#บทที่ 5แม่สามีร้องงิ้วเก่ง
เป้ยเป้ยน้อยลูกสาวที่ซุนอ้ายเหนียงอุ้มท้องมาเกือบสิบเดือน แต่กลับไม่ได้มีหน้าตาคล้ายเธอผู้เป็นแม่เลย ใบหน้าสิบส่วนคล้ายผู้เป็นพ่อไปเเล้วเก้าส่วนไม่ว่าจะเป็นดวงตา จมูก ปาก หรือ รอยยิ้ม ถอดแบบผู้เป็นพ่อมาราวกับฝาแฝด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป้ยเป้ยเหมือนเธอผู้เป็นแม่
เป้ยเป้ยกลัวเสียงดังๆ
ซุนอ้ายเหนียงเกลียดคนที่ชอบพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย
เป้ยเป้ยกลัวย่าที่ชอบแผดเสียงดังลั่นเหมือนฟ้าผ่า
ส่วนเธอเกลียดแม่สามีที่ชอบพูดเสียงดังเหมือนฆ้องปากแตกคนนี้ที่สุด
สองแม่ลูกนั่งมองแม่เฒ่า'ไป๋หนิง' แม่สามีของซุนอ้ายเหนียงแผดเสียงร้องพร้อมออกท่าออกทางราวกับกำลังเล่นงิ้วมาเกือบครึ่งชั่วยาม เธอหันไปมองเป้ยเป้ยน้อยที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นน้อยๆ เม้มปากแน่น
"เป้ยเป้ย หนูกินข้าวอิ่มหรือยังคะ?"
เด็กตัวกลมพยักหน้ารับ ดีนะที่มาตอนลูกเธอกินอิ่มแล้ว
ซุนอ้ายเหนียงคนเก่าที่เจอเรื่องอึดอัดคับข้องใจมาหลายปีไม่รู้ว่าเธอทนมาได้อย่างไร แต่เธอซุนอ้ายเหนียงคนใหม่จะไม่ทน!
ยายเฒ่าไป๋หนิงเห็นสองแม่ลูกทำราวกับไม่เห็นว่าเธอยืนตรงนี้ก็ยิ่งบันดาลโทสะ
"หนอยแหนะ ซุนซื่อ!เธอเสี้ยมสอนลูกเธอไม่ให้เคารพย่า เคารพผู้อาวุโสหรือ เหมือนที่เธอไม่เคารพแม่สามี ครอบครัวสามีใช่ไหม?
ฉันพูดสั่งสอนตามหน้าที่ผู้อาวุโส พวกเธอสองแม่ลูกยังนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ยังไม่รีบยกอาหารไปให้เจ้าใหญ่และน้องๆที่บ้านใหญ่อีก"
ซุนอ้ายเหนียงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปากตอบแม่สามี
"คุณแม่คะ อาหารส่วนของพ่อเสี่ยวเป้ยเป้ยฉันได้เตรียมไว้แล้ว ถ้าเขาอยากจะกิน เขาก็ต้องเดินกลับมากินเองที่บ้านค่ะ เขาไม่ได้พิการคงไม่ต้องถึงขนาดให้ฉันตักอาหารป้อนใส่ปากหรอกใช่ไหมคะ?
ส่วนอาหารของน้องๆสามี พวกเราเคยตกลงกันไว้ว่าอย่างไรคะ?หรือคุณแม่แก่แล้วสมองเลอะเลือนเดี๋ยวฉันจะช่วยทบทวนให้ค่ะ"
"ไอ่หยาาา แม่สะใภ้ตัวดี! แม่สามีสั่งสอนกลับเถียงคำไม่ตกฟาก "
แม่เฒ่าไป๋หนิงรีบเอ่ยขัดขึ้นทันที เพราะกลัวซุนอ้ายเหนียงเท้าความไปถึงเรื่องที่นางไม่อยากจะพูดถึง
แต่ซุนอ้ายเหนียงมีหรือจะรู้ไม่ทัน เรื่องที่เจ้าของร่างเดิมพบเจอเธอล้วนแต่มีความทรงจำด้วยทุกเรื่อง
ก่อนที่จะแต่งงานกับไป๋ต้า ซุนอ้ายเหนียงซึ่งจบการศึกษามัธยมปลายได้ทำงานเป็นเสมียนในโรงทอผ้าขนาดใหญ่ของรัฐ ซึ่งโรงงานนี้ตั้งอยู่ในตัวมณฑลจังหวัดสุ่ยจิ้ง
ตัวไป๋ต้าเองเรียนจบแค่ระดับประถมแต่เคยเป็นทหารแล้วได้รับบาดเจ็บที่มือจากการรบ จึงขอกองทัพย้ายกลับบ้านเกิด
ไป๋ต้าพอมีความรู้ด้านการช่างเลยยื่นขอตำแหน่งงานแผนกช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรในโรงงานทอผ้า เป็นบำเหน็จชดเชยจากกองทัพพร้อมกับได้รับเงินอีกก้อนหนึ่ง
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่คนทั้งสองได้พบกัน แต่อย่าคิดว่าเรื่องราวจะง่ายดายราบรื่นพบรักกัน ตกลงแต่งงาน มีลูก
ซุนอ้ายเหนียงในตอนนั้นเป็นสาวงามคนหนึ่ง มีคนมาชอบพอมีคนเข้าหามากมาย และซุนอ้ายเหนียงก็มีคนที่พูดคุยชอบพออยู่แล้วแต่ฝ่ายชายเกิดเรื่องที่บ้านต่างอำเภอจึงลาออกแบบเร่งรีบเพื่อไปสะสางปัญหาครอบครัว
ไป๋ต้าใช้โอกาสนี้ทำตัวไร้ยางอายเข้าไปหาซุนอ้ายเหนียงถึงห้องพัก วางแผนให้มีคนรู้เห็น และปล่อยข่าวให้ซุนอ้ายเหนียงเสียหายได้รับความอับอาย
ผลสุดท้ายก็ต้องยอมขมขื่นใจตกปากรับคำแต่งงานกับไป๋ต้า ความคับแค้นใจนี้ซุนอ้ายเหนียงเก็บไว้ในใจมาโดยตลอด
สุภาษิตว่า'แต่งกับไก่ตามไก่ แต่งกับสุนัขตามสุนัข'
หลังจากแต่งงานกันทั้งสองยังพักอยู่ในห้องพักพนักงานของโรงงานทอผ้า ไม่นานซุนอ้ายเหนียงก็ตั้งท้อง แต่เกิดแพ้ท้องอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อการทำงาน
ยายเฒ่าไป๋หนิงสบโอกาสที่รอมานานรีบปากอ่อนปากหวานเข้ามาหว่านล้อมให้ลูกสะใภ้ลาออกจากงาน อ้างว่าเพื่อดูแลครรภ์แต่ที่จริงเพื่อผลประโยชน์ตัวเองล้วนๆ
'ฮึ'ซุนอ้ายเหนียงแค่นเสียงอยู่ในลำคอเมื่อคิดถึงต้นสายปลายเหตุ
"คุณแม่คงจะหลงลืมจริงๆ แต่ไม่เป็นไรฉันยังจำได้ค่ะ ตอนที่ฉันท้องคุณแม่ขอร้องให้ฉันลาออกกลับมาอยู่กับครอบครัวสามีที่หมู่บ้านไป๋เจี่ย บอกว่า ไม่อยากให้ฉันลำบากต้องอุ้มท้องโตๆทำงาน เสี่ยงจะแท้ง ฉันก็ยอม
คุณแม่ขอให้ฉันช่วยฝากตำแหน่งงานให้กับอี้เหนิงต่อ ถึงไม่ได้ตำแหน่งงานเดียวกับฉันก็ไม่เป็นไร แค่ให้ได้ตำแหน่งงานในโรงทอผ้าได้ชื่อว่ากินชามข้าวเหล็กของรัฐ
ตอนนั้นคุณแม่รับปากฉันว่าอย่างไรจำได้ไหมคะ?
คุณแม่บอกว่า ถ้าฉันยอมกลับมาคลอดลูกที่บ้านไป๋ เรื่องอาหารการกินให้ทำแยกครัวกัน
ฉันไม่ต้องไปดูแลการกินการอยู่ของบ้านใหญ่ น้องรองก็แต่งงานแล้วคุณแม่ก็มีสะใภ้รองดูแล ต่างคนต่างหุง เรือนพักก็แยก คุณแม่พักเรือนหลักหลังใหม่เพราะมีคนเยอะกว่า ให้ฉันกับไป๋ต้าพักเรือนเล็กหลังเก่า ฉันก็ไม่ติอะไร
และสุดท้ายคุณแม่เคยพูดว่าไงนะคะ ถ้าฉันฝากตำแหน่งงานให้กับอาหญิงของเสี่ยวเป้ยเป้ยได้ คุณแม่จะแบ่งเงินเดือนของอี้เหนิงให้ฉันเดือนละ 5 หยวนทุกเดือน!"
แม่เฒ่าไป๋หนิงรีบอ้าปากขัดขึ้นนี่แหล่ะคือเรื่องที่ยายเฒ่ากลัวซุนอ้ายเหนียงจะพูดถึง
"นี่หล่อน อย่ามาพูดซี้ซั๊วนะ! ฉะ…"
"เงียบค่ะ!ฉันยังพูดไม่จบ"
ซุนอ้ายเหนียงหยิบกาน้ำชามารินใส่ถ้วยยกจิบ เริ่มรู้สึกคอแห้งขึ้นมาเลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยที่ต้องพูดเยอะพูดนานขนาดนี้
"ตอนนั้นฉันถึงได้บากหน้าไปขอร้องผู้จัดการซุน ไป๋อี้เหนิงถึงได้ตำแหน่งงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพผ้าทอมา ได้เงินเดือนตั้ง 40 หยวน คุณแม่ถึงได้มีหน้ามีตาเดินเชิดหน้าชูคอรอบหมู่บ้านไป๋เจี่ยจนถึงทุกวันนี้ไงคะ!
ไหนล่ะคะเงินเดือนที่รับปากว่าจะแบ่งให้ฉัน ผ่านมาจะ 4 ปีแล้วยังไม่เห็นสักเฟิน!
แล้วไหนจะชอบมาพูดกระทบกระเทียบว่าฉันนั่งกินนอนกิน งานการไม่หยิบไม่จับ ลูกชายคุณแม่ทำงานหนักอยู่คนเดียว คุณแม่เอาตาไปไว้ตรงไหนหรือคะ!
ฉันลงทำงานแปลงนาใหญ่ของคอมมูนร่วมกับคนอื่นๆในกองพลน้อยของหมู่บ้านเรา มีแต้มทำงานจดบันทึกทุกวัน
ข้าวกับธัญพืชที่ฉันกินก็มาจากส่วนปันผลของกองพลน้อย ไข่ก็มาจากไก่ที่ฉันเลี้ยง หรือต้องให้เรียกเลขาธิการกองพลน้อยมาเป็นพยานด้วยไหมคะ?"
ซุนอ้ายเหนียงสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งหลังพูดจนเหนื่อย
"ไอ่หยาาา!เป็นลูกสะใภ้เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่เคารพแม่สามี ไม่ดูแลผู้เยาว์ในครอบครัวสามี
เงินไม่กี่หยวนก็คิดเล็กคิดน้อยกับน้องสามี น้องสามีก็เปรียบเหมือนน้องตัวเอง ตาเฒ่ายายเฒ่าซุนไม่เคยสั่งสอนหล่อนรึยังไง
หล่อนมันเป็นแม่ไก่ไม่ขันเช้า คลอดลูกสาวออกมาก็เป็นเด็กปัญญาอ่อน!
ทำให้บ้านไป๋ของฉันต้องอับอาย ฉันจะให้เจ้าใหญ่หย่าหล่อน!ฉันจะให้เจ้าใหญ่หย่าหล่อนซะ!"
ยายเฒ่าวอนตายยย!!