บทที่ 4 วิธีพิสูจน์รักแร้ (แท้)
บทที่ 4 วิธีพิสูจน์รักแร้ (แท้)
#เชียงใหม่
ฉลองคุณปวดหัวตึบเพราะเมื่อคืนจัดหนักจัดเต็มกับลุงเกือบสว่าง ก่อนเที่ยงเขาต้องออกเดินทางมาถึงที่เชียงใหม่ก็ช่วงบ่าย
มีคนของ เตวิช หรือ เต เป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทที่เป็นตำรวจฝากให้มาดูแลเขา ฉลองคุณเดินออกมาขึ้นรถตู้เวลไฟร์ติดฟิล์มดำทั้งคัน
ทันทีที่ประตูรถเปิดออกก็พบกับผู้ชายร่างใหญ่ที่ส่งยิ้มให้เขา ฉลองคุณยิ้มกลับไปก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถคันนั้น
เป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉลองคุณยื่นมือไปทักทายก่อน นักธุรกิจอย่างเราการได้พบกันก็ถือว่าเป็นกำไร
“ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงเตวิชจะมารับด้วยตัวเอง ยินดีที่ได้เจอครับ” ฉลองคุณไม่ได้รู้จักเตวิชเป็นการส่วนตัวแต่รู้จักผ่าน ‘ฤทธิรณ หรือ ริ’ เพื่อนที่เป็นตำรวจ
“ยินดีเช่นกันครับ คุณฉลองคุณ”
“เรียกผมว่าคุณก็พอครับ”
“งั้นก็เรียกผมว่าเตก็พอเช่นกัน”
เตวิชยิ้มก่อนจะสั่งให้คนขับรถออกเดินทาง ทั้งคู่พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจที่ตัวเองกำลังทำ ฉลองคุณบอกเพียงแค่ว่าเขาทำโรงโม่หินอยู่ที่สระบุรี ส่วนเตวิชก็บอกว่าเขาทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร ไม่ได้บอกเป็นพ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลของเชียงใหม่
แต่เรื่องนี้ฉลองคุณรู้ดี เช่นเดียวกับที่เตวิชรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ทำแค่โรงโม่หินแต่ทำเหมืองต่างหาก
เราพูดคุยเรื่องจิปาถะและก็วกกลับมาที่เรื่องธุรกิจ มันถือเป็นการดีที่ได้รู้จักกัน ฉลองคุณสนใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการลงทุน อะไรก็ตามที่จะมีทางไปต่อได้ เขาก็ยิ่งสนใจมากขึ้นเท่านั้น
การได้รู้จักคนที่มีอิทธิพลหรือชื่อเสียง จะว่าดีก็ใช่ จะว่าเป็นดาบสองคมก็ไม่ปฏิเสธเรื่องนั้น
แต่ที่ต้องทำความรู้จักกับเตวิชเพราะคนที่ไปดูแลจิลลาภัทรให้เป็นคนของเตวิช
ในเมื่อพ่อเลี้ยงตั้งใจที่จะลงมาดูเรื่องนี้เอง นั่นเท่ากับว่าไม่ใช่แค่ฉลองคุณที่อยากรู้จักเขาเท่านั้นแต่ตัวพ่อเลี้ยงหนุ่มเองก็สนใจที่จะทำความรู้จักเขาเช่นกัน
“เดี๋ยวคุณพักผ่อนก่อน คนของผมเอารถมาทิ้งไว้แล้วใช้ได้ตามสะดวก ถ้าเป็นไปได้ตอนค่ำแวะไปที่ร้านสักหน่อยนะครับ”
เตวิชมาส่งฉลองคุณในหมู่บ้านจัดสรรที่เขาบอก ที่ต้องมาดูแลด้วยตัวเองแบบนี้เพราะเพื่อนสนิทคือฤทธิรณฝากฝังมา ถ้าไม่ใช่มันเตวิชก็คงไม่มาทำอะไรแบบนี้
ฉลองคุณมาพักยังบ้านของลุงจิน เป็นบ้านพักในตัวเมืองเชียงใหม่ที่ลุงซื้อทิ้งไว้ ทุกครั้งที่มาที่นี่จิลลาภัทรก็จะมาพักที่นี่แทนหอพักในมหาวิทยาลัย
“เดี๋ยวยังไงผมบอกอีกที ยังไม่แน่ใจว่าจะติดอะไรหรือเปล่า” เพราะเรื่องจิลลาภัทรยังไม่ได้เคลียร์ เขามีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องจัดการ ซึ่งจะมั่นใจว่าหญิงสาวปลอดภัยหรือไม่ก็ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง
ส่วนอีกฟากหนึ่งภายในคอกหมูบนพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ของคณะสัตวศาสตร์ ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดหมีสีน้ำตาลซีดกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอน คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนพื้นดินแฉะ ๆ
ใบหน้ากลมเกลี้ยงชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อปนน้ำ ผมยาวสีดำขลับที่มัดรวบขึ้นไปเป็นมวยปอยผมหล่นปรกลงมาตามกรอบหน้าและลำคอ
“แกว่ามันยังมีอีกเหรอ ฉันว่าหมดแล้วนะ”
“น่าจะมีอีก แต่หาไม่เจอ”
“งั้นล้วงใหม่ ลองดูทางขวาหน่อย ท้องมันตุ่ย ๆ ตรงนั้นน่ะ”
เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาสาวทำให้อาจารย์ประจำคณะที่เพิ่งลงจากรถจักรยานรีบยื่นหน้ามาดู
ภาพตรงหน้าคือเจ้ากลุ่มเด็กเรียนดีของคณะหรือที่เรียกกันว่าแก๊งนางฟ้ากำลังมะรุมมะตุ้มเจ้าบุญรอด สุกรพันธุ์ดีที่กำลังตั้งท้องและคลอดลูก และนี่ก็คงจะคลอดลูกไม่ได้
เจ้าบุญรอดเป็นหมูที่หล่นลงมาจากรถขนหมูเข้าโรงฆ่าสัตว์ มันได้รับบาดเจ็บสาหัสและเจ้าเด็กสามคนนี้ดันขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเจอและเพราะมันเป็นหมู มีคนมาขอซื้อต่อเพื่อไปทำอาหาร
แต่แก๊งนางฟ้าแม่พระใจบุญไม่ขายแถมยังจ้างรถไถแถวนั้นหอบเจ้าบุญรอดกลับมายังคณะ เดือดร้อนคณาจารย์และรุ่นพี่แทบทั่วมหาวิทยาลัย เพราะต้องเกณฑ์กันมาดูแลรักษาเข้าบุญรอดที่เจ็บหนัก
บุญจอดขาหัก เนื้อตัวมีแต่รอยถลอก ขาหลังทั้งสองข้างก็เจ็บ หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงอย่างคนที่กำลังนอนคลุกดินคลุกโคลนในท่อนแขนเรียวเล็กขาวสะอาดนั่นล้วงเข้าไปในก้นของบุญรอด
เอื๊อกกกก
แม้ว่าตัวอาจารย์เองก็ไม่ใช่ผู้รากมากดีอะไรแต่ถ้าเทียบกับ ‘จิลลาภัทร’ นั่นแล้วนับว่าห่างไกลกันมาก
ใครจะไปกล้าล้วงด้วยแขนเปล่า ๆ เข้าไปในก้นของหมูแบบนั้น ถ้าไม่ใช่ยัยตัวแสบคนนี้!
“จิลล่า! เจอไหม!”
จิลลาภัทรขมวดคิ้วควานฝ่ามือเป็นวงกลม เธอส่ายหน้าจนเม็ดเหงื่อที่ไหลมาตรงหน้าผากไหลเข้าไปในดวงตา
“กุลแสบตามากเช็ดเหงื่อให้หน่อย” กุลสตรี หรือ กุล เป็นเพื่อนสนิทของจิลลาภัทรรีบเอาแขนเสื้อเช็ดเหงื่อให้เพื่อน
“แกไม่เจอก็พักก่อนเถอะล้วงมาครึ่งชั่วโมงแล้ว บุญรอดมันจะได้พักตูด”
เสียงของเพื่อนสนิทจิลลาภัทรอีกคน ภัควดี หรือ ภัค เห็นเพื่อนโก้งโค้งล้วงก้นหมูเพื่อช่วยลูก ๆ ของมันนานแล้ว
“ฉันว่า…เจอแล้วนะ กุลดึงขาหน่อย” กุลสตรีที่คุกเข่าทั้งสองข้างกับพื้นรีบยกตัวขึ้นและดึงขาข้างหนึ่งของจิลลาภัทรด้วยแรงทั้งหมดที่มี
แต่เพราะเจ้าลูกหมูตัวสุดท้ายลูกของบุญรอดอยู่ในมดลูกที่ลึกมาก ทำให้เธอต้องใช้ความพยายามดึงมันออกมาเพื่อช่วยชีวิต
“บุญรอดช่วยหน่อย ฮึบบบบบ” ภัควดีพูดออกมาในขณะที่กางผ้าขนหนูผืนใหญ่เพื่อรอรับลูกตัวสุดท้ายของบุญรอด ทั้งยังส่งเสียงช่วยกันเบ่งอีกด้วย
ส่วนสายตาและปลายเท้าก็เอาแต่เฝ้าคอยระวังไม่ให้ลูกของเจ้าบุญรอดตัวอื่น ๆ ที่ลืมตาออกมาดูโลกก่อนหน้านี้ไปเล่นซนที่ไหนได้ ลูกหมูที่ออกมาจากท้องแม่แล้ว แค่เพียงไม่กี่นาทีก็สามารถยืนและวิ่งได้ทั้งที่สายรกยังลากไปกับพื้นดิน
อี้ด ๆๆๆ
“บุญรอดเร็ว! ถ้าช่วยกันลูกแกรอดก็จะได้ไปโตเป็นสาวที่ฟาร์มกิจเมธีสกุลนะ! เร็ว!” กุลสตรีออกแรงดึงช่วยเพื่อนหลับหูหลับตาภาวนาไปด้วย
อี้ดดดดดดดดดด
สุดท้ายการล้วงก้นทำคลอดหมูก็สำเร็จ! บุญรอดมีลูกทั้งหมดแปดตัว!
ทุกคนที่มายืนลุ้นจนตัวโก่งด้วยกันก็พอหายใจหายคอกันอย่างสะดวก
“เสร็จแล้วก็ไปล้างเนื้อล้างตัวกันเลย!” อาจารย์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็รีบบอกแกมดุแก๊งนางฟ้าก่อนจะให้รุ่นน้องแถวนั้นมาช่วยรุ่นพี่ปีสี่ให้มีเวลาไปล้างเนื้อล้างตัว
การล้างตัวของทั้งสามคนไม่ใช่กลับหอพักไปอาบน้ำ แต่เพราะเราสวมทั้งผ้ากันเปื้อนพลาสติกและบูตยาวครึ่งแข้งสำหรับทำฟาร์มอยู่แล้ว การล้างตัวจึงเป็นแค่การใช้สายยางฉีดล้างทำความสะอาดเท่านั้น
“จิลล่าแกเอาแปรงไหม?”
จิลลาภัทรครางรับในลำคอในขณะที่กำลังใช้สองมือถูสบู่ก้อนตรานกเค้าแมวจนฟองฟอดเต็มอุ้งมือ
แปรงสีฟันเก่า ๆ ถูกยื่นมาให้ จิลลาภัทรรับมาและจัดการเอาขนแปรงถูไปกับก้อนสบู่สีเขียวอ่อนนั่นและก็เอามาถูตามซอกเล็บ
“จิลล่า ๆ ไอ้พี่แต๊กอะมันเห็นแกล้วงก้นหมูมันเผ่นป่าราบเลยอะ วิธีนี้ไงก็ได้ผลเนอะ” ภัควดีกระแซะเข้ามาใกล้เพื่อนสาวและกระซิบพูด
“ตั้งแต่แกกลับมาโสดมันก็ตามจีบเช้าจีบเย็น ไอ้เราก็คิดว่าจะแน่ เห็นล้วงก้นหมูแค่นี้วิ่งป่าราบ”
“ก็ถ้าไม่หยุดจีบ…ตูดต่อไปที่จะโดนล้วงก็ต้องเป็นพี่แต๊กแล้วอะค่ะ”
จิลลาภัทรสีแปรงสีฟันทำความสะอาดเล็บพร้อมกับพูดไปด้วย น้ำเลือดและกลิ่นคาวของอวัยวะภายในเจ้าบุญรอด หญิงสาวต้องล้างอย่างหนัก!
ความนุ่มร้อนของอวัยวะภายในเจ้าบุญรอดยังให้สัมผัสอยู่ตามผิวกายของเธออยู่เลย
“พิสูจน์รักแท้ด้วยการล้วงก้นหมู โหดไปปะ หยวน ๆ หน่อยก็ดีนะ แกก็อย่าไปตั้งกำแพงสูงเกิน เดี๋ยวก็ขึ้นคานหรอก!”
กุลสตรีรู้ว่ากำแพงในการเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ของจิลลาภัทรจะต้องสูงขึ้นกว่าเดิมมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะสูงขนาดนี้!
“ก็ถ้าใครรับฉันไม่ได้ ก็ไม่สมควรมีแฟนเลิศ ๆ แบบฉันปะ”
จิลลาภัทรเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะฉีกยิ้มกว้างและขยิบตาใส่เพื่อนสนิท
“แกเป็นคนสวยมากก็จริงนะจิลล่า แต่เหม็นขี้หมูไม่หวายยยยยย”
“ก็ถ้าชอบกันจริง ๆ ก็ให้โอกาสอาบน้ำแต่งตัวก่อน”
และเมื่อพูดจบแก๊งนางฟ้าทั้งสามคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะ
ความรักครั้งที่ผ่านมาของจิลลาภัทรยาวนานเกือบสามปีและเป็นรักที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุด
กำแพงสำหรับความรักครั้งใหม่คงไม่ใช่แค่สูง…แต่มันสูงมาก อาจจะมากแบบที่ไม่มีใครปีนเข้ามาได้
ซึ่งจิลลาภัทรคิดว่าจะมีใครหรือไม่มี ถ้ามีแล้วไม่ดี สู้อยู่คนเดียวเลี้ยงหมูเลี้ยงหมาไปดีกว่า!
