ตอนที่5ถวายชา
ตอนที่ 5 ไปถวายชา
เซียวเจิ้งยวนนอนหลับอยู่ในห้องหนังสืออย่างยากลำบาก พื้นเตียงที่แข็งทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับพลิกตัวไปมาตลอดทั้งคืน
“องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวอู่ขันทีประจำกายของเซียวเจิ้งยวนเรียกเขาด้วยใบหน้าที่ร้อนรน
เซียวเจิ้งยวนหันไปมองด้วยใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย
“มีอะไร”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ยังคงพลิกตัวนอนต่อ
“ถึงเวลาต้องไปถวายน้ำชาฝ่าบาทกับฮองเฮาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเสี่ยวอู่กล่าวจบ
เซียวเจิ้งยวนก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เขาต้องไปถวายน้ำชา จึงรีบก้าวลงจากเตียงแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไปเตรียมชุดให้ข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวอู่ตอบรับแล้วก้าวตามเขาไปติด ๆ
เพียงไม่นานเซียวเจิ้งยวนก็ก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้อง เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยอย่างลังเล สุดท้ายก็ผลักประตูก้าวเข้าไป
กู้หนิงอันที่อยู่ในห้องเมื่อเห็นเซียวเจิ้งยวนก้าวเข้ามา นางก็รีบเดินเข้าไปหาเขา
“สามีท่านมาแล้วหรือ เร็วเข้ารีบไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวจะไปถวายชาไม่ทัน”
นางพูดเสียงเรียบนิ่ง
เซียวเจิ้งยวนหยุดยืนจ้องมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า นางสวมชุดทหารสายพิธีการสีแดงกุหลาบเข้ม มีผ้าคลุมไหล่ลายเมฆ ผมถูกเกล้ามวยสูงติดปิ่นโลหะแบบเรียบแต่ดูเฉียบ ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างเบา ๆ แต่ดูงดงามยิ่งนัก ร่างสูงโปร่งของนางดูสง่างาม แต่ยังมีความแข็งแกร่ง
ช่างเป็นสตรีที่หาได้ยากในเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่ ๆ นางโหดเหี้ยม ไม่ใช่ในแบบที่เขาชอบ!
เซียวเจิ้งยวนรีบปรับสีหน้าเป็นไม่สนใจนางแล้วเดินตรงไปยังชุดที่ขันทีถือมา
“อยู่กับสามีต้องดูแลเขาอย่างดี”
เสียงของมารดาแล่นขึ้นมาในหัวของกู้หนิงอัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูแลหรือ?
“ข้าทำเอง”
เสียงของกู้หนิงอันดังขึ้น
ขันทีประจำกายก้าวถอยหลังให้นางแล้วยื่นถาดอาภรณ์ขององค์ชายให้อย่างนอบน้อม
กู้หนิงอันหยิบขึ้นมากวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เคยทำให้ใครมาก่อน แต่ดูแล้วก็ไม่น่ายาก ตอนเด็ก ๆ นางเคยเห็นท่านแม่ช่วยสวมให้ท่านพ่ออยู่บ่อย ๆ
กู้หนิงอันพยายามเรียนแบบให้เหมือนแม่ของนาง เพื่อเอาใส่ใจสามีของตน
เซียวเจิ้งยวนยกมุมปากเพียงครู่ ดีที่ยังรู้จักดูแลเอาใจใส่ข้าบาง แม้จะไม่อ่อนโยนเท่าไรแต่ก็ยังถือว่าใช้ได้อยู่
ขณะนั้นกู้หนิงอันพลันขยับเข้ามาใกล้เขากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้เซียวเจิ้งยวนเผลอสูดดมอย่างไม่รู้ตัว แต่ทันใดนั้นมือนางก็พลันดึงสายรัดเอวจนแน่นเกินไปทำให้เขาจุกท้องขึ้นมาทันที
“ขอโทษ! ขอโทษ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
เซียวเจิ้งยวนกัดฟันแน่นได้แต่ส่ายหัว บอกนางว่าไม่เป็นไร ช่างหยาบกระด้างเกินไปแล้ว คนป่าเถื่อนอย่างไรก็ป่าเถื่อนอยู่ดี!
เซียวเจิ้งยวนได้แต่คิดในใจไหนเลยจะกล้าพูดออกมา เพราะถ้าพูดออกมาสิ่งที่รอเขาอยู่ก็คืออาวุธเหล่านั้นที่วางเรียงรายอยู่ในห้อง มองแล้วรู้สึกเสียวท้องวาบ ๆ
เมื่อกู้หนิงอันช่วยเซียวเจิ้งยวนแต่งกายจนเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็มุ่งหน้าไปตำหนักของฮ่องเต้เพื่อถวายน้ำชา
ตลอดทาง นางก้าวเดินอย่าง มั่นคงและนิ่งลึก ฝีเท้าไม่หนักแต่เต็มไปด้วยแรงคุมตัวที่แม่นยำราวมีเส้นตรงวาดไว้ให้ก้าวตาม
ไหล่ตั้งตรง แผ่นหลังเหยียดเรียบ มอบภาพความเด็ดเดี่ยวแบบไม่โอ้อวด ทุกจังหวะก้าวให้ความรู้สึกว่า นางควบคุมพื้นที่รอบตัวได้ทั้งหมด
ผ้าชุดสีแดงกุหลาบเข้มสะบัดเบา ๆ ตามแรงฝีเท้า
แต่ท่วงท่าของนางไม่รีบร้อน ไม่เชื่องช้า เป็นจังหวะที่บอกชัดว่า นี่คือผู้บัญชาการที่เคยยืนหน้ากองทัพ ไม่ใช่หญิงธรรมดาในวัง
สายตาเฉียบเย็นมองตรงไปข้างหน้า ไม่เหลือบซ้ายขวา ราวกับสิ่งรอบข้างล้วนไม่อาจทำให้นางเสียสมาธิ
แม้เพียงเดินผ่าน บ่าวไพร่ยังต้องยืดตัวตามโดยไม่รู้ตัวเหล่านางกำนัลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่นาง จนเซียวเจิ้งยวนเองรู้สึกว่านางดูองอาจยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ไม่ได้เขาต้องเหนือกว่านาง นางคือภรรยาเขานะ!
เซียวเจิ้งยวนรีบยืดอกขึ้นเดินนำกู้หนิงอันไปด้วยท่าทางที่ดูสุขุม พร้อมกับเชิดคางเล็กน้อย
ทั้งสองเข้าไปถวายชาให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาเสร็จก็กลับมาที่ตำหนักเพื่อจะไปถวายชาให้กับหลินกุ้ยเฟย แต่เซียวเจิ้งยวนให้นางไปคนเดียว เขาอ้างว่าติดงานไม่อาจไปกับนางได้
กู้หนิงอันตอบรับแล้วเดินตรงไปยังห้องของหลินกุ้ยเฟยโดยมีองครักษ์หญิงเสี่ยวซุ่นติดตามไปด้วย
เมื่อมาถึงหน้าห้องของหลินกุ้ยเฟยก็มีแม่นมหลิวยืนรออยู่แล้ว
แม่นมหลิวให้เพียงกู้หนิงอันที่เป็นสะใภ้เข้าไปได้เพียงคนเดียว ส่วนองครักษ์หญิงให้นางยืนรออยู่ด้านนอก
ในห้องที่เงียบสงบ หลินกุ้ยเฟยนั่งอยู่โต๊ะตำแหน่งประธาน มือเรียวยกพัดเล็กค่อย ๆ พัด อย่างใจเย็น นางนั่งรอทั้งสองตั้งแต่เช้า เพราะอยากดูว่าลูกสะใภ้จะเป็นดังข่าวลือหรือไม่
รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยป่าเถื่อน โหดเหี้ยม
หลินกุ้ยเฟย เพียงแค่คิดภาพตาม นางก็รู้สึกกลัว มือเรียวหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ซึมออกแล้วถอนหายใจยาว ในใจรู้สึกสงสารบุตรของตนยิ่งนัก นางจะลองขอกู้หนิงอันให้รับนางสนมที่อ่อนช้อยงดงามให้เซียวเจิ้งยวนสักสองสามคน
“พระสนมหลินกุ้ยเฟย พระชายามาแล้วเพคะ”
เสียงของแม่นมหลิวดังขึ้นอยู่หน้าห้อง
หลินกุ้ยเฟยค่อย ๆ เงยหน้ามองผู้ที่กำลังก้าวเข้ามา ดวงตาชะงักเล็กน้อย ท่วงท่าของนางองอาจราวบุรุษ ทุกย่างก้าวมั่นคง เมื่อมองไปยังใบหน้าของนาง ก็พลันถอนหายใจโล่ง แม้นางจะรูปร่างสูงโปร่งสง่างามเยือกเย็น แต่ใบหน้างามนั้นถือว่าเป็นหญิงงามเลยก็ว่าได้
สีหน้าของหลินกุ้ยเฟยค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา
ในข่าวลือนั้นไม่มีมูล และคำพูดของบุตรชายนั้นก็ไร้ซึ่งความจริง จริงอยู่ที่ทั้งสองเคยพบกัน แต่นั่นก็เป็นเวลาที่ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามการเวลา
กู้หนิงอันก้าวไปหยุดยืนเบื้องหน้านางแล้วถวายน้ำชาอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางนิ่งลึกสุขุม
หลินกุ้ยเฟยยิ้มรับแล้วหยิบกำไลหยกที่เตรียมเอาไว้มามอบให้กู้หนิงอัน แม้ว่ากู้หนิงอันจะไม่ได้อัปลักษณ์แต่ท่าทางของนางคงไม่อาจทำให้เซียวเจิ้งยวนชอบได้
รอให้นางอยู่ที่นี่สักพักแล้วค่อยพูดเรื่องรับอนุภรรยาให้เซียวเจิ้งยวน
