บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

บทที่ 2

เป็นข้าที่ช่วยท่านขึ้นมา

ณ ห้องนอนใหญ่สุดในจวนอันมีเจ้าของเป็นอดีตแม่ทัพฉินก่อนจะถูกส่งต่อให้เจ้าของจวนคนถัดไปอย่างฉินเย่าหานหรือแม่ทัพฉินคนปัจจุบัน ภายในห้องนั้นเงียบสงบ อากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นยาต้มลอยอบอวล แสงรุ่งอรุณของเช้าวันถัดไปลอดผ่านฉากกั้นเป็นริ้วบางตกบนร่างสูงใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

จิ้นจื่อถงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ดวงตาแดงระเรื่อราวคนอดหลับอดนอนทั้งคืน จนกระทั่งตอนนี้เพิ่งจะได้เห็นการเคลื่อนไหว เปลือกตาของฉินเย่าหานกระตุกก่อนค่อย ๆ เปิดขึ้น

“ข้า...กลับมาห้องได้อย่างไร?”

จิ้นจื่อถงรีบช่วยพยุงคนป่วยให้ลุกขึ้นนั่งจนเรียบร้อย แต่ขณะขยับถอยออกมานั้นก็อดไม่ได้ไอคอกแค่กออกมาก่อนเอ่ยตอบ

“เมื่อวานนี้พี่หานตกน้ำเจ้าค่ะ...” นางพูดเสียงนุ่มขณะดึงผ้าห่มให้เขา “ข้า…บังเอิญผ่านไปแถวนั้น จึงช่วยท่านกลับมา”

เขานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนมองจิ้นจื่อถงหลังพูดจบทันที “เป็นเจ้าหรือที่ช่วยข้าขึ้นมาจากน้ำ?”

นัยน์ตาสงสัยเจือด้วยความขอบคุณซ่อนอยู่ในนั้น ด้วยเพราะตอนนั้นเขามองเห็นอย่างเลือนราง รู้เพียงว่าคนที่ช่วยเขาเป็นสตรีแต่ไม่เห็นใบหน้าจึงไม่รู้ว่าผู้ใด ที่แท้ก็คือคนใกล้ตัวอย่างจิ้นจื่อถงนั่นเอง... น่าเหลือเชื่อนัก

“เจ้าค่ะ ข้าออกไปแต่เช้าเพราะร้านค้าของจวนเกิดปัญหาจึงพบท่านพี่พอดี เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ? เหตุใด...”

“ไม่มีอันใดมากหรอก” เขากล่าวเสียงต่ำทันทีอย่างจงใจเปลี่ยนเรื่องตัดบทความสงสัยนาง “เจ้าควรไปพักผ่อนให้ดี เรื่องหลังจากนี้ให้บ่าวทำก็พอ...”

จิ้นจื่อถงพยักหน้ารับคำแต่ก็รับยาจากบ่าวที่เพิ่งไปต้มมาส่งให้ “ดื่มยาก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

ฉินเย่าหานรับไปก็ยกถ้วยดื่มจนหมดอย่างว่าง่ายก่อนส่งถ้วยยาคืน

จิ้นจื่อถงรับถ้วยว่างเปล่ากลับมาแล้วก็ไออีกครั้ง อาการไอนี้คล้ายย้ำให้เขาเห็นความอ่อนแอของนางอันเนื่องมาจากนางฝ่าความหนาวลงน้ำไปช่วยเขาอย่างปากว่า

“ข้าทำประโยชน์อันใดไม่ได้มาก อย่างน้อยก็อยากตอบแทนบุญคุณ…หากไม่มีพี่หานที่รับข้ามาอยู่ที่จวนฉินด้วย ข้าคงตายไปตั้งแต่เด็กแล้ว...”

ฉินเย่าหานฟังแล้วก็มองคนพูดนิ่งนัยน์ตาสื่อความหมายบางอย่าง “หากไม่มีตระกูลจิ้นของเจ้า ข้าก็คงตายไปแล้วเช่นกัน เจ้าอย่าได้คิดให้มากความเลย ตอนนี้เป็นข้าเองที่ติดค้างเจ้า”

จิ้นจื่อถงก้มตาเหมือนคนขัดเขินก่อนเงยขึ้นด้วยท่าทีอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับเอ่ยถามอย่างหวังดี

“เช่นนั้น…ข้าจะไปตามฮูหยินสวี่มาให้ช่วยดูแลพี่หานต่อนะเจ้าคะ”

“ไม่ต้อง! ข้าไม่อยากเห็นหน้านาง”

ดวงตาเขาเย็นวูบทันใด นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังที่ไม่คิดปิดบังทันที เขาสูดลมหายใจเข้าออกอย่างต้องการควบคุมอารมณ์ให้กลับมาสงบนิ่ง แล้วหันกลับมามองจิ้นจื่อถงที่ดูมีสีหน้าตื่นตกใจกับการถูกเขาตะคอกเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแม้จะดูแข็งทื่ออยู่ แต่ลึกแล้วกลับแฝงความห่วงใย

“เจ้าไปพักผ่อนเถิด แล้วอย่าลืมเรียกท่านหมอไปตรวจด้วย”

จิ้นจื่อถงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง “เจ้าค่ะ”

นางลุกขึ้น เดินออกจากห้องนอนไป พอพ้นฉากกั้นรอยยิ้มอ่อนโยนก็จางหาย เหลือเพียงสายตานิ่งเฉยเย็นเยียบ ก่อนหันไปสั่งบ่าวส่วนตัวอย่างตงเสวี่ยเสียงเบา

“ส่งคนไปบอกท่านป้า...” นางเน้นคำอย่างตั้งใจ “ว่าสวี่เหวินหรงแอบออกจากจวนแต่เช้ามืด ไม่รู้ไปที่ใด”

สตรีที่นางกล่าวถึงคือมารดาของฉินเย่าหาน นามว่าเวิ่นซู่อวี้ สตรีผู้นั้นรักนางยิ่งกว่าลูกในไส้เสียอีก และตรงกันข้ามเกลียดลูกสะใภ้ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกเช่นกัน เหตุเพราะคือบุตรีจากตระกูลสวี่ที่ทรยศหักหลังกันในอดีตจนทำให้อดีตแม่ทัพหรือสามีของเวิ่นซู่อวี้ตาย

เกลียดแค่ไหนนั้น จิ้นจื่อถงรู้ดีกว่าใคร...

“ของเล่า...”

จิ้นจื่อถงแบมือรับของที่บ่าวส่งมาให้ ในมือของนางมีผ้าพันคอนุ่มมือที่ถูกทำขึ้นมาอย่างแปลกใหม่ ปลายนิ้วลูบผ่านเส้นไหมเนื้อนุ่มอย่างช้า ๆ ไร้ลวดลายแต่ฝีมือการถักดูเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ไม่ใช่ความอ่อนโยนเช่นเคยหากแต่เป็นความพอใจของผู้อยู่เหนือกว่า

...

อีกด้านหนึ่งภายในห้องเก็บฟืนท้ายจวนฉิน ห้องนี้สร้างแยกจากเรือนส่วนใหญ่จนแทบไม่ได้ยินเสียงผู้คนเดินผ่านไปมา กลิ่นไม้แห้งกับฝุ่นเก่าคละคลุ้งปนความเย็นชื้นของค่ำคืนในฤดูหนาวเย็น ตะเกียงดวงเล็กแขวนสูง ส่องได้แค่ครึ่งห้อง อีกครึ่งจมอยู่ในเงาดำมืด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel