บทที่ 7
ยั่วยวนให้หลงใหลด้วย...
“อย่างไรท่านแม่ทัพก็ตั้งใจจะปล่อยให้ข่าวลือแพร่ไปว่า... ท่านเลิกผลักไสฮูหยินผู้นี้แล้ว” สวี่เหวินหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคมปลาบแฝงความนัย “เช่นนั้น ข้ามิควรย้ายเข้าไปพำนักร่วมห้องกับท่านหรอกหรือ?”
บรรยากาศภายในห้องพลันหนักอึ้งกดทับลงมา
ฉินเย่าหานตวัดสายตามองนางด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเค้นเสียงเย็นชาออกมาทันที
“ไม่มาทาง เพียงเห็นหน้าเจ้าข้าก็แทบจะฝืนทนมองไม่ไหวอยู่แล้ว”
สวี่เหวินหรงนิ่งและก้มหน้าลงไม่ได้เสียใจที่เขามีท่าทีแบบนี้แต่สมองของนางกำลังประมวลหาเหตุผลมาสนับสนุนให้ทำอย่างไรก็ได้นางจะได้ไปอยู่ในห้องนอนของเขา
เหตุเพราะในนิยายต้นฉบับนั้น จุดก่อนเกิดความรักของพระนางจะเกิดขึ้นในห้องนอน หากนางปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเดิม ต่อให้มีพันธสัญญาคุ้มกะลาหัว สุดท้ายโชคชะตาคงมิวายลากนางกลับสู่เส้นทางแห่งความตายอยู่ดี
“ท่านแม่ทัพย่อมรู้ดีว่าเส้นสายของบิดาข้านั้นกว้างขวางเพียงใด” น้ำเสียงของนางเรียบสนิท ไร้ซึ่งจริตออดอ้อนเพราะนางกำลังพูดเรื่องจริงจัง “เพียงสร้างภาพนอกจวน อาจมิพอให้เขามั่นใจว่าท่านโปรดปรานข้าจริง...”
ฉินเย่าหานหรี่ตาลง ความระแวงแคลงใจในแววตาเย็นเยียบดุจเหล็กกล้าแต่ที่สวี่เหวินหรงพูดมาเขาก็รู้ดี เพียงแต่หาทางหลีกเลี่ยงเท่านั้น
“ข้ามีวิธีมากมายที่ไม่จำเป็นต้องใกล้เจ้า--” เฉินเย่าหานพูดไม่ทันจบก็ถูกเอ่ยแทรกก่อนแล้ว
“ท่านให้ข้าเข้าไปอยู่ในห้องของท่านก็พอ... ข้านอนบนพื้นได้ไม่มีปัญหา เพราะข้าเองก็อยากทำหน้าที่ตนให้ดีที่สุด ข้าแบ่งแยกได้ว่าสิ่งใดคือเรื่องงานสิ่งใดคือเรื่องส่วนตัว”
หากฉินเย่าหานปฏิเสธตอนนี้ก็เป็นการที่เขายอมรับด้วยตนเองนั่นแหละว่าเขาแยกไม่ได้
สุดท้ายเขาวางพู่กันลงเสียงดังบนโต๊ะอย่างไม่กลัวหักก่อนจะเอ่ยไล่นางด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ออกไป!”
ไร้คำตอบตกลง... แต่ก็มิได้ปฏิเสธ
สวี่เหวินหรงน้อมส่งแล้วถอยออกจากห้องพร้อมรอยยิ้มชอบใจ จะว่าไปการที่เขามีความแค้นเป็นตัวตั้งต้นก็ทำให้นางหลอกล่อเงาง่ายดีเหมือนกันนะ
และคืนนั้นเอง... ทุกอย่างดำเนินไปตามที่สวี่เหวินหรงวางไว้ นางถูกย้ายเข้ามาพำนักในห้องนอนของฉินเย่าหานอย่างเป็นทางการ
บรรยากาศภายในห้องนอนของท่านแม่ทัพช่างเคร่งขรึมและเย็นเยียบยิ่ง
เสียงฝีเท้าบ่าวดังวุ่นวายเพราะกำลังช่วยกันจัดวางหีบของและปูฟูกนอนลงบนพื้นตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย เขาคงยึดตามคำที่นางว่าไว้ว่านอนพื้นก็ได้นั่นแหละ
ที่ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งของฟูกห่างจากเตียงใหญ่จนบอกได้ว่าไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ การกระทำนี้เขาคงตั้งใจเตือนสตริเหวินหรงว่าเขารังเกียจนางมากเพียงใด
“พวกเจ้าออกไปให้หมด”
นางเอ่ยเสียงเรียบรอจนพวกบ่าวออกไปจนหมดก็พรูลมหายใจลูบเสื้อคลุมสองสามคราก่อนจะตัดสินใจปลดมันออกเผยให้เห็นชุดนอนผ้าเนื้อบางเบาแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างพอดี
จุดเด่นของการเป็นนางร้ายก็คือนอกจากจะมีหน้าตาที่งดงามน่าดึงดูดแล้วยังมีรูปร่างเย้ายวนไร้ความปรานีอีกด้วย เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายและอกอิ่มทำให้ยากจะเชื่อว่านางเป็นเพียงสตรีที่ไม่เคยถูกชายใดแตะต้องมาก่อน
สวี่เหวินหรงเหลือบตามองฟูกบนพื้นสลับกับเตียงใหญ่ที่ไกลออกไปก่อนยกมุมปากขึ้น เพื่อให้เขาเห็นเสน่ห์ของสวี่เหวินหรงจนเคลิบเคลิ้มเช่นนั้นนางต้องย้ายเจ้าฟูกนี้ไปยังจุดที่ไม่ว่าอย่างไรฉินเย่าหานมาแล้วก็ต้องเห็น!
เหวินหรงออกแรงลากฟูกนั้นไปวางขวางไว้ที่หน้าประตูก่อนจะล้มตัวเอนนอนในท่าสุดแสนเย้ายวน นางจัดคอชุดที่กว้างอยู่แล้วให้หย่อนลงเห็นเนินหน้าอกแบบไม่มากและก็ไม่น้อยเกินไป
ทว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนาน กลับไร้เงาของฉินเย่าหาน ลมหนาวลอดเข้ามากรีดแทงผิวที่เปิดเปลือยคราแล้วคราเล่า ชุดนอนที่ตั้งใจให้ช่วยเย้ายวนบัดนี้กลายเป็นบทลงโทษที่ทำให้นางสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
