-05- แพ้อาหาร
(Tin_Style : วันนี้เดี๋ยวพี่ไปทวงบุญคุณนะ เลิกกี่โมง)
(Boeing : คนแบบนี้ก็มีด้วย เลิกบ่ายโมง)
(Tin_Style : มีซิ หล่อด้วย) คนอะไรหลงตัวเองชะมัด ปากก็เสีย แล้วนี่แค่มาส่งฉันครั้งเดียวถึงกับต้องทวงบุญคุณ ต้องเป็นผู้ชายประเภทไหนกัน ฉันพึมพำกับตัวเอง และคิดว่าไปตามที่เขานัด จะได้จบๆไม่มีอะไรติดค้างกัน
...
"แกวันนี้เลิกเรียนเสร็จไปช็อปปิ้งกันป่ะ"
"วันนี้คงไม่ได้ มีนัดแล้ว"
" กับใครแจ๊คหรอ"
" ป่าว พี่ติณ "
" แกไปคุยกับพี่ติณตอนไหน "
"ก็วันที่เจอแกหน้าเซเว่นไง มาส่งฉันหน้าหอนิดเดียว จะมาทวงบุญคุณอะไรก็ไม่รู้ " ฉันบอกชะเอมปนบ่นให้นางฟัง
"บุญคุณ! บุญคุณอะไรของแก "
ฉันเล่าให้ชะเอมฟังว่าทำไมพี่ติณถึงทักมาทวงบุญคุณ แต่เมื่อเล่าจบ ชะเอมกลับหัวเราะอย่างชอบใจ
"หัวเราะอะไร ของแก"
"ป่าว ไม่มีอะไร " แถมนางยังยิ้มแปลกๆ
ติ้ง~~
( Tin_Style : ใกล้เลิกเรียนยัง พี่รออยู่ที่ร้านน้ำหน้าตึกนะ )
" อุ๊ย ๆ มารับด้วยอะ อิจฉา " ชะเอมแซว เสียงแจ้งเตือนดัง นางก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูอย่างจงใจ
" อิจฉาบ้าอะไรของแก "
"เพื่อนฉันหัวกะไดไม่แห้งเลยโว้ย" ชะเอมพูดขึ้นมาแต่ฉันกลับไม่เข้าใจสิ่งที่ชะเอมต้องการจะสื่อ
"อะไรของแก " แล้วนางก็เอาแต่ขำ ไม่ตอบฉัน พอเดินลงมาฉันก็เห็นรถปอเช่คันสีดำ ไม่ต้องเดาฉันก็จำได้ว่ารถใคร ฉันกับชะเอมเดินเข้าไปหาเขาที่รถ
" สวัสดีค่ะพี่ติณ " ชะเอมกล่าวทักทาย แต่ท่าทางกลับอารมณ์ดี ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับพี่ติณ ฉันชักจะรำคาญท่าทางแบบนี้ที่ไม่รู้ความหมายของมัน
" แฮ่ม ๆ มารับถึงที่เลยนะคะ " นางก็ยังพูดคุยกับพี่ติณต่อ
" ไปด้วยกันไหมชะเอม" พี่ติณเอ่ยชวนชะเอม
" ไม่ดีกว่าค่ะ ตามสบายเลย " นางตอบพร้อมขยิบตาส่งให้พี่ติณ แล้วก็เปิดประตูดันให้ฉันเข้าไปนั่งในรถ
" อะไรของแกเนี่ยเอม " ฉันแว่วเสียงใส่เพื่อนที่ทำท่าทีแปลกๆตั้งแต่บนห้องแล้ว
" ฝากเพื่อนเอมด้วยนะคะ " ฉันหันไปมองเพื่อนตัวเองตาเขียวก่อนที่พี่ติณจะขับรถออกมาจากมหาลัย
"จะไปไหน" ฉันหันไปถามคนที่กำลังขับรถ แถมยังทำหน้าตาระรื่น
"หิวข้าว"
"พี่ตอบไม่ตรงคำถาม ฉันถามว่าพี่จะพาฉันไปไหน "
" ตอบตรงนะ หิว คนหิวก็ต้องไปหาอะไรกิน " ฉันหันหน้าหนีไปมองนอกกระจกแทน เพราะขี้เกียจถาม ต่อปากต่อคำกับเขา
นั่งมาซักพักฉันก็รู้สึกเปลือกตาหนักๆ งีบซักนิดแล้วกัน
รู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีใครมาเขย่าที่แขน
" ถึงแล้ว "
ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมา ขยี้สองสามที เพื่อมองว่าเรามาที่ไหนกัน
"ที่ไหนคะ"
"ตลาด...น้ำ
" มาทำอะไรถึงที่นี่ "
" หิวก็หาอะไรกินในกรุงเทพฯก็ได้นิ ไม่เห็นต้องมาถึงนี้เลย " ฉันเริ่มโวยวาย เขาเล่นไม่บอกฉันเลยว่าจะไปกินอะไรที่ไหน ตื่นอีกทีก็ถึงตลาดน้ำแล้ว
" เลิกบ่น " เขาพูดเสร็จก็เดินลงจากรถ เหลือแต่ฉัน ไม่น่าหลับเลยโบอิ้งเอ๋ย
" จะนั่งอยู่ในนั้น ไม่ลงรึไง " ฉันเปิดประตูลงด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ยังหน้าตาระรื่น แถมยังดึงมือฉันไปให้เดินตามเขา
พอเดินเข้ามาในตลาด รู้สึกเริ่มจะหิวแล้วซิ ของกินของฝากเต็มไปหมดเลย แต่ไม่ได้แวะซื้ออะไรทั้งนั้นก็เขาเล่นลากให้เดินตาม ไม่หันมามองด้วยซ้ำ จนเรามาหยุดหน้าร้านอาหารทะเลร้านนึง
ฉันได้แต่ยืนมองเขา ว่าเขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่
" เลี้ยงพี่นะ พี่จะกินร้านนี้ " เขาไม่รอให้ฉันตอบด้วยซ้ำ เดินเข้าไปนั่งแล้ว
พอฉันเดินไปนั่ง ดูรายการในเมนู แต่มันกลับมีแต่สิ่งที่ฉันกินไม่ได้
ฉันแพ้อาหารทะเล กุ้ง กั้ง ปู กินได้แต่หอย กับปลา และฉันก็ยังไม่กินเผ็ด ซึ่งในเมนูมีแต่รายการส้มตำ ยำ ต่าง ๆ
" กุ้งอบน้ำผึ้ง 1 กก.
ปูนึ่ง 2 ตัว
ปลาเผา 1
ยำปูม้า 1
ยำหอยแครง 1 " พี่ติณสั่งเหมือนมากัน 10 คน ฉันได้แต่นั่งเงียบให้เขาสั่ง กินเสร็จจะได้กลับไม่ต้องมีอะไรติดค้างกัน
นั่งรอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ แน่นอนฉันได้แต่นั่งมองเพราะกินไม่ได้สักอย่าง หิวชะมัด
" นั่งจ้อง มันไม่เดินเข้าไปในปากเองหรอกนะ " ฉันเลือกที่จะไม่ตอบ จนเขาแกะกุ้ง แกะปู ใส่จานให้ฉัน
" ฉันบอกว่า...ฉัน ไม่ กิน " ฉันพูดเน้นแต่ละคำด้วยเสียงหนักแน่น
" กินเป็นเพื่อนหน่อย "
" ฉันแพ้อาหารทะเล "
" ปากมีไว้อมอะไร ทำไมไม่บอก "
" ก็พี่ไม่ถาม "
"กินอะไรได้บ้าง"
"พี่กินเหอะ กินเสร็จจะได้กลับ"
"ถามว่ากินอะไรได้บ้าง" เขาย้ำถามฉันอีกครั้ง จ้องมองฉันเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้
" กินได้ทุกอย่างที่ไม่มี กุ้ง กั้ง ปู และไม่ใส่พริก ".
" กินยาก เรื่องมาก โตหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ยังกินเผ็ดไม่ได้อีก " เหอะ ถามฉันแล้วยังมาว่าฉันอีก
" พี่ก็กินของพี่ไปซิ ถามฉันเองยังจะมาว่าฉันอีก " เขาไม่ตอบ เอาแต่หยิบรายการอาหารมาดู
"ยังจะสั่งอีกเหรอ กินหมดนี่ก็ไม่ใช่คนแล้ว" เขาเหลือบมองฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งฉันก็ไม่สะทกสะท้านหรอกนะ ก่อนที่เขาจะยกมือเรียกพนักงานมาที่โต๊ะ
" ลาบหมูไม่ใส่พริก 1 ครับ
ข้าวเหนียว 2
ตำไทยไม่ใส่ปูไม่ใส่พริก
บนโต๊ะ เอาใส่กล่องให้เลยนะครับ ยกเว้นยำปูม้ากับปลาเผา " นึกว่าจะแน่ สุดท้ายก็กินไม่หมด
หลังจากสั่งอาหารไปรอบที่สอง ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็เอาแต่นั่งแกะปลาไว้เต็มจาน แกะทำไหมของเขาก็ไม่รู้
สักพักพนักงานเริ่มเอาอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ
" ผมขอน้ำปลากับมะนาวเพิ่มหน่อยครับ "
พอพนักงานเอามาให้เขาก็บีบมะนาว กับน้ำปลาผสมกันลงในถ้วยน้ำจิ้มใบเล็ก และยื่นเอามาวางหน้าฉัน
" กินเหมือนเด็ก "
" ว่าฉันอีกแหละ ไม่ได้ขอให้ทำให้สักหน่อย "
เขายิ้มมุมปาก พร้อมตักปลาใส่จาน ราดพริกน้ำปลาที่ไม่มีพริก ตักลาบ ตักส้มตำใส่จานให้ฉัน ฉันแอบเหลือบมองเขา ถ้าไม่ติดว่าปากเสีย พี่ติณนี่ก็หล่อใช้ได้เลยนะ
" กินซิ จะมองอีกนานไหม " ฉันสะดุ้ง เมื่อโดนจับได้ว่าแอบมอง
แก้เขินด้วยการเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน สุดท้ายก็ฟาดเรียบไม่เหลือ
" ร้านนี้อร่อยดีนะ พี่มากินบ่อยเหรอ "พอเงยหน้าขึ้นไปมองเขา เขาจ้องมองฉันอยู่ก่อนแล้ว ใจฉันรู้สึกเต้นแปลกๆ เมื่อสบตากับพี่ติณ ฉันเป็นอะไรเนี่ย
"ไม่บ่อย เคยมากับครอบครัวแค่ครั้งเดียว มากับเธอเป็นครั้งที่สอง " ฉันพยักหน้าเข้าใจ
"แล้วนี้เราจะกลับกันเลยไหม "
"คิดเงินเลยครับ " เข้าไม่ตอบฉันกลับเรียกพนักมาคิดเงิน ฉันต้องเลี้ยงเขาซินะ โครตจะคุ้มเลย ข้าวต้มถุง 30 บ. ให้ฉันตอบแทนบุญคุณกลับเป็นพัน ได้แต่บ่นอยู่ในใจ พร้อมคว้าหากระเป๋าตัง
"ทั้งหมด 1,200 บาทค่ะ " พอเปิดดูในกระเป๋ามีเงินอยู่แค่ 2000 บาท ฉันจะเหลือเงินใช้ทั้งอาทิตย์แค่ 800 ไม่น่าเลยฉัน
ฉันยื่นเงินไปจ่าย ในใจก็คิดกังวลว่าจะใช้เงินที่เหลือยังไงให้พอ
พอหันไปมองพี่ติณ หมั่นไส้ชะมัด ก็เขาทำหน้ากลั้นขำฉันอยู่
" อะไรกัน แค่นี้หน้าเสียขนาดนั้นเลยเหรอ "
" ค่าขนมฉันทั้งอาทิตย์เลยนะ พี่ขี้โก้งพี่เลี้ยงโจ๊กฉันแค่ 30 แต่พี่ให้ฉันเลี้ยงกลับตั้ง 1,200 "
" ฉันลุกขึ้นเดินออกจากร้าน ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ " แต่ก็ต้องหยุดเมื่อพี่ติณ คว้าดึงข้อมือฉันไว้
" รอด้วย " ฉันหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง เขาเดินจับมือฉันตลอดทางที่เดินออกมาจากตลาด
"โกรธพี่เหรอ เดี๋ยวพี่เลี้ยงคืนเดือนนึงเลย หายโกรธนะ "
" หึ ไม่ต้องเดี๋ยวก็มาทวงบุญคุณฉันอีก "
