บทนำ
สวี่เหวินหรงยืนอยู่กลางห้องทำงานในจวนแม่ทัพฉิน ผู้เป็นสามีของนางเอง กลิ่นหมึกผสมกลิ่นสนิมของเหล่าอาวุธหลากหลายอย่างที่ประดับอยู่รอบห้องชวนให้ผู้มาเยือนคราแรกเกิดตัวสั่นขึ้นมา
หลังโต๊ะไม้สีเข้ม แม่ทัพฉินหรือฉินเย่าหานนั่งนิ่งราวรูปสลัก สายตาที่เงยขึ้นมานั้นเฉียบคมยิ่งกว่าคมดาบ มองแขกผู้มาใหม่ราวกับมองศัตรู มิใช่ฮูหยินของตน...
“ข้ามีเวลาไม่มาก หากไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างที่เจ้าอ้างมาก็รีบออกไปเสีย”
นี่คือคำแรกที่ออกมาจากปากของผู้เป็นสามี นางเริ่มชินเสียแล้ว การได้เข้าพบก็ถือว่าพิเศษกว่าวันไหน ๆ ด้วยซ้ำ
“ข้ามาเพื่อขออำนาจฮูหยินคืน”
น้ำเสียงของสวี่เหวินหรงที่เปล่งออกมาคราวนี้ต่างจากเดิมนัก สีหน้าเรียบนิ่งแทนที่ใบหน้าเดิมที่คิดอันใดก็แสดงออกทั้งหมด หากเป็นคนคุ้นชินกันคงรับรู้ความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่กับผู้เป็นสามีตรงหน้า
แม่ทัพฉินเหลือบตามองใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังผสมกับน้ำเสียงเยียบเย็นชวนให้คนฟังขนลุก
“เจ้าทำร้ายบ่าวในจวนไปเท่าไรแล้ว เหวินหรง... เจ้ากลั่นแกล้งคนของข้าสารพัด… แล้วมาวันนี้บอกว่าจะขออำนาจคืน?” เขายกมุมปากขึ้นก่อนเอ่ยปากพูดจนจบ “หึ คิดว่าข้าโง่หรือ?!”
สวี่เหวินหรงรับฟังแต่ไม่คิดล่าถอยกับคำด่านั่น เพราะนั่นคือสิ่งที่นางร้ายในนิยายทำ หาได้ใช่นางไม่ เท้าเล็กก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวใช้แทนสัญลักษณ์การไม่ยอมรับ สีหน้าของนางบัดนี้ไร้ความรู้สึกผิดด้วยซ้ำ
“ข้าไม่ได้มาขอเปล่า แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน...”
สิ้นคำพูดประกายในตาของเขาไหววูบวาบหนึ่งแต่ก็กลับมาสงบนิ่งเฉยเมยอย่างรวดเร็ว นางมาคราวนี้ไม่อาจกลับไปมือเปล่าได้ หากการเจรจาไม่สำเร็จนางก็คงต้องตายตามบทนางร้ายในนิยายอย่างแน่นอน
“ข้ายอมให้ท่านใช้เป็นสะพานจัดการกับบิดาของข้า… ท่านอยากแก้แค้นคืนแทนอดีตแม่ทัพฉินบิดาของท่านที่ตายไปแล้วมิใช่หรือ อ้ะ!”
เก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดังทันใด ในพริบตาเดียวฉินเย่าหานก็ยืนอยู่ตรงหน้า มือใหญ่คว้าลำคอเรียวแล้วบีบแน่นจนลมหายใจขาดห้วง
“อย่าเอาเรื่องบิดาของข้ามาพูดเล่น!” เสียงเขาต่ำแน่นกดทับหนักไม่ต่างจากแรงบีบที่คอของนาง “ข้าฆ่าเจ้าได้เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ”
แรงบีบตรงคอทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ขอบตาร้อนผ่าวก่อนน้ำตาจะไหลลงเพราะนางไม่อาจหายใจรับอากาศได้เต็มปอด ใบหน้าขาวผ่องเริ่มแดงอย่างคนใกล้ขาดอากาศตายทว่าดวงตายังคงเค้นจ้องเขาไม่กะพริบ
...นางยอมตายมากกว่ายอมถอย
การกระทำแสนเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้แม่ทัพหนุ่มลดแรงบีบลงนั่นเป็นโอกาสให้สวี่เหวินหรงฉวยช่องว่างนั้นพยายามเปล่งเสียงแหบพร่า
“ข้า…ถูกใช้ไม่ต่างจาก เครื่องมือ...ข้าไม่พอใจ ที่เขา ...ทำกับข้า...ชะ...” สวี่เหวินหรงเค้นเสียงพูดแม้ลมหายใจใกล้ขาดห้วงก็ตาม
ในที่สุดมือหยาบกร้านก็ปล่อยมือจากลำคอระหง ร่างบอบบางร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางพยายามโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง เสียงสูดลมหายใจดังเฮือกปนสะอึกสลับกับอาการไอโขลกจนตัวโยน
“แค่ก! แค่ก แค่ก...” ทุกครั้งที่ไอก็หอบความเจ็บปลาบแล่นไปทั่วรอยแดงที่ลำคอ
หลังจัดการตัวเองพอให้รอดแล้ว สวี่เหวินหรงก็ยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาทาบลงบนลำคอที่ปรากฏรอยปื้นแดงเข้มเป็นรูปนิ้วมือเด่นชัด ความรู้สึกตีบตันยังคงหลงเหลืออยู่จนนางต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง แววตาที่จ้องมองเขายังคงสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดแต่ยังซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้
“ท่านอยากจัดการตระกูลสวี่มิใช่หรือ ใช้ข้าสิ”
ความเงียบขยายตัวทันใดสองสายตาต่างอารมณ์จ้องกันไม่หยุด นางพูดถึงเพียงนี้แล้วเขาก็ไม่ตอบตกลงจึงจำเป็นต้องเดิมพันครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม
“สามเดือน... หากข้าทำหน้าที่ฮูหยินได้ไม่ดีพอ หรือไร้ประโยชน์ต่อท่าน ข้าจะลงนามในหนังสือหย่าและเดินจากไป โดยไม่ให้ท่านต้องเปลืองแรงขับไล่แม้เพียงครึ่งคำ”
นางลงน้ำหนักคำว่าหย่าเพื่อให้เขาได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู “ข้าจะหย่าให้ท่านแบบที่ไม่ว่าใครก็ตามเอาผิดท่านไม่ได้ ท่านหย่าข้าตอนนี้ไม่ได้เพราะอันใดท่านรู้ดี…”
