

บทที่ 2 โดนลูกหลง
“ได้คุยแน่โยทะกา”
“คุณแม่ขา คุณพ่อขากลับบ้านกันนะคะ ลูกหว้าจะไปเป่าเค้กค่ะ” เสียงลูกสาวนำมาก่อนทำให้จีรนันท์หลับตาตั้งสติเธอไม่อยากให้ลูกสาวรู้
“เป่าเค้ก จริงสิวันนี้วันเกิดลูก” วาทินครางในคอเขาผิดบอกได้คำเดียวว่าเขาผิดอย่างมหันต์ที่ลืมวันเกิดลูกสาวสุดที่รัก
“คุณพ่ออย่าลืมของขวัญลูกหว้านะคะ” เจ้าหญิงน้อยของเขาทวงของขวัญทำให้พ่ออย่างเขาน้ำตาตกมองแม่ยายอย่างขอความเห็นใจแต่คุณเพ็ญนภาผู้ที่ช่วยแก้ต่างให้เขามาตลอดเมินหน้าหนีไม่มองหน้าเขาวาทินรู้ว่าเขาได้ทำให้แม่ยายหมดความไว้เนื้อเชื่อใจไปแล้ว
“เอ่อ ครับลูกหว้า คุณพ่อไม่ลืมครับ”
“เรากลับกันเถอะจ้ะลูกหว้า ไปค่ะแม่มันน่าขยะแขยงเกินไปที่นันท์จะอยู่ต่อ”
“นันท์เดี๋ยวสินันท์” วาทินเรียกตามภรรยาอย่างไม่สนใจใครแล้วตอนนี้เขาต้องง้อเมียก่อน
“คุณทินคะ คุณทินรอโยด้วยสิคะ” โยทะกาก็เดินตามวาทินที่ก้าวเท้ายาวๆตามลูกเมียไปจนถึงลิฟต์
“ฉันขอร้อง อย่าตามมาถ้ายังรักลูกฉันไม่อยากให้ลูกเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน” จีรนันท์พูดเสียงแข็งไม่มองหน้าสามีเธอพูดด้วยรอยยิ้มที่มีให้ลูกสาว
“คุณพ่อขาเพื่อนคุณพ่อมาตามค่ะ ลูกหว้ากลับไปรอที่บ้านก็ได้ค่ะ” ลูกหว้ารู้ว่าพ่อทำงานและจะเห็นในทีวีแต่แม่จะอธิบายให้ฟังตลอดว่ามันเป็นงานการแสดงไม่ใช่เรื่องจริงทุกคนเป็นเพื่อนคุณพ่อ
“แม่ขอนะตาทิน จะทำอะไรให้คิดถึงลูกเมียบ้าง ไปเคลียร์กับคนของเธอซะ” คุณเพ็ญนภาพูดเสียงเย็นมองลูกเขยด้วยสายตาไม่พอใจและโกรธมาก เมื่อลิฟต์ปิดลงวาทินกำมือแน่นมองประตูลิฟต์อย่างคิดไม่ตก
“คุณทินคะ”
“กลับไปก่อนโย ผมจะกลับบ้าน”
“แต่ว่า.”
“เรื่องของเรามันจบแล้วโย” วาทินพูดจบก็เข้าลิฟต์อีกตัวและกดปิดมองโยทะกาที่ยืนงงเมื่อถูกเขาบอกเลิก
“คุณทิน คุณทินกลับมาก่อน” โยทะกาได้สติเรียกวาทินเสียงดังอยู่หน้าลิฟต์ก่อนจะมองคนที่มุงดูเธอแล้วรีบ
เข้าลิฟต์เพื่อกลับไปสงบสติอารมณ์ที่รังรักของเธอกับวาทินรอเขา
คุณเพ็ญนภาชวนหลานสาวคุยเพราะจีรนันท์ยังไม่อยู่ในอารมณ์จะคุยเล่นกับลูกแต่สายตาคมมองลูกสาวน้ำตาไหลก็หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง จนถึงบ้านท่านก็พาหลานสาวแยกไปห้องนั่งเล่นและได้ยินเสียงรถลูกเขยแล่นเข้ามาจอดเบรกรถเสียงดังลั่น
“คุณนันท์อยู่ไหน แหว๋ว” วาทินถามหาภรรยาจากเด็กในบ้าน
“ขึ้นไปบนห้องค่ะ” แหว๋วเห็นเจ้านายหนุ่มหล่อรีบเร่งจึงชี้ขึ้นไปชั้นบนที่เธอเห็นเจ้านายสาวเดินขึ้นไปก่อนจะไปตามพี่ต่ายพี่เลี้ยงของคุณหนูลูกหว้าให้มาดูแลคุณหนูตามคำสั่งของคุณยาย ปกติทุกคนจะเรียกคุณเพ็ญนภาว่าคุณผู้หญิงและเรียกสามีของท่านว่าคุณผู้ชายพอมีหลานท่านก็บอกให้เรียกคุณยายคุณย่าดีกว่าท่านชอบมากกว่าคนในบ้านเรียกคุณผู้หญิงเพราะสามีสิ้นบุญไปแล้ว
วาทินเข้าไปในห้องก็เห็นภรรยานั่งตรงโซฟาหน้าเตียงก้มหน้ามองมือที่ประสานกันแน่นบนตักก็ยิ่งรู้สึกผิดแต่เขาก็ไม่ได้จริงจังกับโยทะกาแค่มีความสุขด้วยกันเท่านั้นปกติเขาก็แอบมีคนอื่นลับหลังจีรนันท์บ่อยๆเพราะเธอไม่ค่อยมีเวลาให้เขาแต่ครั้งนี้เธอเห็นคาตาแล้วเขาก็คิดไม่ออกว่าจะแก้ตัวยังไง
“นันท์” วาทินนั่งคุกเข่าตรงหน้าภรรยาเรียกเธอเบาๆ
“อย่ามาจับฉัน เอามือสกปรกของคุณออกไปจากตัวฉัน” น้ำเสียงเรียบเย็นเหยียบแต่ละคำพูดเค้นออกมาจากปากของจีรนันท์มันทำให้วาทินยอมปล่อยมือและก้มหน้าสำนึกผิด
“นันท์ฟังผมก่อนนะครับ”
“นานแค่ไหนแล้วทิน นานแค่ไหนที่คุณทำกับฉันแบบนี้ ทำไมทิน ทำไมฉันถามว่าทำไม” เสียงที่เคยหวานหูตวาดดังลั่นห้องด้วยความเสียใจ สามีที่เธอไว้ใจมีคนอื่นเขาทำแบบนี้กับภรรยาที่เขาบอกว่ารักได้ยังไง
“นันท์ครับ มันไม่มีอะไร ผมกับโยทะกาเราแค่สนุกกันเท่านั้น ผมรักนันท์กับลูกนะครับ” วาทินพูดอย่างเห็นแก่ตัวตอนนี้เขาต้องง้อเมียให้ได้ก่อนค่อยไปเคลียร์กับโยทะกา
“รักนันท์เหรอคะ คนรักกันเขาทำกันแบบนี้เหรอคะทิน ไม่ค่ะนันท์ไม่ต้องการความรักแบบนี้อีกแล้วนันท์ไม่ต้องการ ฮือฮือๆๆ..” จีรนันท์ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บช้ำถึงแม้จะได้ยินข่าวของสามีกับผู้หญิงแต่เขาบอกว่าเพื่อนร่วมงานเธอก็เชื่อใจสามี วาทินเป็นพระเอกดังรูปหล่อปากหวานเอาอกเอาใจเก่งไม่มีท่าทีเจ้าชู้แต่เขาเป็นข่าวกับดารานางแบบหลายคนแต่เธอก็ให้เกียรติสามี แล้วเขาตอบแทนเธอด้วยการไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นและคงจะเป็นจริงตามข่าว
“ผมขอโทษครับ นันท์สนใจแต่งานปล่อยให้ผมเหงาผมก็หาทางออกต่อไปจะไม่นอกใจนันท์อีกนะครับคนดี” วาทินขอโทษและสัญญาว่าจะไม่นอกใจเธอ
“อย่ามาแตะฉัน ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย” จีรนันท์ได้ยินวาทินพูดก็ผลักอย่างแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไม่สนใจ “ออกไปจากห้องฉัน ออกไป ฉันบอกว่าออกไป้.” จีรนันท์ไม่ได้พูดเฉยๆเธอหยิบขวดน้ำหอมขวดครีมโลชั่นทั้งหลายบนโต้ะกระจกขว้างใส่สามีที่รีบลุกหลบขวดและสิ่งของที่ลอยตามมาเสียงดังเปรี้ยงปร้างจึงวิ่งไปที่ประตูกระชากออกอย่างแรง
“เฮ้ยย!!..”
“กรี๊ดดด!!.” ร่างเล็กของเจ้าหญิงน้อยของเขาลอยมากับประตูล้มลงใส่เศษขวดแก้วทั้งขาทั้งแขนด้านซ้ายที่ร่างเล็กเซล้มลงใส่
“คุณหนู /ลูกแม่ / ลูกหว้า..” เสียงพ่อแม่และพี่เลี้ยงดังลั่นห้องจนคุณเพ็ญนภาที่อยู่ห้องนั่งเล่นได้ยินจึงขึ้นมาดู
“ลูกหว้า ลูกแม่เจ็บตรงไหนลูก แม่จะพาหนูไปโรงพยาบาลนะลูก” จีรนันท์เข้าถึงตัวลูกสาวก่อนวาทินที่ยืนตกใจ
“คุณหนู คุณนันท์คะ ต่ายจะไปโทรตามรถพยาบาลนะคะ” พี่เลี้ยงสาวลุกขึ้นไปโทรหารถพยาบาลให้มารับคุณหนูแจ้งอาการบาดเจ็บให้ทางโรงพยาบาลทราบแล้วเธอก็ขึ้นไปช่วยดูคุณหนูที่ร้องไห้เสียงดังด้วยความเจ็บปวดมีแม่และคุณยายปลอบใจส่วยวาทินนั่งก้มหน้าอย่างสำนึกผิดและเสียใจที่ทำให้ลูกสาวบาดเจ็บก่อนจะพาแก้วตาดวงใจของเขาไปโรงพยาบาล แบงค์คอก อินเตอร์เนชั่นเนลของตระกูล กาญจณานุวัฒน์ ที่วุ่นวายขึ้นมาทันทีเมื่อหลานสาวตัวน้อยของเจ้าของโรงพยาบาลลได้รับบาดเจ็บจึงมีคำสั่งจากผู้บริหารสูงสุดคือปู่สั่งให้หมอพยาบาลดูแลรักษาให้ดีที่สุด อาการของเด็กหญิงรัตติยากรดีขึ้นเมื่อคุณหมอ กรองกาญ กาญจณานุวัฒน์ มาตรวจรักษาอาการบาดเจ็บของหลานสาวด้วยตัวเอง จัดการคีบเศษกระจกขวดน้ำหอมปักที่ขาและมีเศษเล็กเศษน้อยตามแขนขาและมือออกจนหมดทำแผลให้หลานสาวที่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอย่างเบามือและพูดปลอบหลานสาวด้วยความสงสาร
จีรนันท์นั่งเฝ้าลูกอย่างสงสารและโทษตัวเองที่เป็นคนทำให้ลูกสาวได้รับบาดเจ็บวาทินก็นั่งอีกฝั่งท่ามกลางสายตาไม่พอใจของพ่อแม่และน้องสาวแต่ไม่มีใครพูดกับเขาก่อนปู่ย่าและยายจะพากันกลับไปพักผ่อนที่บ้านปล่อยให้พ่อแม่ของลูกหว้าเฝ้าลูก
พอเช้ามาก็มีข่าวเตียงหักของอดีตพระเอกดังกับภรรยานักธุรกิจชื่อดังมีมือที่สามอย่างโยทะกาเป็นผู้ขย่มขาเตียงจนหง่อนแหง่น และเป็นที่มาการหย่าร้างของจีรนันท์กับวาทิน จบชีวิตการแต่งงานสิบสามปีของทั้งคู่ ทั้งที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายพยายามพูดแต่จีรนันท์ไม่ยอมฟังใครเธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะหย่าและขอเลี้ยงดูลูกสาวเองหากวาทินไม่ยอมก็ให้ไปฟ้องร้องเอาสุดท้ายทั้งสองก็หย่าขาดจากกันทั้งที่ยังรักกันเด็กหญิงรัตติยากรอยู่กับแม่แต่ศุกร์เสาร์ไปนอนบ้านพ่อบ้างบ้านปู่ย่าบ้าง
