บท
ตั้งค่า

ตอนที่2ให้ตายข้าก็ไม่แต่ง

ตอนที่ 2 ให้ตายก็ไม่แต่ง!

โรงน้ำชาม่านฮวา

ภายในโรงน้ำชาคึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงดนตรีแผ่วเบาดังประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนด้านใน เหล่าคุณชายสูงศักดิ์และคุณหนูตระกูลใหญ่ล้วนเข้ามานั่งจิบชาชมดนตรีในโรงน้ำชาแห่งนี้

รถม้าหรูหราเคลื่อนตัวเข้ามาหยุดลงหน้าโรงน้ำชา ม่านรถม้าถูกเปิดออกด้วยมือเรียวงดงาม ใบหน้างดงามของเซียวเจิ้งยวนปรากฏขึ้น ทุกสายตาที่อยู่ใกล้เคียงต่างชะงักแล้วหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีฟ้าขาวก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางงดงาม สะกดทุกสายตา ลมพัดเข้ามาเบา ๆ อาภรณ์ของเขาพลิ้วไหวเล็กน้อย ทำให้ดูงดงามราวภาพวาด

เซียวเจิ้งยวนบุรุษรูปงามที่ได้ขนานนามว่างดงามยิ่งกว่าสตรี ดวงตาเรียวคมทอดมองเข้าไปยังด้านในโรงน้ำชา

เหล่าสตรีที่เห็นเป็นต้องใจละลาย ห้ามใจมิให้หวั่นนั้นยาก

ร่างสูงสง่างามของเซียวเจิ้งยวนก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ทุกท่วงท่าของเขาสะกดสายตาทั้งชายและหญิงที่นั่งอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

“มาแล้วหรือ พวกข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว”

เสียงของมู่หานอี้ผู้เป็นสหายร่วมเรียนดังขึ้นอยู่ระเบียงชั้นสอง

เซียวเจิ้งยวนชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองสหายของตนเองริมฝีปากยกยิ้มบาง

รอยยิ้มงดงามนั้นทำเอาเหล่าสตรีที่นั่งอยู่ฝันหวานไปไกล มองเขาด้วยสายตาหวานซึ้ง

เซียวเจิ้งยวนก้าวขึ้นไปข้างบนด้วยท่วงท่าสง่างาม กำลังจะเดินเข้าห้องแขกพิเศษ แต่ทันใดนั้นเสียงเรียกของขันทีประจำตำหนักก็ดังขึ้น

“องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”

ร่างผอมบางของขันทีน้อยประจำตำหนักในวิ่งเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ายกมือประสานคารวะอย่างร้อนรน

“มีราชโองการมาถึงพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พระสนมหลินรอท่านอยู่ที่ตำหนักแล้ว พ่ะย่ะค่ะ!”

เซียวเจิ้งยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ตาเฒ่าจอมบงการนั้นคงจะไม่สร้างปัญหาให้เขาอีกหรอกนะ อยู่ ๆ ก็ส่งราชโองการมา ช่างแปลกเสียจริง

“อืม เข้าใจแล้ว”

เซียวเจิ้งยวนตอบแล้วหมุนกายกลับออกไปจากโรงน้ำชามุ่งเข้าวัง

….

ตำหนักองค์ชายสิบสาม

“ไม่แต่ง!”

เซียวเจิ้งยวนเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง จนหลินกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งด้วยความตกใจ นางมองบุตรชายด้วยสายตาสงสาร

บุตรชายนางร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจต้านฝนต้านลมได้ เขาต้องการสตรีที่มีความอ่อนโยนเป็นกุลสตรีมาดูแล ไม่ใช่ ผู้หญิงป่าเถื่อนอย่างแม่ทัพใหญ่กู้หนิงอัน

“เสด็จแม่อย่างไรข้าก็ไม่ยอมแต่ง! ท่านไม่รู้หรือว่านางอัปลักษณ์เพียงใด!”

เซียวเจิ้งยวนนึกถึงภาพเด็กหญิงตัวอ้วนกลมที่เคยทำร้ายเขาในวัยเด็ก ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ยิ่งตอนนี้นางโตขึ้นต้องอ้วนมาก ๆ ร่างสูงใหญ่ กลิ่นตัวเหม็น ๆ ผมยุ่งเหยิง มือถือค้อน! หอก! ดาบ!

ตาย ๆ เขาตายแน่อย่างไรเสียเขาก็ไม่แต่งหญิงอัปลักษณ์เช่นนี้เป็นชายาแน่ ไม่มีทาง!

“เจิ้งยวนของแม่”

หลินกุ้ยเฟยยื่นมือไปจับแขนบุตรชายสุดที่รักของตน มองเขาด้วยแววตาสงสาร เรื่องที่ตาเฒ่าคนนั้นตัดสินใจไปแล้วจะขัดได้อย่างไร เขาเป็นถึงจักรพรรดิ นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตระกูลที่ส่งมาเพื่อหวังพึ่งอำนาจ

เซียวเจิ้งยวนมองพระมารดา สายตาของนางบ่งบอกว่าไม่อาจขัดราชโองการได้

ตาเฒ่าจอมบงการ! ข้าจะไปเอาเรื่องเจ้า ความโกรธทั้งหมดถูกส่งไปยังฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา

เซียวเจิ้งยวนมีชีวิตที่สุขสบาย มีพี่ที่ดีเป็นรัชทายาท มีน้องสาวพี่สาวที่ดีหลายคน เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตที่ดี ๆ เช่นนี้ไปนาน ๆ หาสตรีสักคนที่อ่อนโยน เอาใจใส่เขา เรื่องแย่งชิงอำนาจในหัวเขาไม่เคยคิดมาก่อน

แต่ครั้งนี้ตาเฒ่านั่นทำกับเขามากเกินไปแล้ว อยากจะฆ่าเขาหรือยังไงถึงให้แต่งงานกับสตรีอ้วนป่าเถื่อนนั่น

เซียวเจิ้งยวนรีบก้าวตรงไปยังตำหนักของฮ่องเต้ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

ให้ตายก็ไม่แต่ง!

“องค์ชายโปรดรอสักครู่ กระหม่อมจะเข้าไปกราบทูลฝ่าบาทก่อน”

ขันทีที่ยืนอยู่หน้าห้องโค้งกายเอ่ยขึ้นเสียงนอบน้อม

เซียวเจิ้งยวนจ้องถมึงทึงแล้วผลักขันทีออก ก้าวเข้าไปในห้องหนังสือของฮ่องเต้ด้วยใบหน้าดุดัน

เพียงไม่นานเซียวเจิ้งยวนก็เข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่

เซียวเจิ้งยวนคุกเข่าลงทันที แล้วยกมือประสานขึ้น จ้องมองไปที่ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาอย่างไม่วางตา ไม่ต้องเอ่ยอะไรเขาก็เชื่อว่าฮ่องเต้ผู้นี้ก็คงเข้าใจ ว่าเขาจะมาขอเรื่องอะไร

ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ถือถ้วยชาอุ่น ๆ แนบริมฝีปากแล้วจิบน้ำชาอย่างผ่อนคลาย เมื่อถูกบุตรชายจ้องจนอึดอัดจึงเอ่ยขึ้น

“มีอะไร”

“ข้าไม่แต่ง! สตรีอัปลักษณ์เช่นนั้นข้าไม่แต่งเด็ดขาด!”

เซียวเจิ้งยวนหยุดแล้วยกสายตามองสีหน้าเรียบนิ่งตรงหน้าก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเบาลง

“ข้าเป็นถึงชายงามที่สุดในต้าหลี่ จะให้แต่งกับนางอัปลักษณ์ ทั้งอ้วน ทั้งหยาบ ข้าไม่เอา”

ฮ่องเต้ที่ทรงก้มอ่านฎีกาอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองมาที่บุตรชายที่กำลังทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ ความโมโหแล่นพล่านขึ้นจนเขากำถ้วยชาแน่น

เพล้ง!

ถ้วยชาถูกโยนมายังเบื้องหน้าของเซียวเจิ้งยวนอย่างแรง ตามด้วยม้วนหนังสือฎีกาอีกหลายฉบับ

เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งเฮือกตกใจรีบยกแขนขึ้นบังพร้อมกับหลบสิ่งของที่ฮ่องเต้โยนมาด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ช่างไม่เอาไหนเสียจริง! หัดดูตัวอย่างพี่ ๆ ของเจ้าบ้าง!”

ฮ่องเต้ตวาดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ชายงดงาม?”

คิ้วเข้มของฮ่องเต้ขมวดแน่นด้วยความโมโห ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าบุตรชายตัวดีผู้นี้ เป็นถึงองค์ชาย มีหน้าที่คือแบ่งเบาความทุกข์ของราษฎร

ส่วนเขา!

ทำตัวเป็นคุณชายจอมเสเพล เข้าออกวังหลวงราวไม่มีกฎเกณฑ์

“เจ้า! เจ้ากลับไปทบทวนตนเอง ห้ามออกจากตำหนักจนกว่าจะเสร็จพิธีอภิเษก!”

เซียวเจิ้งยวนขยับถอยหลังหลบสิ่งของที่ผู้เป็นบิดาและองค์จักรพรรดิขว้างใส่เขา แล้วตอบกลับไปด้วยความน้อยใจไปสองสามประโยคก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องทรงหนังสือด้วยใบหน้าที่ทั้งโมโหทั้งกลัว

ฮ่องเต้ได้แต่มองบุตรชายที่ไม่เอาไหนของเขาวิ่งออกไป ดูเถอะแม้แต่การวางแผนล่วงหน้าก็หามีไม่ ช่างไร้เดียงสาเช่นนี้จะอยู่ในวังที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงได้อย่างไร

เซียวเจิ้งยวนวิ่งออกมาอย่างลนลานเมื่อพ้นนอกเขตตำหนักแล้วจึงหยุดพักหายใจ หอบเหนื่อยด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“องค์ชายสิบสามเพคะ”

เสียงหวานละมุนดังขึ้นด้านหลังเขา

เซียวเจิ้งยวนหันไปตามต้นเสียงนั้น หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย อ้าปากค้าง

นี้แหละสาวงาม กุลสตรีที่เขาต้องการ ดวงหน้างดงามราวบุปผา รูปร่างอรชรน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียน และรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนหวาน ดวงตาราวหยดน้ำผึ้ง

“องค์ชายท่านเป็นอะไรหรือเพคะ”

น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้นด้วยความงุนงงเล็กน้อย

เซียวเจิ้งยวนรีบเรียกสติของตนคืนมาแล้วรีบปรับสีหน้าท่าทางของตนเองให้ดูสง่างาม

“ญาติผู้น้องเจ้ามาได้อย่างไร”

หลินเยว่ถิงเป็นหลานสาวฝ่ายท่านตาของเซียวเจิ้งยวน แต่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนางถูกน้าสาวของเซียวเจิ้งยวนเก็บมาเลี้ยงเพราะน้าสาวของเขานั้นไร้ซึ่งวาสนามีบุตรสาว

“ข้ามาเป็นเพื่อนเรียนขององค์หญิงเหยาซิงเพค่ะ”

“ออ เช่นนั้นเองหรือ”

เซียวเจิ้งยวนทำเสียงหล่อ ดวงตาของเขาพยายามหว่านเสน่ห์ให้นางอย่างหลงตัวเอง

“คือตอนนี้ข้าหลงทางเลยจะขอถามทางท่านได้หรือไม่เพคะ”

“ได้ ข้าจะพาเจ้าไปเอง”

เซียวเจิ้งยวนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ดวงตายังคงส่งสายตาหวานให้ สตรีที่เป็นญาติผู้น้องของตัวเองไม่หยุด

ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองชอบสตรีที่อ่อนหวานยิ่งนี้นัก นางดูอ่อนแอ น่าทะนุถนอมยิ่งนัก

หลินเยว่ถิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาขององค์ชายที่เป็นญาติผู้พี่ของเขา ตอนที่นางเข้ามาที่จวนตระกูลหลินในครั้งแรก ไม่มีผู้ใดยอมรับในตัวนางว่าเป็นคุณหนูเลย ถูกแกล้งจากบ่าวรับใช้ และ พวกพี่ชายพี่สาวในจวน

มีเพียงองค์ชายสิบสามที่พูดคุยกับนางอย่างจริงใจ จริง ๆ แล้วการที่นางเข้ามาสอบคัดเลือกการเป็นเพื่อนเรียนขององค์หญิงก็เพียงเพื่อจะได้เข้าใกล้ญาติผู้พี่ที่สูงศักดิ์ผู้นี้อีกก้าว

เพื่อเขาแล้วนางพยายามอย่างมากเลยทีเดียว ต้องเก่งในทุกด้านถึงจะเป็นชายาที่ดีและสมเกียรติได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel