บทที่1.2
บทที่1.2
ที่ผิวน้ำไม่ไกลสั่นเป็นคลื่นพร้อมมีฟองน้ำผุดเหมือนมีบางอย่างดิ้นอยู่ใต้ผิวน้ำนั้น ชั่วขณะหนึ่งมีเงาร่างใหญ่โผล่ขึ้นมาเพียงครู่เดียว แขนสะบัดไปมาก่อนจมหายไปอีกครั้ง
สวี่เหวินหรงก้าวเข้าไปใกล้ขอบคูโดยไม่รู้ตัว ถุงผ้าหนักในอ้อมแขนแทบหลุดออกจากอ้อมกอด
“มีคนจมน้ำ!”
นางควรรีบนำของไปส่งแล้วรับเงินกลับมา แต่ร่างกายกลับไม่สัมพันธ์กับความคิด
มือที่กอดถุงผ้าไว้ปล่อยออก ผ้าพันคอผืนใหญ่ผืนเล็กที่ถักทออย่างงดงามกระเด็นออกจากถุงที่ถูกยัดไว้จนแน่น มันถูกเจ้าของทิ้งไว้ไม่แม้แต่เหลียวมองเสียแล้ว...
สวี่เหวินหรงกระโดดลงสู่คูน้ำมือหนึ่งหยิบผ้าพันคอถักผืนหนึ่งติดมาด้วย ความเย็นจัดโอบล้อมผิวกายทันที ร่างกายแทบจะเป็นอัมพาตไปแต่ร่างเพรียวบางก็ไม่ท้อนางตะกายฝ่าความเย็นเหล่านั้นควานหาตัวคน มือเรียวเคลื่อนสะเปะสะปะไปจนเจอผ้าชุ่มก็ดึงเข้าหาตัวทันที
ร่างผู้ประสบภัยใหญ่และหนักกว่าที่นางคิดไว้มาก แต่ด้วยเพราะร่างนั้นนิ่งสงบไปแล้วบ่งบอกว่าหากไม่รีบอาจช่วยไม่ทันการเอา สวี่เหวินหรงกัดฟัน ใช้แรงทั้งตัวดึงแขนเขาขึ้น จับผ้าพันคอที่หยิบมาด้วยเกี่ยวผ่านใต้รักแร้พันตัวเขาไว้และลากทีละนิด ๆ ให้พ้นแรงดูดของน้ำ นางเอาตัวเองขึ้นก่อนและดึงเขาขึ้นตาม
นางทรุดลงหอบ ผมและชุดเปียกแนบแก้มแนบตัวไปหมด ผมก็โชกไปด้วยน้ำจนไหลเข้าตาแสบมองภาพตรงหน้าไม่ชัดเท่าที่ควร ไหนจะยามนี้ที่แสงจากดวงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึงอีก อย่างน้อยก็พอเห็นเป็นรูปร่างคนแต่ไม่อาจมองทะลุความมืดเก็บรายละเอียดได้
บุรุษตรงหน้านอนนิ่ง ผมเปียกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง ริมฝีปากคล้ำ ซีดจนผิดปกติ ลมหายใจแผ่วราวจะขาดห้วง หากเขาตายตรงหน้า…นางจะทำอย่างไรกับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นได้
สวี่เหวินหรงรีบวางมือบนอก กดลงไปอย่างแรงหลายต่อหลายที น้ำกระฉอกออกจากเสื้อผ้าชุ่ม ๆ แต่เจ้าตัวกลับนิ่งไร้การเคลื่อนไหว
นางตบแก้มเขาแรงอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายเจ็บ
“ตื่น…ได้ยินหรือไม่! ตื่น”
ไม่มีคำตอบ มีแค่ความเงียบกับความเย็นที่ไต่ขึ้นปลายนิ้วพร้อมหัวใจชาหนึบ สวี่เหวินหรงสูดลมหายใจลึก ทั้งหนาวทั้งกลัวจนกรามสั่น นางประคองคางของบุรุษแปลกหน้าให้เงย บีบจมูก แล้วก้มลงเป่าลมเข้าไป
หนึ่ง…สอง…สาม…
ลมหายใจของนางสั่นระริก แต่ไม่หยุดผายปอด ในที่สุดความพยายามของนางก็ได้ผล บุรุษร่างใหญ่กระตุกแรงสำลักน้ำออกมาแล้ว
“แค่ก! แค่ก!”
น้ำพุ่งออกมาจากปากเขาเป็นชุด สวี่เหวินหรงผละออกทันที รีบพลิกเขาให้ตะแคง ตบหลังแรง ๆ อีกสองสามครั้งจนเสียงสำลักดังถี่ แล้วค่อยแผ่วลงเหลือเพียงเสียงหอบหนัก
นางนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ มือสั่นจนกำแน่นไม่ได้ น้ำเย็นหยดจากปลายผมลงคอเสื้อไม่หยุด
เขารอดแล้ว...นางทำได้แล้ว...
บุรุษร่างใหญ่ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมามองภาพเบลอตรงหน้า ไม่ว่าจะเสียงหรือการมองเห็นล้วนไม่ชัดเจนจนน่าขัดใจ ฉินเย่าหานขยับริมฝีปากคล้ายจะพูด แต่มีเพียงลมหายใจแตกพร่าเล็ดลอดออกมาเท่านั้น
กิ๊ง กิ๊ง !!!
ทันใดนั้นเสียงระฆังจากหอคอยทิศเหนือก็กังวานไปทั่วแนวกำแพงเมืองหลวง สัญญาณแห่งยามรุ่งอรุณปลุกชาวเมืองให้ตื่นจากการหลับใหลสอดประสานกับเสียงฝีเท้าผู้คนที่เริ่มขยับขยาย
...สวี่เหวินหรงสะดุ้งเหมือนถูกตบหน้าเรียกสติ
สายแล้ว!
หากไปช้ากว่าเวลาที่นัดเถ้าแก่ไว้ เงินที่ลงทุนไปจะกลายเป็นศูนย์เปล่า ทุนเพียงน้อยนิดที่แงะจากสินเดิมนี้จะไร้ประโยชน์ไปไม่ได้ สวี่เหวินหรงรีบลุกพรวดก้มคว้าถุงผ้า ยัดผ้าพันคอถักที่กระจัดกระจายกลับเข้าไปอย่างรีบเร่ง นิ้วเย็นจัดจนจับไม่ถนัดแต่ก็ฝืนให้เสร็จ
นางชำเลืองมองบุรุษบนพื้นอีกครั้ง นางไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ใบหน้าก็มองไม่ชัด แต่ดูจากรูปร่างสูงใหญ่แล้วคงไม่มีใครกล้ารังแกง่าย ๆ หลังจากนี้เขาคงต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองแล้ว นางช่วยได้เท่านี้จริง ๆ
สวี่เหวินหรงถอยหนึ่งก้าว แล้วหมุนตัววิ่งจากไป ไม่หันกลับมามองอีกเลย หารู้ไม่ว่าบุรุษที่นางลากขึ้นจากคูน้ำเมื่อครู่…คือสามีของนางเอง
และห่างออกไปที่แถวมุมอาคารร้างไม่ไกลมีรถม้าคันใหญ่จอดแอบอยู่...
