บทที่ 1
บทที่ 1
ช่วยคนแปลกหน้า
ย้อนไปหลายวันก่อนหน้า...
เช้าตรู่ก่อนดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้า ท่ามกลางความสงบนั้นมีการเคลื่อนไหวแสนไม่ปกติดำเนินขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อคืน
เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านหลังคาแต่ละหลังอย่างรวดเร็ว เสียงกระเบื้องดังกระทบกันใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะถูกกลืนด้วยเสียงไล่ล่าของกลุ่มคนฝูงหนึ่งที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
ฉินเย่าหาน หรือ แม่ทัพฉินเคลื่อนตัวอย่างว่องไวโดยไม่แม้หันกลับไปมอง เขาไม่จำเป็นต้องมองก็รู้ว่าพวกนักฆ่าตามติดอยู่ข้างหลังไม่ห่างนับตั้งแต่เจอเขาเมื่อคืน
เสียงบางอย่างวาบเฉือนอากาศผ่านด้านข้างไป ปักลงเสาไม้ไม่ไกลเพราะเป้าหมายเบี่ยงหลบได้ทัน ฉินเย่าหานกัดฟันเร่งความเร็วของขามากขึ้นอีก แขนซ้ายที่บาดเจ็บจนต้องพันผ้าไว้เริ่มรับการขยับต่อไปไม่ไหว แผลที่เพิ่งสมานเหมือนจะปริเอาเสียแล้ว
หากเป็นยามที่ร่างกายของเขาปกติ คนเช่นเขาไม่คิดหนีหรอก แต่ยามนี้บาดแผลทำให้ทุกจังหวะช้าลงยากต้านทานพวกนักฆ่าที่ถูกจ้างมาเพื่อปลิดชีพเขาโดยเฉพาะ คงรู้ความเคลื่อนไหวและความเป็นอยู่ของเขาอย่างดี ...นั่นหมายความว่ามีหนอนร้ายอยู่ใกล้ตัวเขา
ทว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องพวกนี้! เขาต้องหาทางสลัดพวกมันออกไปก่อน เงาร่างใหญ่วูบลงสู่ตรอกมืดไร้แสงใด เลี้ยวซ้าย ขวา สลับจังหวะ ทิ้งรอยหลอกไว้บนพื้นเปียกน้ำค้างยามเช้า สะบัดให้หยดเลือดตกกระจายคนละทิศทาง กับทางที่เขากำลังจะไป...
ส่วนปลายของตรอกเปิดเข้าสู่เส้นทางตลาดของเมืองหลวงลู่ไปพร้อมกับคูน้ำรอบเมือง น้ำสีดำสนิทไหวระริกท่ามกลางท้องฟ้าที่ยังไม่สว่าง ฉินเย่าหานกวาดสายตาเร็วจัด เห็นพงหญ้ารกริมคูก่อนจะเร่งรีบไถลตัวลงสู่น้ำในคูหลังจากสร้างร่องรอยเหมือนว่าเขารีบหนีเข้าเมืองไปแล้ว
เสียงนักฆ่ากระชั้นเข้ามา...
ฉินเย่าหานกดตัวลงให้จมใต้ผิวน้ำ ปล่อยให้น้ำสีดำสนิทเนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างกลบร่องรอยของตนเอง ความเย็นกัดผิวเหมือนเข็มนับพันแทงพร้อมกัน หนาวจนแล่นถึงแกนกระดูกจนกล้ามเนื้อชาหนึบ ความเจ็บจากบาดแผลที่ปริยังไม่สู้ความเย็นเยียบของน้ำท่ามกลางวสันต์ฤดู
เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังไม่ไกลจากบริเวณที่ฉินเย่าหานหลบอยู่ใต้ผิวน้ำสีดำมืด
“ทางนั้น!”
“อย่าให้มันหนีเข้าเมือง!”
พวกมันวนหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงค่อย ๆ ห่างออกไปทีละนิด ไกลออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสียงน้ำไหลตามกระแสลมเย็น
เขารอให้เวลาผ่านไปนานจนร่างกายร่ำร้องหาอากาศ เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อย ๆ ใช้สองขาที่แข็งตึงตีน้ำพาร่างกายของตนเองขึ้นสู่ผิวน้ำ อากาศอึกแรกไหลวนเข้ามา แขนซ้ายที่มีแผลใหญ่ชาวาบไม่พอ แขนอีกข้างก็พานแข็งทื่อลามจนถึงลำตัวและขาทั้งสองข้าง ร่างกายที่อ่อนแอดื้อกับจิตใจแสนแข็งแกร่งนำพาให้ร่างที่เคยลอยสู่ผิวน้ำดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดใต้น้ำเสียแล้ว
...
อีกฟากของคูน้ำ สตรีร่างเพรียวบางในชุดแสนธรรมดากำลังเดินเร็วฝ่าความมืดและความลมเย็นเยียบ ใบหน้าเปียกเหงื่อแม้อากาศจะเย็นสะท้อนว่านางย่างเท้าเดินมาไกลเพียงใด ที่ไหล่ข้างหนึ่งสะพายถุงผ้าขนาดใหญ่กว่าตัวคนถือ สองมือโอบไว้อย่างทะนุถนอม
สวี่เหวินหรงเลือกใช้เส้นทางลับตาคนเพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดสายหลักของเมืองหลวง... นางจำเป็นต้องลอบออกจากจวนสกุลฉินตอนฟ้ายังไม่สว่างเพื่อนำผ้าพันคอที่ถักร้อยด้วยเส้นไหมออกมาส่งให้เถ้าแก่ร้านขายผ้า
งานฝีมือแปลกตาที่ใช้เข็มที่ทำจากไม้เรียวสองอันค่อย ๆ ถักทอเส้นไหมเรียงเข้าด้วยกันจนกลายเป็นผืนผ้าเนื้อนุ่มชิ้นนี้ นางเสนอขายสำเร็จและรับไหมราคาแพงมาทำผ้าพันคอแล้ว หากไปส่งไม่ทันนัดหมาย เงินและเวลาที่ลงทุนไปก็จะไร้เงินตอบแทน พาลให้ความฝันว่าจะสะสมเงินมากพอจนหนีออกไปใช้ชีวิตนอกจวนสกุลฉินจบเห่หมด
นางคือหญิงสาวจากยุคศตวรรษที่ 21 อ่านนิยายยุคจีนโบราณอยู่ดีดี หลับตาตื่นมาอีกทีก็เกิดในร่างของนางร้ายในนิยายอย่างสวี่เหวินหรง ช่วงหลังจากแต่งกับพระเอกในนิยายอย่างฉินเย่าหานเสียแล้ว
นางร้ายผู้นี้มีบทบาทหลักคือเป็นอุปสรรคให้พระ-นางในนิยายเผชิญและฝ่าฟันจนรักกันในที่สุด ส่วนผู้เป็นนางร้ายก็จบด้วยความตายในช่วงเกือบท้ายเรื่องด้วยน้ำมือผู้เป็นสามีนั่นเอง
หลังจากใช้เวลาทำความเข้าใจโลกนิยายนี้นางก็เลือกทางรอดที่ดูเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือการไม่ยุ่งกับพระเอก ไม่กลั่นแกล้งนางเอก ปล่อยให้ความรักของพวกเขาเดินไป ส่วนตัวนาง…เก็บเงินแล้วหนีออกจากจวนไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ อย่างสุขสบาย
ทว่าความคิดเรื่อยเปื่อยนั้นก็ถูกเสียงต๋อมเบา ๆ จากคูน้ำเรียกความสนใจ สองขาเรียวที่กำลังก้าวเดินอย่างเร่งรีบชะงักลงทันใด
