บทที่ 13
ที่แท้สามีผู้นี้ก็มีหัวใจ
ฉินเย่าหานควบม้ากลับเข้าจวนตามหลังรถม้าของสวี่เหวินหรงที่เพิ่งกลับมาเพียงไม่นาน เขาก้าวเข้าสู่จวนด้วยท่าทีเรียบเฉยประดุจเพิ่งกลับจากท่องเที่ยวทั่วไป
ทว่าความจริงแล้วเย่าหานเพิ่งเร้นกายอยู่ในห้องข้างเคียง ณ โรงน้ำชาแห่งนั้น เขาได้ยินทุกคำพูดของสตรีสองแม่ลูกจากการเจาะรูสอดแนมไว้
เย่าหานก็เอ่ยสั่งพ่อบ้านฉีที่มาต้อนรับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ไปตามสวี่เหวินหรงมาพบข้า”
พ่อบ้านฉีหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาหาเจ้านายที่ห้องทำงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยิน... แจ้งว่านางไม่ค่อยสบายใจนัก ไม่อยากพบผู้ใดในยามนี้ ขออภัยที่มิอาจมาเข้าพบท่านได้ขอรับ”
หากเป็นแต่ก่อนฉินเย่าหานคงสั่งให้คนไปลากตัวนางมาลงทัณฑ์ที่บังอาจขัดคำสั่ง ทว่าครานี้เขากลับนิ่งไปอึดใจก่อนจะเปรยออกมาเรียบ ๆ
“เช่นนั้นก็ช่างเถิด เรื่องที่ข้าจะพูดมิได้เร่งด่วนอันใด”
พ่อบ้านฉีชะงักไปเล็กน้อยกับความผ่อนปรนที่หาได้ยากยิ่งจากเจ้านาย ฉินเย่าหานกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะสั่งต่อโดยมิได้เงยหน้า
“วันนี้... ไม่ต้องส่งงานใด ๆ ไปให้นางทำ ให้นางพักผ่อนสักหนึ่งวันก็แล้วกัน”
พ่อบ้านฉีรับคำอย่างงุนงง แต่คำสั่งถัดมากลับทำเอาเขาแทบเสียกิริยามากกกว่าเดิมเสียอีก
“เจ้าเคยเห็นเส้นไหมหรืออะไรสักอย่างที่เป็นม้วน ๆ ไหม”
“เส้นไหม... หรือขอรับ?”
“อืม เอาแบบที่รวมกันเป็นม้วน หลายสี ยิ่งมากยิ่งดี หาซื้อมาแล้วส่งไปให้ที่เรือนของนาง” เขาพูดประดุจกำลังสั่งซื้อตำราพิชัยสงครามทั้งที่กำลังซื้อของเอาใจใครบางคนอยู่
“รับทราบขอรับ...”
“อ้อ หากจะให้ดีก็ไปถามคนสนิทของนางดูก่อน แล้วค่อยไปซื้อมา” เขาตัดบทพลางปัดมือเป็นเชิงไล่เพื่อที่เขาจะได้ทำงานของตนต่อ
ทว่าขณะที่พ่อบ้านฉีกำลังถอยออกไปนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงรายงานเพิ่ม “ท่านแม่ทัพขอรับ... เมื่อครู่คุณหนูจิ้นส่งขนมมาให้ท่านจะให้ข้าน้อยนำเข้ามาเลยหรือไม่ขอรับ?”
“ข้าไม่หิว เจ้าเอาไปแบ่งกันกินเถิด” ฉินเย่าหานตอบโดยแทบไม่ต้องคิด
เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ความเงียบงันก็กลับมาครอบครองพื้นที่อีกครั้ง มือแกร่งวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ ทว่าแววตากลับเหม่อมองไปไกลเกินกว่าตัวอักษรบนกระดาษตรงหน้า
การกระทำของเขาคือการจัดการหมากในกระดานอำนาจ เป็นเพียงการเลี้ยงดูเครื่องมือให้พร้อมใช้งานเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกอื่นใดผสมนอกเหนือจากนั้นจริง ๆ
เช้าวันถัดมา สวี่เหวินหรงเพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่นาน ถาวฮวาก็วิ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวต่างจากวันอื่น
“ฮูหยิน! ออกมาดูเร็วเจ้าค่ะ! ท่านแม่ทัพส่งหีบของมาเต็มเลย!”
นางพูดไม่หยุดขณะรีบเดินนำเจ้านายออกมาอย่างคนตื่นเต้น “คราวนี้ฮูหยินจะได้มีเครื่องประดับสวย ๆ ใส่สักทีนะเจ้าคะ แล้วก็ชุดใหม่ด้วย…จะได้หรูหราสมฐานะฮูหยินจวนแม่ทัพ!”
สวี่เหวินหรงไม่พูดอันใดมากแม้นางจะอยากบอกกลับไปมากก็ตามว่า…ที่นางไม่ใส่ ไม่ใช่เพราะไม่มีแต่แค่ไม่อยากเสียเงินไปกับของไร้สาระพวกนั้นต่างหาก
นางจัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อยก่อนก้าวออกไปด้านนอก ห้องโถงหน้าห้องนอนมีหีบวางเรียงอยู่หลายใบจนแทบกินพื้นที่ทั้งหมดของเรือนเล็กหลังนี้ มีพ่อบ้านฉียืนคุมคนอยู่ด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบ
พอเห็นเหวินหรงเดินออกมา เขาก็รีบค้อมศีรษะคำนับทันใด จากนั้นก็ผายมือให้บ่าวเปิดฝาหีบ
เสียงไม้กระทบกันดัง กึก ทีละใบ เมื่อหีบถูกเปิดออกบ่าวที่ยืนล้อมอยู่ต่างอึ้งไปตาม ๆ กัน เพราะในหัวคงคาดหวังภาพเครื่องประดับ ชุดผ้าแพรหรูหรา หรือของกำนัลที่เหมาะกับสตรีผู้สูงศักดิ์
ทว่าในหีบกลับเป็น…เส้นไหมม้วนเป็นวง ๆ เรียงแน่นราวเชือกหลากสีที่เอาไว้ผูกบางอย่าง
หลายคนทำหน้าเสียดายอย่างปิดไม่มิด แต่สวี่เหวินหรงกลับมีสีหน้าต่างจากผู้อื่นโดยสิ้นเชิง
จากที่ตอนแรกยังง่วง ๆ เฉยชา ดวงตาของนางตอนนี้กลับสว่างวาบขึ้นมาราวเป็นแหล่งกำเนิดแสง ราวกับคนเห็นทองคำล้ำค่าทั้งที่ในหีบคือเส้นไหมเท่านั้น นางก้าวเข้าไปใกล้ก่อนไล้ปลายนิ้วแตะเส้นไหมอย่างระมัดระวัง ลูบผ่านเนื้อสัมผัสนุ่มลื่นแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“นี่…” นางเงยหน้าขึ้นมองพ่อบ้านฉี “ของพวกนี้ ท่านแม่ทัพให้ข้าจริง ๆ หรือ”
พ่อบ้านฉีพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ขอรับ ท่านแม่ทัพสั่งไว้ชัดเจนว่าให้ส่งมาถึงมือฮูหยิน”
เหวินหรงเหมือนยิ่งได้ยินยิ่งดีใจ นางหันไปสั่งบ่าวทันที “ยกหีบทั้งหมดเข้าไปในห้องข้าเดี๋ยวนี้!”
บ่าวรับคำอย่างพร้อมเพรียง ก่อนรีบทำตามคำสั่ง เหวินหรงยืนมองเส้นไหมที่ถูกยกผ่านไปทีละหีบ หัวใจที่หนักอึ้งมาตั้งแต่เมื่อวานเหมือนถูกคลายลงเป็นปลิดทิ้ง
ทำไมเขาถึงให้ข้ามากมายขนาดนี้… เพราะเขาเวทนานางหลังจากได้รู้ความสัมพันธ์ของนางกับครอบครัวหรือ?
...ที่แท้สามีผู้นี้ก็มีหัวใจและกำลังใกล้จะใจอ่อนให้นางแล้ว
เหวินหรงเม้มริมฝีปากอย่างชอบใจก่อนความคิดหนึ่งจะแล่นวาบขึ้นมาเหมือนประกายไฟ นางเงยหน้าถามพ่อบ้านฉีทันที
“พ่อบ้านฉี หากวันนี้ข้าจะขอออกไปข้างนอกจวน…ได้หรือไม่”
พ่อบ้านฉีชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “เดี๋ยวบ่าวจะไปถามท่านแม่ทัพให้นะขอรับ”
เหวินหรงพยักหน้ารับอย่างไม่รีบเร่ง นางหมุนตัวกลับเข้าห้องไปด้วยสีหน้าปลื้มปริ่มราวกับได้ของขวัญที่ถูกใจที่สุดในชีวิต
พ่อบ้านฉียืนมองตามอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเผลอเกาหัวเบา ๆ อย่างงงงัน เส้นไหมธรรมดาเหล่านี้…ฮูหยินกลับดีใจยิ่งกว่าได้รับทองคำเสียอีก
ท่านแม่ทัพก็ช่างรู้ใจฮูหยินยิ่งนัก หรือว่าในจวนใกล้จะมีข่าวดีแล้ว บางที…อีกไม่นาน อาจได้เห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่ตามลานเรือนก็เป็นได้
