ตอนที่6ขอหนังสือหย่า
ตอนที่ 6 ขอหนังสือหย่า
โรงน้ำชาม่านฮวา
ในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน เซียวเจิ้งยวนเดินท่ามกลางผู้คนขึ้นมาบนชั้นสอง แล้วตรงไปยังห้องประจำที่เขามักมาดื่มชากันเป็นประจำกับเหล่าสหายร่วมเรียน
เมื่อเปิดประตูเข้าไปสหายทั้งสามก็นั่งรอเขาอยู่แล้ว
เซียวเจิ้งยวนก้าวเข้าไปนั่งลงในวงของสหายด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์
มู่หานอี้รินชาแล้ววางให้เซียวเจิ้งยวนพร้อมพูดขึ้นถามอย่างสนใจ
“เป็นอย่างไรบ้าง กู้หนิงอัน นางทำร้ายเจ้าหรือไม่”
เซียวเจิ้งยวนส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาว
“นางก็ดีอยู่ แต่ข้าไม่ได้ชอบสตรีเช่นนาง”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นเสียงอ่อน
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าก็บอกนางตรง ๆ เลยว่าเจ้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง เจ้าถูกบังคับ และขอหนังสือหย่าหลังครบหนึ่งปี ข้าว่านางเองก็คงคิดเช่นเจ้า รบชนะมาก็ต้องอยากได้รางวัล เจ้าเสนอแบ่งสมบัติของเจ้าครึ่งหนึ่งให้นางเป็นการตอบแทน”
มู่หานอี้พูดเสนอขึ้นมา
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสายตาทั้งหมดก็หันไปจ้องที่เซียวเจิ้งยวนทันที ใช้สายตากดดันรอคำตอบ
เซียวเจิ้งยวนถูกกดดันด้วยสายตาเหล่านั้น เขารีบเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่น
“ได้ข้าจะลองดู”
กล่าวจบ เซียวเจิ้งยวนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เขาตั้งใจจะกลับไปทำตามแผนที่เพื่อนเสนอมา หากสำเร็จเขาก็จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับสตรีที่เขาไม่ได้รัก
….
ยามค่ำ แสงโคมไฟส่องสลัวไปตามทางเดิน ในสวนกู้หนิงอันนั่งดื่มชาอยู่ ด้านข้างมีองครักษ์เสี่ยวซุ่นยืนอยู่
เซียวเจิ้งยวนมองไปยังทั้งสองก่อนจะก้าวตรงไปหาทันที เขานั่งลงเบื้องหน้ากู้หนิงอัน แล้วยกน้ำชารินใส่ถ้วย ยกขึ้นจรดริมฝีปากจิบเล็กน้อย
“ท่านมีเรื่องจะพูดกับข้าหรือ”
กู้หนิงอันพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางลังเลของเขา
เซียวเจิ้งยวนพยักหน้าเบา ๆ แล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดพูดขึ้น
“เจ้ากับข้าแต่งงานกันเพราะตาเฒ่าจอมบงการนั่น ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ลำบากใจ ใช่หรือไม่”
กู้หนิงอันแม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่นางก็พยักหน้ารับช้า ๆ เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วรอฟังเขาต่อ
เมื่อเซียวเจิ้งยวนเห็นนางพยักหน้ารับเห็นด้วยกับเขารอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาทันที
“เช่นนั้นข้าว่าเรามาเขียนหนังสือหย่าเอาไว้ดีหรือไม่ หากวันหน้าเจ้าพบคนที่ถูกใจ ข้าเองก็พบคนที่ถูกใจเราทั้งสองก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจ สมรสพระราชทานนี้มีผลเพียงหนึ่งปีเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะเป็นอิสระซึ่งกันและกัน”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน เขาให้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างของตัวเองเพื่อโน้มน้าวนางให้คล้อยตาม
กู้หนิงอันที่ไม่ประสีประสาเรื่องชายหญิง ที่เขาพูดมานางรู้เพียงว่าเขาคงหมายถึงการมีชีวิตอิสระของทั้งสองคน
ความอิสระนั่นใคร ๆ ก็ต้องการ นางเองก็เช่นกัน
“ได้”
กู้หนิงอันตอบด้วยน้ำเสียงเห็นด้วย
เดิมทีเซียวเจิ้งยวนคิดว่านางจะไม่ยอมจึงคิดจะพูดโน้มน้าวอีก แต่เขาต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ได้! ได้หรือ! ทำไมง่ายจัง
“ดี เช่นนั้นไป”
เซียวเจิ้งยวนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ เขาลุกพรวดแล้วดึงมือกู้หนิงอันให้ลุกขึ้นตามทันที
กู้หนิงอันไม่ทันตั้งตัวถูกเซียวเจิ้งยวนพาไปยังห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว
“นั่งลงตรงนี้”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นแล้วพาร่างของกู้หนิงอันนั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะไม้ยาว ส่วนเขาก็นั่งลงข้างนางแล้วหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาวางตรงหน้านางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แล้วเซียวเจิ้งยวนก็ช่วยนางฝนหมึกอยู่ข้าง ๆ ในหัวของเซียวเจิ้งยวนคิดถึงแต่ภาพของสาวงามอ่อนหวานรูปร่างอรชรน่าทะนุถนอมวิ่งเขามาปรนนิบัติเขาอย่างอ่อนโยน ช่างเป็นภาพที่มีความสุขยิ่งนัก รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา
“สามี สามี!”
เสียงของกู้หนิงอันดังขึ้น
เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองนาง
กู้หนิงอันยื่นกระดาษให้เขา
เซียวเจิ้งยวนรับมาในกระดาษแผ่นนั้นมีเพียงคำว่าหย่า! อยู่เพียงคำเดียว และที่สำคัญลายมือนางแย่มาก
กู้หนิงอันยิ้มแห้ง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน เมื่อเห็นสายตาที่มองตัวอักษรของนาง
ใครเห็นก็ทำสายตานี้กันทั้งนั้น เพราะนางเขียนได้ไม่ดีนัก ตอนเด็ก เรื่องเรียนหนังสือนางค่อยค้างช้า แต่หากเป็นเรื่องฝึกยุทธนางเป็นอันดับหนึ่ง นางจึงแค่เขียนได้และอ่านออกเท่านั้น ส่วนลายมือนั้นนางไม่ได้ใส่ใจ
“เช่นนี้ได้หรือไม่”
กู้หนิงอันถาม
เซียวเจิ้งยวนสบตานางแล้วส่ายหัว
“ไม่ใช่เขียนแค่คำว่าหย่า ต้องมีมากกว่านี้”
กู้หนิงอันมองเขาด้วยแววตาสงสัยแล้วรอฟังเขาพูด
“เช่น ต้องมีเหตุผลในการหย่า”
กู้หนิงอันพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อจะเขียนหนังสือหย่าต้องมีองค์ประกอบมากมายสินะ แต่นางไม่เคยหย่า ก็ไม่รู้ว่าต้องเขียนอะไร
เซียวเจิ้งยวนมองนางที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด
“แต่ลายมือเจ้าแย่เกินไป”
กู้หนิงอันยิ้มแห้งอย่างยอมรับ
เซียวเจิ้งยวนถอนหายใจ อย่างไรเขากับนางก็จะหย่ากันแล้ว เขาก็ควรจะตอบแทนนางด้วยการสอนวิธีการเขียนตัวอักษรให้งดงามหน่อยดีกว่า
หลังจากหย่ากับเขาไปแล้ว ไปมีสามีใหม่ สามีของนางจะได้ดูถูกนางไม่ได้
เซียวเจิ้งยวนมองนางแล้วพูดขึ้นอย่างตั้งใจ
“เช่นนี้ข้าจะสอนเจ้า เขียนอักษรใหม่ให้ลายมือของเจ้าดีขึ้นแล้วเราค่อยเขียนใหม่”
กู้หนิงอันพยักหน้ารับ แม้นางจะไม่ค่อยชอบเขียนอักษร แต่เมื่อสามีเสนอตัวช่วยสอนก็ถือว่าไม่เลว ถือว่าเรียนแก้เบื่อไปก่อน
เซียวเจิ้งยวนขยับเข้ามาใกล้นางแล้ววางกระดาษแผ่นใหม่ลงเบื้องหน้ากู้หนิงอัน
“ลองเขียนใหม่”
เซียวเจิ้งยวนพูดพร้อมยื่นพู่กันให้กู้หนิงอันอีกครั้ง
กู้หนิงอันรับพู่กันมาแล้วตวัดลงไปบนกระดาษ วาดตัวอักษรขึ้นมา เซียวเจิ้งยวนมองแวบหนึ่งก็เข้าใจว่านางผิดที่ใด เขาไม่รอช้าขยับเข้าไปอยู่ด้านหลังของนางอย่างลืมตัว แล้วยกมือขึ้นกำรอบมือกู้หนิงอันอย่างตั้งใจ
เซียวเจิ้งยวนมองไปยังกระดาษก่อนจะจับมือของกู้หนิงอันแล้ววาดออกไปสองสามรอบ แสดงให้นางดูอย่างเชื่องช้า
กู้หนิงอันเองก็มองตามและจับจังหวะที่มือของเซียวเจิ้งยวนพาไปไว้อย่างแม่นยำ
“เจ้าลองทำดูอีกรอบ”
“อืม”
กู้หนิงอันตอบรับแล้วลองวาดตามจังหวะเมื่อครู่ แม้ลายมือจะยังไม่ได้สวยมากแต่ก็ทำให้นางพอใจจนยิ้มออกมาอย่างดีใจ
เซียวเจิ้งยวนเมื่อเห็นลายมือนางเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เขาเองก็ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว
“ดีขึ้นหรือไม่”
กู้หนิงอันหันมาถามเซียวเจิ้งยวนพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ
เซียวเจิ้งยวนไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อใบหน้าของกู้หนิงอันที่ใกล้เพียงลมหายใจหันมา ดวงตาเขาก็เบิกขึ้นเล็กน้อย เผลอสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางอย่างลืมตัว
หัวใจพลันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวายไปหมด เขาปล่อยมือจากมือของนางแล้วพูดอย่างอ้ำอึ้งเล็กน้อย
“อืมดีแล้ว เขียนต่อไป”
“ได้”
กู้หนิงอันตอบรับ แล้วลงมือเขียนอย่างตั้งใจ
เซียวเจิ้งยวนขยับกายกลับไปนั่งข้าง ๆ กู้หนิงอันแล้วฝนหมึกให้ดังเดิม ในใจยังคงสั่นไหวและวุ่นวาย สายตาของเขายังคงแอบมองกู้หนิงอันที่กำลังตั้งใจเขียนตัวอักษรอยู่เป็นระยะ ๆ
ในใจคิดเพียงว่า เขาคงจะตื่นเต้นดีใจเกินไปที่นางยอมหย่าให้
“สามี ข้าควรจะเขียนเหตุผลหย่าว่าอย่างไร?”
กู้หนิงอันพูดถามเขา เพราะนางนึกไม่ออก เซียวเจิ้งยวนเป็นบัณฑิตมากความสามารถแน่นอนว่าเขาต้องคิดได้อย่างแน่นอน
เซียวเจิ้งยวนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“เจ้าถามถูกคนแล้ว งั้นข้าจะช่วยคิด อืม…”
เซียวเจิ้งยวนทำหน้าครุ่นคิดแล้วพูดออกไปมากหมาย ตามคำที่เขาคิดเอาไว้แล้ว
กู้หนิงอันเขียนตามคำพูดของเซียวเจิ้งยวนอย่างตั้งใจ
เซียวเจิ้งยวนที่กำลังพูดไปเรื่อย เผลอมองดวงตากลมใสของกู้หนิงอันที่ดูเด็ดเดี่ยว ซื่อตรงไร้แววเจ้าเล่ห์หรือมารยาใด ๆ ช่างเป็นสตรีที่แตกต่างจากที่เขาเคยเห็นมากมายในวังหลวงแห่งนี้
ริมฝีปากที่มีชาดทาอยู่บาง ๆ นั้นกลับน่าดึงดูดจนเขาเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ไม่! เขากำลังคิดอะไรอยู่!
“เสร็จแล้ว”
กู้หนิงอันพูดขึ้นอย่างร่าเริงแล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าเซียวเจิ้งยวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตัวอักษรที่นางเขียนนั้นดูดีขึ้น
เซียวเจิ้งยวนลืมความคิดก่อนหน้าไปจนสิ้น เมื่อเห็นใบหย่าอยู่ตรงหน้า เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หยิบขึ้นมาดู
“ตัวอักษรข้า สวยหรือไม่”
เสียงของกู้หนิงอันถามขึ้นพร้อมกับดวงตาคาดหวัง
“ใช้ได้เลย เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เจ้าก็ค่อย ๆ หัดคัดลายมือต่อไป”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองนาง กล่าวจบเขารีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกไปพร้อมกับใบหย่าในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แต่ในใจเขากลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา ความคิดในสมองเริ่มมีสองสาย
สายหนึ่ง บอกว่า นางเองนั้นก็มีใบหน้าที่ไม่เลวนัก งดงามในแบบของนางและไร้เดียงสา อีกทั้งยังซื่อตรง ช่างเป็นสตรีที่หาได้ยากยิ่งนัก
สายหนึ่ง บอกว่า นางแข็งกร้าวเกินไป ไม่ใช่สตรีในแบบที่เขาฝันถึง นางในฝันของเขาต้อง อ่อนหวาน เป็นกุลสตรี ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม
ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด
