บทที่ 5
นี่หรือคือมารยาของนางเอกในนิยาย
ท่าทีของจิ้นจื่อถงก็เปลี่ยนฉับพลัน
จื่อถงทำหน้าเศร้าใจไม่พอยังเอื้อมมาคว้ามือของสวี่เหวินหรงแล้วดึงให้มาที่อกของตนเองแล้วก็ปล่อยมือก่อนจะหงายหลังไปเองอย่างตั้งใจเสียหลักให้ใครบางคนดู
“อ๊ะ!”
เสียงร้องดังเกินพอดี ท่ามกลางความงุนงงที่เกิดขึ้นกะทันหัน จิ้นจื่อถงเงยหน้าขึ้นพร้อมมีน้ำตาคลอ ริมฝีปากสั่นระริกเหมือนคนกำลังกลัวและร้องขอ
“ข้าขอโทษ…ข้าขอโทษที่เปิดโปงเรื่องคืนนั้น!” นางสะอื้น “ท่านอย่าไล่ข้าไปจากจวนฉินเลยนะ…”
สวี่เหวินหรงที่ได้ฟังก็หยุดชะงัก หัวใจหล่นวูบ นางรีบหันขวับไปทางด้านหลังทันที เพราะคำพวกนี้…ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่หากมีแค่สองคนแบบก่อนหน้า
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังใกล้เข้ามา เจ้าของฝีเท้าก็คือฉินเย่าหานเดินที่เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าดุดัน ในอกสวี่เหวินหรงได้แต่ขมขื่นกับการปะทะคราแรกที่นางดันเสียท่าให้จื่อถงเสียแล้ว
หมากกระดานนี้เริ่มเร็วเกินว่าจะตั้งตัวทันจริง ๆ
…สวี่เหวินหรงผู้ผ่านการอ่านนิยายมาแล้วรู้ซึ้งถึงฤทธิ์ของนางเอกในนิยาย ต่อให้นางเอกในนิยายจะทำอย่างไร คนก็พร้อมเชื่อว่านางคือคนดีเสมอ ตรงข้ามกับนางร้ายสิ้นเชิง
ฉินเย่าหานพุ่งเข้าหาจิ้นจื่อถงก่อน คุกเข่าลงพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือหรือไม่?”
“ข้อเท้า…ข้าลุกไม่ไหวเจ้าค่ะ…”
จิ้นจื่อถงกัดริมฝีปาก กลั้นสะอื้นทั้งที่น้ำตาไหลพรากราวมีคนเปิดก๊อกเสียแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเพียงนี้เย่าหานที่เห็นต้นเหตุที่เกิดขึ้นก็แทบจะอดกลั้นไม่ไหว ทว่าบัดนี้ความปลอดภัยสำคัญกว่าการระบายอารมณ์
ฉินเย่าหานลงมืออุ้มจิ้นจื่อถงขึ้นในทันทีแล้วเขาก็หันมามองสวี่เหวินหรงผู้ก่อเหตุ
“คราวนี้ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าผลักจื่อถงจนล้มลง จะแก้ตัวอย่างไร!”
สายตาที่ส่งมาพร้อมกับคำพูดนั้นดุดันอย่างโกรธจัด สวี่เหวินหรงนั้นก็นึกไม่ออกเช่นกันว่านางจะอธิบายอย่างไรดีว่าอยู่ดีดีจื่อถงก็ผลักตัวเองล้มลง ขนาดแค่นางคิดก็รู้สึกว่าตนเองพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่สวี่เหวินหรงทำจึงเพียงแค่ถอนหายใจยาว แล้วก้าวเดินจากมา
“เอาเถอะ ท่านแม่ทัพจะคิดเห็นเช่นไรล้วนแต่ท่านจะคิดเถิด ข้าบอกเพียงว่าข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจื่อถงล้มได้อย่างไร อ้อ หากจะลงโทษข้าก็ส่งพ่อบ้านมาแจ้งแล้วกันวันนี้ข้าเหนื่อยเกินพอแล้ว”
ยามที่สวี่เหวินหรงเผลอเหลือบมองยังตัวต้นเหตุนั้นนางก็สบเข้ากับดวงตากลมประกายวาววับเยาะเย้ย รอยยิ้มเล็ก ๆ กดไว้ใต้ความเจ็บปวดจอมปลอม สายตาที่มองมานั้นราวกับจะสื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการ
สวี่เหวินหรงรู้สึกฉงนขึ้นทันใด ความหนาววาบแล่นขึ้นสันหลังอย่างคนเอะใจบางอย่าง
ในนิยายจิ้นจื่อถงมีนิสัยดีอ่อนโยนจนได้ฉายาว่าแม่ดอกบัวขาว ทว่าเหตุใดจิ้นจื่อถงตรงหน้าจึงเหมือนดอกบัวขาวที่ซ่อนความเน่าเฟะไว้ใต้กลีบดอกไม้งามกันเล่า
นิยายโกหก หรือมีบางอย่าง…เปลี่ยนไปกันนะ
...
หลังการเจรจาสงบศึกกับนางเอกในนิยายในสวนดอกไม้วันนั้น สวี่เหวินหรงก็แน่ใจแล้วว่าการอยู่นิ่งเฉยหลบเส้นเรื่องไม่มีวันทำให้นางรอด
จิ้นจื่อถงไม่ใช่นางเอกใสซื่ออย่างในนิยายอีกต่อไปแล้ว หากยังปล่อยให้ตัวเองไร้อำนาจต่อไป นางจะถูกกลั่นแกล้งจนตายก่อนถึงบทสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้น…นางต้องล้มหมากทุกตัวในกระดานนี้และลงมือเดินด้วยตัวเอง และคนเดียวที่พอจะทำให้นางมีพื้นที่ยืนในจวนนี้ได้ก็คือ...
ฉินเย่าหาน สามีที่เกลียดนางยิ่งกว่าศัตรูในสนามรบ บัดนี้สวี่เหวินหรงจึงเอาตัวเองมายืนต่อหน้าผู้เป็นสามีในห้องทำงานของเขา
“ข้ามีเวลาไม่มาก หากไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างที่เจ้าอ้างมาก็รีบออกไปเสีย”
นี่คือคำแรกที่ออกมาจากปากของผู้เป็นสามี นางเริ่มชินเสียแล้ว การได้เข้าพบก็ถือว่าพิเศษกว่าวันไหน ๆ ด้วยซ้ำ
“ข้ามาเพื่อขออำนาจฮูหยินคืน”
น้ำเสียงของสวี่เหวินหรงที่เปล่งออกมาคราวนี้ไม่คล้ายร้องขอแต่ก็ไม่ขู่ตะคอกเช่นกัน
ฉินเย่าหานใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังผสมกับน้ำเสียงเยียบเย็นชวนให้คนฟังขนลุกกล่าวตอบแทบจะทันที
“เจ้าทำร้ายบ่าวในจวนไปเท่าไรแล้ว เหวินหรง... เจ้ากลั่นแกล้งคนของข้าสารพัด… แล้วมาวันนี้บอกว่าจะขออำนาจคืน?” เขายกมุมปากขึ้นก่อนเอ่ยปากพูดจนจบ “หึ คิดว่าข้าโง่หรือ?!”
สวี่เหวินหรงอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นไม่ใช่นางทำ แต่เป็นเหวินหรงคนเดิมต่างหาก แต่ก็นั่นล่ะพูดไปใครจะเชื่อ
“ข้าไม่ได้มาขอเปล่า แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน... ข้ายอมให้ท่านใช้เป็นสะพานจัดการกับบิดาของข้า… ท่านอยากแก้แค้นคืนแทนอดีตแม่ทัพฉินบิดาของท่านที่ตายไปแล้วมิใช่หรือ อ้ะ!”
ในพริบตาเดียวฉินเย่าหานก็ยืนอยู่ตรงหน้า มือใหญ่คว้าลำคอเรียวแล้วบีบแน่นจนลมหายใจขาดห้วง ก่อนจะตะคอกใส่หน้านางอย่างเหลืออด
“อย่าเอาเรื่องบิดาของข้ามาพูดเล่น!” เสียงเขาต่ำแน่นกดทับหนักไม่ต่างจากแรงบีบที่คอของนาง “ข้าฆ่าเจ้าได้เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ!”
แรงบีบตรงคอทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ขอบตาร้อนผ่าวก่อนน้ำตาจะไหลลงเพราะนางไม่อาจหายใจรับอากาศได้เต็มปอด ใบหน้าขาวผ่องเริ่มแดงอย่างคนใกล้ขาดอากาศตายทว่าดวงตายังคงเค้นจ้องเขาไม่กะพริบ
...นางยอมตายมากกว่ายอมถอย
การกระทำแสนเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้แม่ทัพหนุ่มลดแรงบีบลงนั่นเป็นโอกาสให้สวี่เหวินหรงฉวยช่องว่างนั้นพยายามเปล่งเสียงแหบพร่า
“ข้า…ถูกใช้ไม่ต่างจาก เครื่องมือ...ข้า...ไม่พอ...ใจ ที่เขา ...ทำ...กับ...ข้า...ชะ...”
สวี่เหวินหรงเค้นเสียงพูดแม้ลมหายใจใกล้ขาดห้วงก็ตาม ความพยายามของนางไม่สูญเปล่า
ในที่สุดมือหยาบกร้านก็ปล่อยมือจากลำคอระหง ร่างบอบบางร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางพยายามโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง เสียงสูดลมหายใจดังเฮือกปนสะอึกสลับกับอาการไอโขลกจนตัวโยน
“แค่ก! แค่ก”
หลังจัดการตัวเองพอให้รอดแล้ว สวี่เหวินหรงก็ยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาทาบลงบนลำคอที่ปรากฏรอยปื้นแดงเข้มเป็นรูปนิ้วมือเด่นชัด ความรู้สึกตีบตันยังคงหลงเหลืออยู่จนนางต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง แววตาที่จ้องมองเขายังคงสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดแต่ยังซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้
“ท่านอยากจัดการตระกูลสวี่มิใช่หรือ ใช้ข้าสิ”
ความเงียบขยายตัวทันใดสองสายตาต่างอารมณ์จ้องกันไม่หยุด นางพูดถึงเพียงนี้แล้วเขาก็ไม่ตอบตกลงจึงจำเป็นต้องเดิมพันครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม
“สามเดือน... หากข้าทำหน้าที่ฮูหยินได้ไม่ดีพอ หรือไร้ประโยชน์ต่อท่าน ข้าจะลงนามในหนังสือหย่าและเดินจากไป โดยไม่ให้ท่านต้องเปลืองแรงขับไล่แม้เพียงครึ่งคำ”
นางลงน้ำหนักคำว่าหย่าเพื่อให้เขาได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู “ข้าจะหย่าให้ท่านแบบที่ไม่ว่าใครก็ตามเอาผิดท่านไม่ได้ ท่านหย่าข้าตอนนี้ไม่ได้เพราะอันใดท่านรู้ดี…”
หากสามเดือนนี้นางไม่อาจเปลี่ยนใจบุรุษตรงหน้าได้ ชีวิตที่ได้เริ่มต้นใหม่ในนิยายก็จบลงไม่ต่างกัน
ฉินเย่าหานหันหลังเดินย้อนกลับไปหลังนิ่งไปนาน ตอนนี้เขาไม่อยากมองหน้านางอีกแม้เสี้ยววินาที
“ข้าจะคืนอำนาจการดูแลจวนให้เจ้า...” น้ำเสียงเย็นชาจนเหมือนคำสั่งในสนามรบ “แต่ต้องดูแลร่วมกับจิ้นจื่อถง”
และนั่นก็ทำให้หลังทำสัญญากับฉินเย่าหานได้ไม่กี่วัน บ่าวและคนในจวนฉินก็รู้กันถ้วนทั่วแล้ว จากเดิมทีการดูแลความเรียบร้อยในจวนมีพ่อบ้านฉีคอยจัดการภายใต้การตัดสินใจของจิ้นจื่อถง บัดนี้ก็มีสวี่เหวินหรงเข้ามาช่วยแบ่งเบาอีกแรงแล้ว
สวี่เหวินหรงเรียนรู้อย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะนางหวังเพียงอยากมีอำนาจในจวนเท่านั้น แต่เพราะนางจะใช้อำนาจนี้ในการรับมือกับนางเอกในนิยาย ในระหว่างที่แผนการขโมยหัวใจท่านแม่ทัพมากอคติยังดำเนินไม่ถึงไหนเท่านั้น
นี่แค่เริ่มต้น... แผนแย่งบทบาทนางเอกในนิยายเพื่อมีชีวิตรอดในโลกของนิยายจะสำเร็จหรือไม่ อีกสามเดือนรู้ผลแน่!
