกลอนชิงโคมด้วยตนเองหรอกหรือ มิน่าเล่านางถึงต้องลำบากมาแย่งชิงของผู้อื่น!” จู่ๆ หนึ่งในกลุ่มคนที่มุงดูก็พูดขึ้นมา

หยางจื่อหรงฟังแล้วใบหน้าเห่อร้อน นางพยายามกวาดสายตามองหาตัวผู้กล่าววาจาเมื่อครู่ แต่ไฉนเลยจะเห็นได้ เพราะพอเห็นดวงตาดุดันที่จ้องถลึงมา หลายคนก็รีบหุบปากทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ทันที

“ถือว่าวันนี้เจ้าโชคดี” หากไม่เพราะอี้อินผู้นี้จงใจเอ่ยวาจาชี้นำ มีหรือนางจะถูกผู้คนตราหน้าให้ได้อายเช่นนี้ “เจ้าอย่าได้คิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆ นะ”

นางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าด้วยอำนาจบารมีของจวนเจิ้นกั๋วกงของตน จะไม่สามารถจัดการบุตรสาวขุนนางตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งลงได้

นางจะรอวันที่อีกฝ่ายพลาดพลั้งตกอยู่ในกำมือตน!

อี้อินอมยิ้มไม่คิดตอบโต้ ไยจะไม่รู้ถึงความเกลียดชังที่คนตรงหน้ามีให้แก่ตนเล่า เพียงแต่นิสัยของหยางจื่อหรงก็เปรียบได้กับหมาป่าตาขาว คอยแต่จะหาเรื่องข่มเหงผู้ที่ต่ำกว่าตัวเองไปวันๆ นางจึงไม่คิดให้ความสนใจอีกฝ่ายมากนัก

ดวงตาหยางจื่อหรงกับสาวใช้ที่มองตามหลังนายบ่าวสกุลอี้ ต่างทอประกายโกรธขึ้งไม่ต่างกัน

“ท่านหญิงจะปล่อยนางไปง่ายๆ อย่างนี้หรือเจ้าคะ”

“นางคิดว่าตัวเองสูงส่งจนคนเอื้อมไม่ถึงกระมัง ก็แค่บุตรสาวขุนนางตัวเล็กๆ คอยดูสิว่าข้าจะจัดการกับคนยโสอย่างนางยังไง”

มีบางคนมักไม่มองการกระทำของตนว่าถูกหรือผิด หากชอบโยนความไม่พอใจใส่ศีรษะผู้อื่น แล้วคิดเอาเองว่าเป็นความผิดอีกฝ่าย ซึ่งหยางจื่อหรงเองก็เป็นคนจำพวกนั้น

นางหันไปกระซิบสั่งสาวใช้เสียงแผ่ว อีกฝ่ายเบิกตากว้างพลางผงกศีรษะรับคำ หยางจื่อหรงมองตามหลังสาวใช้ที่จากไปตามคำสั่ง รอยยิ้มมาดร้ายพลันปรากฏอย่างไม่อาจปกปิด

อี้อิน...เดิมทีเจ้าก็ไม่คู่ควรปรากฏตัวต่อหน้าข้าอยู่แล้ว หากจะทำให้เจ้าหายไปไวขึ้นสักหน่อยก็คงมิใช่เรื่องผิดอันใด!

คิดถึงบุรุษเจ้าของดวงตาคู่คมที่มักฉายแววพึงพอใจทุกครั้งยามจ้องมองสตรีนางนั้น ในใจหยางจื่อหรงก็คล้ายมีเปลวไฟกองหนึ่งแผดเผาลุกโชน

แต่ไหนแต่ไรข้างกายญาติผู้พี่ก็เป็นพื้นที่ของนางมาโดยตลอด เมื่อก่อนใช่ ปัจจุบันก็ใช่ อนาคตยิ่งต้องเป็นอย่างนั้น และแน่นอนว่านางไม่มีวันยอมยกสิทธิ์นี้ให้กับผู้ใดทั้งสิ้น!

เนื่องจากอี้อินกับสาวใช้เดินจากไปไกลแล้ว พวกนางจึงไม่ทันได้เห็นสายตาวาววับที่เจือด้วยความกรุ่นโกรธระคนอาฆาตของคนเบื้องหลังว่าน่าหวาดหวั่นเพียงใด

ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า

“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับ

อี้อินเดินตามโดยไม่คิดขัดอีกฝ่าย งานเทศกาลนี้ในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว อีกทั้งนี่ยังอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่นางจะสามารถออกมาเดินเที่ยวอย่างอิสระก็เป็นได้ จึงอยากปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับมัน

“คุณหนูอี้” จู่ๆ เสียงเรียกจากกลุ่มคนผู้มาใหม่ก็ดังขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel