ตอนที่4 เข้าห้องหอ
ตอนที่ 4 เข้าห้องหอ
ในวังหลวงจัดงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่
เหล่าบรรดาราชวงศ์และขุนนางมาร่วมงานมากมาย หลินกุ้ยเฟยนั่งมองด้วยดวงตาคลอด้วยน้ำตา ไม่ใช่ดีใจจนน้ำตาคลอแต่ สงสารบุตรชายจนน้ำตาคลอ
หลังเจ้าสาวและเจ้าบ่าวทำพิธีเสร็จ ก็ส่งตัวเจ้าสาวเข้าไปในห้องหอ
กู้หนิงอันนั่งรออยู่ในห้องหออย่างสงบนิ่งเวลาล่วงเลยไปมากแล้วแต่ยังไม่เห็นเซียวเจิ้งยวนเข้ามาเสียที
“เสี่ยวซุ่น เจ้าไปดูว่าสามีข้าตอนนี้อยู่ที่ใด”
เสียงของกู้หนิงอันเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
“เจ้าค่ะ”
องครักษ์หญิงตอบกลับอย่างหนักแน่น แล้วหมุนกายก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เริ่มดึกแล้วคนกลับกันหมดแล้ว เซียวเจิ้งยวนที่นั่งดื่มกับสหายของเขาเริ่มถอนหายใจ
“ทำไมอยากเข้าห้องหอแล้วหรือเจิ้งยวน”
เสียงของมู่หานอี้เอ่ยขึ้นอย่างหยอกล้อ
ทำเอาทุกคนหัวเราะอย่างร่าเริง เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเซียวเจิ้งยวนไม่อยากแต่งงานกับแม่ทัพกู้หนิงอัน
สตรีที่อ้วนท้วนสูงใหญ่ราวบุรุษ ใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก
“ข้าหรือจะอยากเข้า นางอัปลักษณ์เช่นนั้นข้าคงจะตกใจตายในห้องหอนะสิ ให้ตายก็ไม่เข้า”
เซียวเจิ้งยวนเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ และเขากำลังคิดว่าคืนนี้จะหลบหนีไปที่ใดดี เขาเอ่ยปากขอไปพักจวนสหายร่วมเรียนทีละคนแต่ไม่มีผู้ใดกล้า
ใครจะกล้า!
เซียวเจิ้งยวนหมดหนทางทำได้เพียงขอให้สหายร่วมเรียนไปในห้องหอกับเขา หากนางรังแกเขาจะได้มีคนคอยช่วย
แม้จะผิดธรรมเนียม แต่เหล่าสหายนั้นก็อยากเห็น แม่ทัพกู้หนิงอัน สตรีแกร่งแห่งตาหลี่ด้วยเช่นกัน ว่ากันว่านางอ้วนท้วนสูงใหญ่ ใบหน้าอัปลักษณ์ พละกำลังมหาศาล นางคนเดียวถือแส่ฟาดเหล่าทหารศัตรูนับสิบตายคาที่!
แค่นึกภาพตามคำบอกเล่าก็ขนลุก!
ประตูไม้แกะสลักถูกเปิดออกเบา ๆ เซียวเจิ้งยวน มู่หานอี้ จางเฉิงฟานและลู่มู่หยงก้าวเข้าไปด้านในด้วยฝีเท้าแผ่วเบา
ภาพเบื้องหน้าทำให้ทั้งสี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ขาสั่นเล็กน้อย
ภายในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าสีแดงสด ทุกอย่างควรจะเป็นสิริมงคลดูแล้วงดงาม แต่ในห้องกลับมีเชิงวางอาวุธ หอก! ดาบ! วางอยู่ริมห้อง ในเตียงใหญ่นั้นมีลมพัดแผ่ว ๆ ร่างของกู้หนิงอันนั่งนิ่ง ไอความแข็งกร้าวแผ่ออกมาจนหนาวสั่นถึงกระดูก
“พวกเจ้าเป็นใคร!”
เสียงเย็นเยียบของกู้หนิงอันดังก้อง
ทำเอาพวกเขาทั้งสี่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง
เซียวเจิ้งยวนถูกสหายรักทั้งสามผลักเข้าไปหานางอย่างลนลาน
“พวกข้ามาส่งเจ้าบ่าวของเจ้า”
เสียงหนึ่งในสามคนดังขึ้นมาน้ำเสียงนั่นสั่นเล็กน้อย
เพียงกล่าวจบทั้งสามก็วิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งเซียวเจิ้งยวนไว้ในห้องอย่างเดียวดาย
“พวกเนรคุณ!”
เซียวเจิ้งยวนตวาดด้วยน้ำเสียงสั่นกำลังจะหันหลังวิ่งแต่มือของกู้หยิงคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น
เซียวเจิ้งยวนถูกดึงเข้าไปล้มลงบนเตียงข้างกู้หนิงอันอย่างแรง เขารีบลุกขึ้นอย่างลนลาน
“เปิดผ้าคลุมหน้า”
น้ำเสียงเรียบนิ่งของนางดังขึ้น
ท่านย่าเคยสั่งก่อนจะออกจากจวนว่าพิธีจะเสร็จสิ้นก็ต่อเมื่อเจ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้าของนางเท่านั้น ดังนั้นนางต้องให้เขาเปิดผ้าคลุมหน้า
“ไม่ ไม่เปิด! ปล่อยข้า!”
เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
ไม่มีทาง! เขาเป็นถึงองค์ชาย แล้วนางเป็นใคร เป็นเพียงหญิงอัปลักษณ์ยังจะมากล้าสั่งเขา!
มือของกู้หนิงอันกำแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
“ข้าบอกให้เจ้าเปิด!”
เซียวเจิ้งยวนถูกบีบข้อมือจนเจ็บ
“ได้ ๆ ข้าเปิดแล้ว!”
เซียวเจิ้งยวนยกมืออีกข้างขึ้น มือของเขาสั่นเล็กน้อย สตรีอะไรช่างหน้ากลัวเกินไปแล้ว!
เขากลั้นใจดึงผ้าคลุมหน้าสีแดงสดลงมาอย่างรวดเร็ว
ผิดคาด!
เซียวเจิ้งยวนเบิกตาขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้างามตรงหน้า
มือของกู้หนิงอันคลายออกทันทีที่ผ้าคลุมถูกดึงออก
ดวงตาคมของนางสบเข้ากับดวงตาของเซียวเจิ้งยวนที่อยู่ตรงหน้า
เซียวเจิ้งยวนรีบปรับสีหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
กู้หนิงอันมองตามด้วยความงุนงง แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจเพียงเอนกายนอนลง เพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“เสี่ยวซุ่นไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าหน่อยอยากแช่น้ำ”
“เจ้าค่ะ”
องครักษ์หญิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแล้วหมุนกายก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเจิ้งยวนวิ่งออกมาสมทบกันเหล่าสหายแสนดีของเขา ใช่ช่างเป็นสหายที่แสนดีนัก! ทิ้งข้าได้!
“เจิ้งยวน! เจิ้งยวนเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหน”
มู่หานอี้พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับจับตัวเซียวเจิ้งยวนพลิกซ้ายขวาเพื่อดูให้มั่นใจว่าปลอดภัยดี
เซียวเจิ้งยวนยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยแล้วสะบัดตัวออกจากมือของเหล่าสหายทั้งสาม
“ข้าไม่เป็นไร นางเพียงให้ข้าเปิดผ้าคลุมหน้า”
“เปิดผ้าคลุมหน้า!”
เสียงของสหายทั้งสามดังขึ้นพร้อมเพียงกันด้วยความงุนงง
“สตรีป่าเถื่อนเช่นนี้ไม่คิดเลยว่าจะเคร่งครัดเรื่องธรรมเนียมอยู่เหมือนกันนะ”
หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นเหมือนกำลังชื่นชมนางแต่ก็เหมือนไม่ใช่
“แล้วเป็นอย่างไร หน้าตานาง!”
อีกคนเอ่ยถามอย่างสนใจ ทำให้อีกสองคนสนใจด้วยทันทีหันมามองเซียวเจิ้งยวนเป็นสายตาเดียวกัน
เซียวเจิ้งยวนที่ถูกกดดันด้วยสายตาจึงได้พูดขึ้นอย่างลังเล
“ก็งาม แต่! ไม่ใช่แบบที่ข้าชอบ ข้าไม่ชอบนาง”
งาม! ทั้งสามแทบไม่เชื่อหูเมื่อเซียวเจิ้งยวนพูดคำนั้น ออกมา ไหนเซียวเจิ้งยวนเคยว่าบอกว่านางอัปลักษณ์ยิ่ง รูปร่างอ้วนท้วนสูงใหญ่ และยังมีข่าวเล่าลืออยู่ด้านนอกอีกมากมาย
ทั้งสามคนสบตากันอย่างุนงง แล้วค่อยถอนหายใจแผ่ว ข่าวลือนั้นคงไม่มีมูลเช่นนั้นนางก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น
เมื่อทั้งสามคนได้ข้อสรุปจึงแยกย้ายกันกลับจวนทันที
“เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!”
เซียวเจิ้งยวนตะโกนเรียกแต่ไม่เป็นผล เหล่าสหายที่แสนดีของเขาเพียงโบกมือลาเขาโดยไม่ได้หันกลับมาอีก
เซียวเจิ้งยวนยืนไม่นิ่งเดินวนเวียนด้วยความกระวนกระวายในใจ เขาจะไปที่ใด หรือจะกลับห้อง!
เมื่อนึกถึงอาวุธเรียงรายอยู่ในห้องเขาก็รู้สึกหวาดกลัว
ไม่ ไม่กลับไม่ได้!
สุดท้ายเลยเลือกไปนอนอยู่ที่ห้องหนังสือแทน อย่างน้อยที่นั่นก็เงียบสงบและไร้ซึ่งของน่ากลัวเหล่านั้น
