ตอนที่3ฝันร้ายจะกลายเป็นจริงแล้ว
ตอนที่ 3 ฝันร้ายจะเป็นจริงแล้ว
ภายในจวนตระกูลกู้ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมพิธีในวันแต่งงานของกู้หนิงอัน
ในสวนที่เงียบสงบของจวนกู้หนิงอันเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว นางตั้งใจไปพบท่านพ่อของนาง ตั้งแต่เล็ก ๆ นางเห็นท่านเป็นแบบอย่างเสมอ ท่านพ่อของนางกู้เฉิงเยี่ยนเก่งกาจเรื่องการออกรบ แม้จะพูดไม่ค่อยตรงกับใจบ้าง แต่นางรู้ว่าท่านพ่อของนางรักนางมากแค่ไหน
หลังจากรู้ว่านางปลอมตัวเข้ามาในค่ายเขา ก็รีบหาคนคุ้มกันนางโดยทันที แม้จะดุด่านาง แต่ความปลอดภัยของนางคือที่หนึ่ง เขายังเขียนจดหมายถึงฮ่องเต้เพื่อรับผิดแทนบุตรสาวของตนเองด้วย แต่สถานการณ์ที่ยืดเยื้อทำให้ จดหมายฉบับนั้นไปไม่ถึงมือฮ่องเต้
ต่อมาท่านพ่อของนางสู้จนตัวตายในสนามรบ นางเพื่ออยู่แก้แค้นให้เขา ได้วางแผนกำจัดฝ่ายศัตรูจนสิ้น ก่อนจะกลับมาเมืองหลวงเพื่อรับผิด
แต่โชคดีฮ่องเต้ไม่ได้ลงโทษ แถมยังประทานรางวัลเป็นบุรุษรูปงามผู้สูงศักดิ์ให้อีกด้วย
สองวันก่อน องครักษ์หญิงของนางไปสืบเรื่องของเซียวเจิ้งยวน องค์ชายสิบสาม มาให้นางเรียบร้อย ทั้งสองพูดว่า
เซียวเจิ้งยวนสง่างาม นิสัยอ่อนโยนยิ่งนัก ถือได้ว่าเป็นบุรุษที่ดีเลยทีเดียว และที่สำคัญรูปงามมาก
“ท่านพ่อ”
เสียงอ่อนของกู้หนิงอันดังแผ่ว สายตานางจับจ้องไปยังป้ายวิญญาณของผู้เป็นบิดา
นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าป้ายวิญญาณ
“พรุ่งนี้ลูกจะออกเรือนแล้ว ลูกเลยอยากจะมาบอกท่าน ให้ท่านได้ดีใจ บุรุษที่ฮ่องเต้ประทานให้ถือได้ว่าเป็นคนดี ท่านวางใจได้”
นางเงยหน้าเล็กน้อยมองป้ายวิญญาณนั้น ภาพตอนที่บิดาของนางยังมีชีวิตอยู่ ผุดขึ้นมาทีละภาพ ดวงตางามของนางเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา นางเอ่ยกับเขาอีกหลายประโยค ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวจากไป
“ท่านแม่ทัพ”
ในขณะนั้นเสี่ยวซุ่นองครักษ์หญิงของนางก็วิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางหนักแน่น
กู้หนิงอันหยุดก้าวแล้วทอดสายตามองไปยังเสี่ยวซุ่น
“มีอะไรหรือ”
เสี่ยวซุ่นก้าวยาวมาหยุดอยู่เบื้องหน้านางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“รองแม่ทัพมาพบท่านที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ”
“อืม”
กล่าวจบ กู้หนิงอันก็ก้าวออกไปยังเรือนใหญ่ด้วยท่าทางนิ่ง ๆ หนักแน่น เพราะนางถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กท่าทางของนางเลยดูสง่างามราวกับบุรุษ หลังตรง เดินมั่นคง แววตามั่นคง
เสี่ยวซุ่นก้าวยาวตามหลังแม่ทัพของนางไปอย่างรวดเร็ว
…
ในเรือนใหญ่บรรยากาศเงียบสงบจนชวนอึดอัด เสิ่นเทียนกู้นั่งรอภายในห้องกับฮูหยินกู้และฮูหยินผู้เฒ่ากู้ ทั้งสองจ้องมองเขาเป็นระยะ ๆ อย่างพิจารณา
ไม่นานกู้หนิงอันก็ก้าวเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าร่าเริง
“เทียนกู้ เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ”
เสิ่นเทียนกู้ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังจะแต่งงาน เลยนำของขวัญมาให้”
กู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงข้างเขาอย่างเคยชิน นางกับเขาเป็นสหายร่วมสู้รบกันอยู่หลายปีเลยสนิทสนมกัน
เมื่อเห็นว่าสหายนำของขวัญมาให้ก็ดีใจ กู้หนิงอันยิ้มกว้างอย่างร่าเริง ยื่นมือไปรับมาแล้วเปิดดูอย่างสนใจ
ด้านในคือมีดสั้นเล่มหนึ่ง ลวดลายงดงามยิ่งนัก กู้หนิงอันหยิบออกมาชักคมมีดออกจากฝักที่ประดับลายงดงาม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ
นางเก็บมีดลงกล่องดังเดิมแล้วยื่นให้เสี่ยวซุ่น
“ขอบใจเจ้ามาก ข้าชอบมัน”
ขณะคุยกันนางเผลอยกมือไปสัมผัสไหล่เขาเบา ๆ เหมือนที่ทำประจำในกองทัพอย่างลืมตัว
โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของมารดาและท่านย่าที่นั่งอยู่ด้วยเลยทั้งสองมองดูด้วยความตกใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที
กู้หนิงอันคุยอยู่กับเสิ่นเทียนกู้อย่างสนิทสนมดังเดิม โดยไม่ได้สังเกตแววตาของเขาเลย ในแววตาของเขาในยามนี้เศร้ายิ่งนัก เขาที่พยายามเก็บมันเอาไว้ก็ได้แต่ฝืนยิ้มให้นาง
ตั้งแต่ที่เขารู้จักนาง เขาก็ตกหลุมรักนาง แต่พอรู้ว่านางเป็นบุตรสาวแม่ทัพ เขาก็รู้ว่าไม่อาจรักนางได้ นางสูงส่งเกินไป เขาเป็นเพียงบุตรของนายกองธรรมดาคนหนึ่งไม่อาจเทียบได้
แต่เขาก็ไม่ละความพยายาม มั่นฝึกฝนทำผลงานหวังจะปีนขึ้นไปหานางแต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้าง
บัดนี้นางได้รับพระราชทานสมรสกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่เขาไม่อาจเทียบได้เลย สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือ ทำใจและปล่อยวางนาง
หลังพูดคุยกับเสิ่นเทียนกู้แล้ว กู้หนิงอันก็ถูกลากมาดูชุดแต่งงาน เนื่องจากเร่งด่วนเกินไปชุดที่ทางวังหลวงส่งมาให้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวนางนิดหน่อย
แต่กู้หนิงอันไม่ได้ใส่ใจ นางเพียงพยักหน้ารับแม้ช่วงตัวจะใหญ่หน่อยแต่ความสูงพอดี นางไม่อยากเรื่องมาก ทำให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านี้ เพียงใส่แค่วันเดียว
…
“สามี สามีจ๊ะ”
เสียงหนึ่งปลุกเซียวเจิ้งยวนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ภาพตรงหน้าที่เห็นทำเอาเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก ใบหน้ากลม ๆ ใหญ่ ๆ ของกู้หนิงอันยื่นเข้ามาใกล้ ดวงตาคมของนางวาววับ รอยยิ้มกว้างน่าสยดสยอง ร่างอ้วนท้วนสูงใหญ่ของนางบังแสงแดดจากทางประตูจนสิ้น น่ากลัว! น่ากลัวเหลือเกิน!
ริมฝีปากใหญ่ ๆ ของนางยื่นมาใกล้เขาจนน่าสะอิดสะเอียน
“ไม่นะ! ไม่!!”
เซียวเจิ้งยวนร้องตะโกนออกไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!
ทันใดนั้นเขาก็สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เหงื่อซึมออกมาตามผิวกาย ในฝันช่างน่ากลัวยิ่งนัก นางน่ากลัวจริง ๆ
“องค์ชายรีบเปลี่ยนฉลองพระองค์เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงขันทีดังขึ้นพร้อมกับร่างของขันทีน้อยประจำตำหนักก้าวเข้ามาในห้อง ในมือเขาประคองถาดที่มีอาภรณ์สีแดงสดวางอยู่
ชุดแต่งงาน!
เซียวเจิ้งยวนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบกระโดดลงจากเตียงวิ่งตรงไปยังประตูห้องทันที
ใครจะแต่งก็แต่งแต่ไม่ใช่ข้า! หนีก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
ทว่าทันทีที่เท้าเขาก้าวออกนอกประตู องครักษ์สองนายก็ยืนขวางเขาทันทีพร้อมดาบยาวในมือขวางทางเขาแน่น ท่าทางหนักแน่นและเย็นชาของทั้งสองทำให้เซียวเจิ้งยวนต้องชะงักฝีเท้าทันที
ทั้งสองหันมาพูดด้วยเสียงเรียบเย็น
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้พวกกระหม่อมติดตามดูแลองค์ชายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพ่ะย่ะค่ะ เชิญองค์ชายกลับไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย”
ติดตามดูแลอะไร จะมาควบคุมตัวเขานะสิ!
เซียวเจิ้งยวนที่ทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่หันหลังกลับไปเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าวแต่โดยดี
แล้วถูกคุมตัวไปเข้างานแต่งที่จัดขึ้นในวัง
….
ภายในจวนตระกูลกู้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องในอาภรณ์สีแดงสด ดวงหน้างดงามแบบเย็นชา ผสานความแข็งแกร่งเต็มไปด้วยอำนาจ ทั้งงดงามและแฝงไอของความแข็งกร้าวเล็ก ๆ
ฮูหยินกู้และฮูหยินผู้เฒ่ากู้ยืนรอส่งกู้หนิงอันอยู่หน้าจวน เมื่อเห็นร่างของกู้หนิงอันปรากฏตัวสายตาของทั้งสองก็ทอดมองไปยังนางทันที สายตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ห่วงใย ดีใจ เสียใจ เป็นกังวล
ในวังหลวงเต็มไปด้วยกลอุบายมากมายใครเล่าจะไม่รู้ แต่เมื่อชะตาฟ้ากำหนดแล้วก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้
กู้หนิงอันก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“อันอันของย่าช่างงดงามจริง ๆ ”
กู้หนิงอันยิ้มตอบก่อนจะก้าวเข้ามาสวมกอดท่านย่าของนางอย่างอบอุ่นแล้วหันไปกอดมารดาที่มองนางด้วยน้ำตาเอ่อคลอ
“อันอัน ในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยกลอุบาย แต่ย่าเชื่อว่านิสัยของเจ้าจะสยบอัตรายทุกอย่างได้”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดด้วยเสียงอ่อนโยน
“เข้าไปแล้วดูแลตัวเองให้ดี”
ฮูหยินกู้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“เจ้าค่ะ”
กู้หนิงอันยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เสี่ยวซุนองครักษ์หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขยับเข้ามาคลุมผ้าคลุมหน้าสีแดงให้กู้หนิงอัน แล้วก็ประคองนำทางนางก้าวออกจากจวนไปยังรถม้าหรูหราที่จอดรออยู่หน้าจวน
แม่ทัพหญิงแต่งงาน ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงเหล่าบรรดาชาวบ้านต่างมายืนรอชมขบวนเจ้าสาวกันอย่างคับคั่ง
ขบวนเจ้าสาวเคลื่อนที่ออกไปช้า ๆ ห่างออกไปจากสายตาของเสิ่นเทียนกู้ ในใจเขาปวดร้าว ราวกับเข็มนับพันทิ่มแทง
