บทที่ 7.2
ในที่สุดสวี่เหวินหรงก็ลุกขึ้นไปคว้าชุดคลุมหนานุ่มมาสวมทับและเพื่อมิให้ความง่วงเข้าครอบงำ นางจึงเปิดหีบหยิบเส้นไหมสีน้ำเงินเข้มและไม้ถักสองอันที่คุ้นมือออกมาแล้วกลับมานั่งพิงประตูบนฟูกคู่ใจ
ปลายนิ้วขยับถักร้อยอย่างชำนาญ...
ทว่างานอดิเรกที่ชอบก็ไม่อาจเอาชนะความอุ่นจากผ้าคลุมและความเหนื่อยล้าได้ เปลือกตาหนักอึ้งลงทุกที ศีรษะที่เคยตั้งตรงก็เริ่มโอนเอน ลมหายใจแผ่วเบาลงทีละนิด ร่างที่เคยหยัดตรงค่อย ๆ ไหลเอียงไปด้านข้าง ส่วนมือก็ยังคงเกี่ยวกระหวัดเส้นไหมสีน้ำเงินไว้หลวม ๆ
ไม่นานนักหลังจากสวี่เหวินหรงเข้าสู่นิทรา…เสียงฝีเท้าคนเดินก็ย่างก้าวมุ่งมาทางนี้
ฉินเย่าหานกลับมาจากห้องทำงานแล้ว เขาคิดไว้อย่างดีว่าสตรีที่ย้ายเข้ามาใหม่เพราะเหตุจำเป็นคงหลับไปแล้ว เขาก็ไม่ต้องได้ยินเสียงนาง ไม่ต้องมองหน้านาง...
ทว่าทันทีที่เปิดประตูออกขาของเขากลับสัมผัสได้กับอะไรบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้
ฉินเย่าหานชะงักโดยพลัน
และในวินาทีถัดมา ร่างบางที่นอนพิงประตูอยู่ก็เสียหลักไหลลงมาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง หน้าผากของสวี่เหวินหรงกระแทกเข้ากับหน้าแข้งของเขาเต็มแรง
“…”
ฉินเย่าหานนิ่งแข็งเหมือนถูกสาป
ส่วนคนก่อเหตุ…ไม่แม้แต่จะสะดุ้งตื่น นางหลับลึกมากจนไม่คิดรับรู้อะไร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดขากางเกงของเขาก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมมากอดขาไว้แน่นราวกับกอดหมอนข้างในฝัน แก้มซุกกับผ้าแล้วถูไถไปมาเหมือนหาที่พักพิงได้แล้ว
ฉินเย่าหานถลึงตาขึ้น เส้นเลือดสองข้างขมับเต้นตุบ ๆ สตรีหน้าไม่อายกล้ามาแตะตัวเขาเพียงนี้หรือ!
เขากัดฟันแน่น ใจอยากจะสลัดนางออกไปไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามทว่าก็ไม่คิดทำเพราะหากนางตื่นมาจะหาว่าเขาทำร้ายนางขณะนอนหลับได้
“สวี่เหวินหรง” เขาเรียกเสียงต่ำทว่ากลับไร้คำตอบ
เขาเรียกอีกครั้ง ดังขึ้น “คนสกุลสวี่ ตื่น!”
นางยังคงหลับตาพริ้ม ริมฝีปากขยับเหมือนละเมอพูดอันใดบางอย่างสุดท้ายหยุดขยับปากแต่กลับยกมือขึ้นปาดอะไรบางอย่างจากมุมปากลงบนผ้าของเขา…แล้วขยับหน้าซุกต่ออย่างสบายใจ
ฉินเย่าหานถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ
“ท่านแม่ทัพ…มีคำสั่งเรียกหรือขอรับ?” เสียงบ่าวด้านนอกดังขึ้นอย่างไม่แน่ใจ
ฉินเย่าหานหลุบตาลงมองตัวต้นเหตุที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแม้แต่น้อยก่อนกดเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่ทำได้
“ไม่มีอะไร ไปพักเถอะ”
บ่าวรับคำแล้วถอยห่างไปทันที
ฉินเย่าหานสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะก้มลงไปจับข้อมือของนาง แขนของสวี่เหวินหรงเย็นกว่าที่คิด แต่มือของเขากลับร้อนจัด เขาออกแรงแกะทีละนิ้ว…ทีละข้อนิ้ว ราวกับกำลังแกะเชือกที่มัดแน่นที่สุดในชีวิต
สวี่เหวินหรงขยับตามแรงนั้นเล็กน้อย คิ้วขมวดเหมือนโดนแย่งของรักในฝัน แต่ก็ยังไม่ตื่น
ฉินเย่าหานกัดฟันจนกรามขึ้นสัน กว่าจะดึงแขนนางออกได้สำเร็จ…เหงื่อก็ซึมขึ้นที่ขมับทั้งที่อากาศหนาวเย็น
และในจังหวะที่ร่างนางไถลกลับลงสู่ฟูก ไหมม้วนหนึ่งกลิ้งหล่นลงพื้นพร้อมกับของบางอย่างที่ตกมาแตะมือเขา
ฉินเย่าหานชะงักก่อนก้มมองม้วนไหมนุ่มอุ่นและถุงมือกันหนาวซึ่งน่าจะทำจากไหมม้วนนั้น แต่ทำเสร็จแล้วเพียงข้างเดียว
เขาบีบมันเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว ความนุ่มนี้ทำให้หัวใจสะดุดวูบเหมือนเคยสัมผัสอะไรคล้ายกันมาก่อน แต่ไม่ทันจะนึกออก เขาก็ขมวดคิ้วแล้วโยนมันกลับลงไปข้าง ๆ ไหมม้วนอย่างไม่ใส่ใจ
ของจากสตรีที่เขารังเกียจ…มีค่าอันใดกัน
ฉินเย่าหานก้าวข้ามฟูกไปทันที เขาเดินไปถึงเตียง ถอดชุดคลุมวางพาดไว้แล้วหันไปมองคนที่นอนขดอยู่ใกล้ประตูอีกครั้งอย่างลืมตัว
สวี่เหวินหรงงอตัวเล็กน้อย ผ้าห่มคลุมไม่มิดไหล่ ลมหายใจยังสม่ำเสมอแสดงออกว่ายังหลับลึกอยู่…
ท่านอนดูไม่สบายเท่าไหร่ ไหนจะอากาศที่หนาวจนแม้แต่บุรุษหนังหนาและด้านเช่นเขายังต้องห่มผ้านวมด้วยซ้ำ
ฉินเย่าหานแค่นเสียงในลำคอเบา ๆ เอ่ยเสียงเบาราวกล่อมตนเองไม่ให้คิดให้มากความอีก
“ข้าให้ที่นอนเจ้า…ก็ดีเกินพอแล้ว”
พูดจบเขาก็ยกมือดับตะเกียงไฟพอฉินเย่าหานล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ก็รีบหันหลังให้ประตูทันที
