บทนำ2
บทนำ2
หลังคำพูดจบลงฉินเย่าหานก็หันจ้องมองเนิ่นนาน
หากสามเดือนนี้นางไม่อาจเปลี่ยนใจบุรุษตรงหน้าได้ ชีวิตที่ได้เริ่มต้นใหม่ในนิยายก็จบลงไม่ต่างกัน
ฉินเย่าหานหันหลังเดินย้อนกลับไป ราวกับไม่อยากมองหน้านางอีกแม้เสี้ยววินาทีก่อนเอ่ยตอบ
“ข้าจะคืนอำนาจการดูแลจวนให้เจ้า...” น้ำเสียงเย็นชาจนเหมือนคำสั่งในสนามรบ “แต่ต้องดูแลร่วมกับจิ้นจื่อถง”
เขาไม่ไว้ใจนาง เรื่องนี้นางรู้ดี... ก็ใครให้เจ้าของร่างนี้เป็นบุตรีของศัตรูที่ฆ่าบิดาของเขากันเล่า
และทันในนั้นที่หน้าประตูห้องก็มีเสียงบ่าวดังเข้ามาแทรก
“แม่ทัพขอรับ คุณหนูจิ้นมาขอพบ...”
“ให้เข้ามา ส่วนเจ้าออกไป...” ฉินเย่าหานหันมาพูดกับนางในภายหลังเป็นอันปิดโอกาสให้นางได้พูดอันใดต่อ
...นอกจากคำสั่งแสนเย็นชาแล้ว สายตาของเขาก็ขับไล่สวี่เหวินหรงผู้มีฐานะเป็นภรรยาอย่างถูกต้องเพื่อต้อนรับสตรีอีกนางที่เป็นเพียงสตรีที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน หึ นี่แหละชะตาของนางร้ายในนิยาย
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นสตรีในชุดสีชมพูอ่อนยืนอยู่ตรงหน้า ใบงามละมุนอ่อนหวาน ดวงตากลมใสเหมือนน้ำค้างกลิ้งบนกลีบดอกไม้ เป็นความงามที่ทำให้คนมองอยากทะนุถนอม อยากปกป้องโดยไม่ต้องมีเหตุผล
...สตรีผู้มาใหม่จะเป็นใครอื่นได้หากไม่ใช่ จิ้นจื่อถง...นางเอกในนิยายเรื่องนี้
ความงามอ่อนหวานนี้ต่างจากสวี่เหวินหรงผู้เป็นนางร้ายในนิยายอย่างสิ้นเชิง
นางร้ายในนิยายผู้นี้มีส่วนสูงไม่น้อยหากเป็นจากยุคปัจจุบันก็คงไปทำอาชีพนางแบบได้ไม่ยาก หากแต่ความเพรียวบางนี้กลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งน่ามองชวนให้ผู้ชายหัวใจสั่นไหว ดวงตาคมเฉี่ยว เส้นคางเรียวได้รูป งดงามแบบที่ทำให้คนมองสูดปากอยากเชยชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บถนอมไว้ก็ได้
หลายอย่างเหมือนกับในนิยายที่นางเคยอ่านมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป นั่นก็คือสายตาของจื่อถงผู้เป็นนางเอกในนิยาย สายตาควรจะไร้เดียงสาสมกับฉายาแม่ดอกบัวขาว ทว่าสายตาที่ใช้มองมาตอนเดินผ่านกันนั้นกลับดูเหมือน...กำลังเยาะเย้ย ดูหมิ่น
หนึ่งสิ่งที่นางค้นพบหลังจากมาเกิดใหม่ในร่างนางร้ายในนิยายนั่นก็คือ นางในร่างนางร้ายไม่ใช่คนเดียวที่รู้ว่านี่คือโลกของนิยาย!
ก่อนจะคิดอันใดไปมากกว่านี้ก็ถูกเรียกสติกลับมาด้วยเสียงอ่อนหวานจากจิ้นจื่อถงที่ไม่ดัง แต่ก็เพียงพอให้ได้ยินกันสองคน
“ฮูหยินสวี่เองก็มาหาพี่หานเช่นกันหรือเจ้าคะ?”
พี่หาน? ...คำเรียกที่แสดงออกถึงความสนิทสนมนี้แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการทำให้ผู้เป็นฮูหยินของคนที่ถูกเอ่ยเรียกเจ็บปวด หากแต่ไม่ใช่กับนาง...ที่เป้าหมายหลังจากเกิดใหม่นี้คือการรอดพ้นจากความตาย
“เจ้าไม่คิดว่าข้าอาจอยู่ด้วยกันกับสามีทั้งคืนบ้างหรือ?” สวี่เหวินหรงเอ่ยเสียงเรียบไร้ร่องรอยความเจ็บปวดใดอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ “เขาเป็นสามีของใครเจ้าย่อมรู้ดี...อย่าได้คิดแย่ง--”
“ใครแย่งใครกันแน่ ฮูหยินสวี่ย่อมรู้ดีแก่ใจ”
รอยยิ้มของจิ้นจื่อถงกว้างขึ้นอย่างไร้ความกังวล แววตาใสกระจ่างจนเหมือนไม่มีพิษภัยอย่างเช่นนางเอกในนิยายแม้คำพูดกับตรงกันข้ามสิ้นเชิง “ชะตานางร้ายน่ะ จะเปลี่ยนได้หรือเจ้าคะ? นางร้ายอย่างไรก็ต้องเป็นนางร้าย... พระเอกเป็นของนางเอก อย่าได้ฝืนชะตาเลยเจ้าค่ะ ข้าเตือนด้วยความหวังดี”
สวี่เหวินหรงหยักยิ้มแทนคำตอบ นางไม่กลัวแม้ตนจะเป็นรองด้วยเพราะอยู่ในร่างนางร้าย นางขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายครึ่งก้าวทำให้เห็นสัดส่วนส่วนสูงที่ต่างกันอย่างชัดเจน นางเหลือบตามองต่ำลงก่อนเอ่ยเสียงมั่นใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็มาดูกัน ว่านางร้ายเช่นข้าจะเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นนางเอกได้หรือไม่”
แววตาจิ้นจื่อถงกระเพื่อมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาใสบริสุทธิ์ดังเดิม รอยยิ้มอ่อนโยนไม่เปลี่ยนถูกส่งให้อีกฝ่ายเป็นการตอบรักคำท้า
“ฮูหยินสวี่กล่าวเล่นเก่งนัก... เพียงตำแหน่งฮูหยินของตนก็ยังรั้งไว้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำแต่กลับคิดแย่งบทบาทผู้อื่นเสียแล้ว”
เหวินหรงหยักยิ้มชอบใจกับคำพูดจิกกัดนั่นก่อนก้าวออกเดินเตรียมผ่านไปและไม่ลืมทิ้งคำสุดท้ายไว้โดยไม่หันกลับมา
“ใครบอกกันว่าไม่ได้... เจ้าลองไปถามพี่หานของเจ้าดูอีกทีสิ”
จื่อถงยืนนิ่งคิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจคำพูดอีกฝ่าย นางหันกลับไปมองบานประตูที่กำลังปิดลง... ในใจร้อนรนนักแต่พอคิดบางอย่างขึ้นมาได้ก็คลายทุกข์แล้วหยักยิ้มสบายใจแทน
นางจะคิดมากไปไย ไม่ว่าอย่างไรนางเอกในนิยายเรื่องนี้ก็คือนางอย่างไม่อาจเปลี่ยนได้ อีกฝ่ายจะว่าอย่างไรก็ไร้ประโยชน์นั่นแหละ...
