บทที่ 3 ชอบแบบไหน ชอบลูกเขยแบบใด
บทที่ 3 ชอบแบบไหน ชอบลูกเขยแบบใด
“กูเกลียดมันตั้งแต่รุ่นพ่อ ถ้าไม่ติดว่าน้ามึงขอไว้ แม่งได้แดกลูกปืนกูไปนานแล้ว!”
หลังจากจิณะกลับมาจากไปคุยกับบ้านคิมหันต์ก็ลากฉลองคุณมาตั้งวงที่ลานข้างบ้านทันที
คนเป็นพ่อโมโหหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือคุยกับพวกมันอย่างคนที่เจริญแล้ว
‘อย่าให้ลูกชายมึงมายุ่งกับลูกสาวกูอีก จบกันแล้วก็จบกันไป’
‘ถ้ามันไม่หยุด กูจะแจ้งความและจะเอาเรื่องพวกมึงทั้งครอบครัวรวมไปถึงหน้าที่การงานที่ลูกชายมึงพยายามนักหนานั่นด้วย!’
จิณะไม่เคยคิดว่าไอ้คิมหันต์จะกล้าทำอะไรแบบที่จิลลาภัทรเรียกว่าคุกคามด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์หลายปีที่อยู่ในสายตาเขาตลอด ถึงเขาจะไม่ชอบพ่อมันแต่ก็ไม่ได้ไม่แยกแยะถึงขนาดจะตั้งแง่อะไรด้วย
คนเรามันมองคนแต่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ ดีแล้วที่ธาตุแท้มันเปิดเผย คนที่ไม่ยับยั้งชั่งใจ ถูกผิดไม่สนใจ สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเอง
ผู้หญิงคนนั้นที่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท สุดท้ายก็หักหลังลูกสาวเขาและมีลูกด้วยกัน!
สมเพช! ดีแล้วละไอ้คิมหันต์มันไม่เหมาะสมกับลูกสาวเขาสักนิด!
แต่เพราะจิลลาภัทรบอกว่าไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วง ไม่ได้เสียใจหรืออะไรขนาดนั้นและเรื่องมันเกิดมาขึ้นเป็นเดือนแล้ว จิณะก็ต้องเชื่อใจลูกตามนั้น
จิลลาภัทรเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเอง การตัดสินใจของลูกแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับตัวลูกเองเสมอ
‘สอบเสร็จจิลล่าจะกลับบ้านเลย กลับไปอยู่กับพ่อตลอดไปไม่ไปไหนแล้ว พ่อไม่ต้องห่วง คนของลุงเอกเราเจอกันแล้วค่ะ’
นั่นไม่ใช่คนของเพื่อนเขาแต่เป็นคนของไอ้หลานชายที่นั่งกระดกบรั่นดีสีเข้มเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า
ฉลองคุณไม่พูดอะไรมากไปกว่ายิ้มแต่จิณะรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่หลานชายมีต่อลูกสาว ซึ่งเป็นน้องสาว
“ขอบใจที่ดูแลน้อง และก็รู้ว่าคุณดูแลน้อง ๆ ทุกคนไม่ใช่แค่จิลล่าคนเดียว ขอบใจมากนะ” เพราะฉลองคุณโตที่สุดในกลุ่มลูกเพื่อน ๆ ถึงแม้จะดูกวนประสาทไปบ้าง ปากไวไปบ้างแต่เป็นเด็กที่ใช้ได้ เป็นคนที่พึ่งพาได้จริง ๆ
ในยามที่เขาอายุขนาดนี้จะไปไล่ต่อยตีก็คงจะไม่ไหว ถึงจะมีลูกชายคนเล็ก แต่ ‘แจม’ ก็ยังเด็กเกินไป ดีว่ามีฉลองคุณอยู่ตรงนี้ ดีจริง ๆ
“เล็กน้อยน่าลุง ถ้าอึดอัดใจมากก็โอนมาสักล้านดิ”
จิณะเหยียดยิ้มแต่ก็หยิบโทรศัพท์เตรียมจะกดโอนเงิน
“ผมพูดเล่น ลุงก็จริงจังไปได้ ผมทำเพราะต้องทำ อีกอย่างคนมันเพื่อนเยอะก็ดีแบบนี้ แต่ลุงอะอย่าลืมเรื่องตึกนะ ผมอยากได้ และตั้งใจไว้ว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่” จิณะพยักหน้ายกแก้วบรั่นดีในมือตัวเองดื่มเช่นกัน
เขาจัดการให้หลานชายแน่ ไม่ต้องห่วงเรื่องอื่นเลย ยิ่งได้ยินฉลองคุณบอกว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่ จิณะก็ยิ่งต้องรีบจัดการ มาอยู่ด้วยกันก็คงจะดีกว่านี้
จิณะไม่คิดว่าฉลองคุณจะทำอะไรเพื่อเอาหน้าหรือผลตอบแทนอย่างที่ปากบอก เพราะเขาก็เลี้ยงมันมากับมือ รู้ว่ามันเป็นคนแบบไหน
คนอย่างฉลองคุณเงินซื้อไม่ได้ มันทำเพราะมันอยากทำ
“แฟนเก่าของน้าแกก็เป็นหมอ แฟนเก่าของยัยจิลล่าก็ยังเป็นหมออีก ครอบครัวกูนี่มันถูกโฉลกกับหมอหรือไง โลกแม่งก็กลมฉิบหาย กูละไม่รู้จะพูดยังไงเลย!” พอเหล้าเข้าปากจิณะก็เหมือนปรับทุกข์
ฉลองคุณฟังแล้วหัวเราะ เขารู้เรื่องนี้เพราะเวลาพวกพ่อ ๆ นั่งก๊งเหล้ากันก็จะพูดเรื่องในอดีต พ่อของคิมหันต์เคยทำงานเป็นสัตวแพทย์ประจำฟาร์มของน้าวีและก็แอบชอบน้าวี
ความสัมพันธ์นี้เรียกว่าไม่กินเส้นกันตั้งแต่รุ่นพ่อแต่เพราะคิมหันต์มันมาจีบจิลลาภัทรตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
พวกผู้ใหญ่มารู้เรื่องก็ตอนที่ทั้งสองคบกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วและเพราะจิลลาภัทรรู้สึกว่ามันไม่เกี่ยว คิมหันต์ดีกับเธอ พ่อก็ไม่ควรจะห้ามในเรื่องที่เธอตัดสินใจไปแล้ว
ประกอบกับหน้าที่การงานและหน้าตาของมันที่ดูไม่มีพิษมีภัย ทำตัวไร้พิษสงอยู่ในกรอบในร่องในรอยตลอด ผู้ใหญ่จึงไม่มีใครกีดขวางความสัมพันธ์ของพวกเด็ก ๆ
บ้านศิลปโภคินเลี้ยงลูกแบบให้เผชิญโลกด้วยตัวเอง รู้จักเจ็บ จะได้รู้จักจำ ไม่อย่างนั้นจิลลาภัทรคงไม่ได้ออกไปเรียนต่อไกลถึงต่างจังหวัด
เธอไม่ใช่ไข่ในหิน ที่อะไรนิดหน่อยก็จะผ่านมันไปไม่ได้ แต่เป็นเพชรน้ำงามที่พ่อแม่ตั้งใจปลูกปั้นมาเป็นอย่างดี
“เลิกกันแล้วลุงก็ควรจะยินดี ไม่ต้องพูดถึงมันแล้ว กินให้หมดแก้วไม่ต้องมามอมผม” ฉลองคุณยื่นแก้วมาชนกับคนเป็นลุง
“ก็นี่ไงกูถึงชวนมึงมาฉลอง เอาจริงเลิกกันก็ดี กูแม่งมองคนไม่ผิดจริง ๆ” จิณะไม่ได้เห็นด้วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ น้ำเชี่ยวเขาไม่คิดจะเอาเรือไปขวาง
“แล้วลุงคิดว่าแฟนคนต่อไปของจิลล่าจะเป็นคนแบบไหน?”
“กูไม่คิดอะไรทั้งนั้น ตอนนี้กูไม่พร้อมจะคิด พอก่อน!”
“เรื่องพวกนี้มันห้ามกันได้ที่ไหน ถึงเวลาน้องก็ต้องมีแฟน แล้วลุงมองคนแบบไหนไว้ อยากได้คนแบบไหนมาเป็นลูกเขย”
จิณะกระดกแก้วในมือคิดตามที่หลานชายถาม เขามองผู้ชายแบบไหนไว้เป็นลูกเขย ก็ต้องตอบตรง ๆ ว่าไม่ได้มอง
“ใครก็ได้ที่จิลล่าชอบ จะยากดีมีจนมาแต่ตัว ก็ขอแค่รักลูกกู และลูกกูก็รักมันเท่านั้นก็พอ”
มุมปากหยักของคนฟังยกขึ้น ฉลองคุณระบายลมหายใจแผ่วเบาออกมา ก่อนจะเอนกายนอนลงบนแคร่ไม้ ใช้ท่อนแขนหนุนศีรษะมองท้องฟ้ายามค่ำคืนภายในฟาร์มกิจเมธีสกุล
ดวงดาวสุกสกาวเต็มท้องฟ้าในฟาร์มกิจเมธีสกุลมันช่างสวยงามจริง ๆ
ที่นี่คล้ายกับที่บ้านของเขา…ฉลองคุณอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน
“แล้วมึงล่ะ…จนป่านนี้ไม่คิดจะหาเมียหรือไง?” ฉลองคุณยักไหล่พลิกตัวขึ้นมานอนคว่ำ ยกแก้วกระดกดื่มจนเกลี้ยง
“แก่แล้วนะ มีลูกช้าดูกูเป็นตัวอย่าง” เพราะจิณะมีลูกช้าที่สุดในกลุ่ม จะวิ่งตามลูกก็แทบจะไม่ไหว
ดูอย่างอายุของฉลองคุณกับจิลลาภัทรสิ ห่างกันนับสิบปี แจมลูกชายยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นลูกฉลองคุณได้เลย
“สามสิบกว่าเขาไม่ได้เรียกแก่ เขาเรียกดูแลน้องได้ครับ” จิณะฟังหลานชายพูดแล้วก็หัวเราะ
ฉลองคุณมันก็ทรงเสี่ยทรงป๋าจริง ๆ นั่นแหละ
“ก็อย่าช้าเกินไป ทำแต่งานเมื่อไหร่จะหาเมียได้ หรือว่าต้องถามแม่กับพ่อก่อน”
หนุ่มนักธุรกิจเนื้อหอม คาบยิ่งกว่าช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ถึงจะดูเจ้าชู้เพลย์บอยแต่นั่นมันก็นิสัยผู้ชาย ถ้าจะให้เลือกผู้หญิงมาเป็นแม่ของลูก มันก็ต้องคิดมากกว่านั้นก็ถูกต้องแล้ว
“ผมจะแต่งงานกับคนที่ผมรักเท่านั้น…” ฉลองคุณกำลังจะบอกว่าถ้าคนที่รัก พ่อแม่ไม่ชอบ เขาก็จะเลือกคนนั้นอยู่ดี
“เออ ถ้าชอบใครบ้านไหน พ่อแม่ไม่เห็นด้วยอะไรยังไงถ้ามึงชอบก็บอกลุง ต่อให้บุกน้ำลุยไฟจะเอาคนนี้เป็นเมีย ลุงก็จะไปสู่ขอมาให้”
“จริงเปล่า?”
“จริงดิวะ! กูพูดคำไหนคำนั้น”
“ผมจะถือว่าลุงสัญญาแล้วนะ”
“เออสัญญา แดกให้หมด อ้วกหน้าบ้านก็ไม่เป็นไรวันนี้”
“ลุงเหอะอย่าอ้วกเลอะอีก เดี๋ยวน้าวีด่า”
ฉลองคุณเติบโตมาแบบนี้คลุกคลีกับทุกบ้าน นิสัยด้านสว่าง ด้านมืดของคนรุ่นพ่อ ชายหนุ่มซึมซับมาทั้งหมดแต่ตัวเขาเองเลือกที่จะใช้มีดในมือต่อเมื่อถึงเวลา อย่างเช่นตอนนี้…ไอ้คิมหันต์ มึงอย่าให้กูได้เจอหน้า!
