บทที่ 2 เรื่องแดง
บทที่ 2 เรื่องแดง
เป็นเวลานานหลายนาทีที่น้าวีพูดคุยกับลูกสาวคือจิลลาภัทร มีเพียงเสียงอืม อือ อืมที่ออกมาจากลำคอคนเป็นน้าและคิ้วเรียวสวยที่ขมวดเป็นปมเท่านั้น
ฉลองคุณเดินหยิบนู่นชิมนี่ เหมือนจะไม่ได้สนใจการสนทนาที่แสนเงียบของแม่ลูกแต่จริง ๆ แล้ว เขาสนใจมันมากทีเดียว จนเมื่อคำพูดที่ออกจากปากของน้าวี ชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง
[จิลล่าแน่ใจนะว่าที่พูด ลูกไม่ได้เข้าใจผิด]
[แม่จะโทร. ไปหาลุงคีย์ เรื่องนี้เขาควรจัดการลูกชายของเขา]
[ยังไงผู้ใหญ่ก็ต้องรับรู้ ถึงแม่ไม่เอาเรื่องก็ใช่ว่าคิมจะมาทำอะไรแบบนี้กับลูกแม่ได้]
[หมายความว่ายังไง…เลิกกันมาเดือนหนึ่งแล้ว?]
และจังหวะนั้นเองที่ตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของน้าสาวทั้งที่ปากยังเคี้ยวอาหารอยู่
ฉลองคุณไม่รู้ว่าพาตัวเองไปยืนใกล้น้าวีตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่น้าวีก็วางโทรศัพท์ลงและเปิดสปีกเกอร์โฟน นั่นเท่ากับว่าฉลองคุณจะได้ร่วมฟังการบอกเล่าของลูกสาวไปกับแม่ของเธอด้วย
จิลลาภัทรมีแฟนเรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้ รวมถึงฉลองคุณก็ด้วย ผู้ชายคนนั้นชื่อว่า ‘คิมหันต์ หรือ คิม’ เป็นนายแพทย์ เรียกว่าอนาคตไกล คบหาดูใจกับเธอปีนี้เข้าปีที่สามและตอนนี้เลิกกันแล้ว เลิกกันมาได้หนึ่งเดือนแล้ว
ทั้งสองคบกันโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านรู้แต่เลิกกันจนครบเดือนแล้ว จิลลาภัทรเพิ่งจะมาแจ้งให้แม่ทราบ
ฉลองคุณรู้ดีว่าถึงลุงจินจะไม่เห็นด้วยแต่เพราะจิลลาภัทรเองก็ไม่ใช่เด็กเหลวไหล ในเมื่อลูกรักใครพ่อแม่ก็ต้องตามใจ
น้ำเชี่ยวไม่ควรเอาเรือไปขวางและทุกอย่างก็เข้าตามตรอกออกตามประตู
[แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย เขาท้องเหรอลูก…]
ฉลองคุณเข้าใจทุกอย่างในทันทีแบบที่น้าวีหรือจิลลาภัทรไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้ด้วยซ้ำ รักทางไกล ถ้าไม่มั่นคงสุดท้ายก็ไม่มีทางไปรอด
นายแพทย์หนุ่มไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดและเกิดความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทตัวเองที่จิลลาภัทรรักประหนึ่งพี่สาวอีกคน
ตอนที่ธัญวรินทร์ผู้เป็นแม่รู้ก็ตกใจประมาณหนึ่งเพราะก็เคยเห็นผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน คิมหันต์มาที่ฟาร์มก็จะมีเงาร่างของเธอคนนั้นติดสอยห้อยตามมาในฐานะเพื่อนสนิทด้วย
[เรื่องจริงค่ะ จิลล่าเห็นมากับตา แต่ไม่เป็นไรแค่จะบอกแม่ไว้ ตอนนี้อยากให้แม่บอกลุงเอกส่งคนมาที่นี่สักคนได้ไหมคะ จิลล่าเบื่อที่ต้องพูดกับคนที่ไม่รู้เรื่อง]
ความมาแตกเพราะผู้หญิงคนนั้นกำลังตั้งครรภ์ จิลลาภัทรโทร. มาแจ้งมารดาเรื่องนี้ เพราะตอนนี้คิมหันต์กำลังคุกคามชีวิตเธอ
[เขาไม่ยอมเลิก และตามราวีจิลล่าที่หอพักค่ะ]
จิลลาภัทรเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะเรียนหนัก จะมีพ่อแม่ที่บินไปหาเท่านั้น ที่นั่นมีบ้านหลังหนึ่งแต่ลูกไม่ยอมอยู่
ธัญวรินทร์รู้สึกว่าลูกสาวตัดสินใจไม่ผิดที่ใช้ชีวิตอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยแทนที่จะเป็นบ้านส่วนตัวที่พ่อของเขาซื้อไว้เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย
อย่างน้อย ๆ อยู่หอพักในมหาวิทยาลัยก็ดีกว่าต้องอยู่ข้างนอกตามลำพัง
[ได้ เดี๋ยวแม่จะบอกพ่อ และโทร. บอกลุงเอกเลย ตอนนี้ลูกเป็นยังไงบ้างจิลล่าแม่ห่วงมาก เดี๋ยวแม่จะจองตั๋วไปหาเลย]
[ไม่เป็นไรค่ะ จิลล่าระวังตัวอยู่ตลอด เพื่อนก็มีหลายคน เราไปไหนก็ไปกันเป็นกลุ่ม แม่อย่าห่วงไปเลยค่ะ ลูกแม่คนนี้ไม่ใช่คนที่ใครจะมาทำอะไรได้นะ อีกอย่าง...จิลล่ามีปืนของพ่ออยู่]
จิลลาภัทรบอกแม่ให้หายห่วง ความจริงอยากบอกเรื่องที่เลิกกับแฟนหลังจากเรียนจบและกลับบ้านแล้วแต่ก็มาเกิดเรื่องพวกนี้ เธอจำเป็นต้องบอกแม่กับพ่อให้รู้ไว้ก่อน
ปีนี้คือปีการศึกษาสุดท้าย อีกไม่เท่าไหร่ก็เรียนจบแล้ว จิลลาภัทรไม่อยากจะทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจเป็นห่วง
แต่เพราะคิมหันต์ไม่ยอมเลิกรา เท่านั้นยังไม่พอแฟนของเขาก็มาวุ่นวายกับเธอเช่นกันด้วย
“น้าวีบอกลุงจิน ลุงเอก เดี๋ยวผมจะโทร. หาเพื่อนที่เป็นตำรวจแถวภาคเหนือ มันน่าจะมีพรรคพวกอยู่”
หลังจากจิลลาภัทรวางสาย ฉลองคุณก็ไม่รอช้าจัดการทุกอย่างทันที เขาหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง สีหน้าและแววตาไม่มีท่าทางขี้เล่นหลงเหลืออยู่อีก
ไม่นานเขาก็ประสานกับเพื่อนที่เป็นตำรวจได้และขอความช่วยเหลือให้ส่งคนไปติดตามจิลลาภัทรไว้ก่อน
[เดี๋ยวกูจะส่งโลเคชันและรูปน้องสาวไปให้ กูของานด่วนพร้อมออก เท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา]
ฉลองคุณกดวางสายจากสายนั้นและต่อสายไปอีกหลายต่อหลายคน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าการกระทำของตัวเองอยู่ในสายตาของเจ้าของบ้านทั้งหมดแล้ว
[มันชื่อคิมหันต์ เป็น INTERN…]
ฉลองคุณเงยหน้าขึ้นมาหลังจากมีกระดาษโน้ตใบหนึ่งมาวางอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมเข้มที่ดำดิ่งคู่เดิมแปรเปลี่ยนเป็นธรรมดาและมุมปากของเขาก็โค้งขึ้นพร้อมกับพยักหน้า
ลุงจินเอาข้อมูลของคิมหันต์มาให้เขา ฉลองคุณพูดซ้ำอีกครั้งเพื่อบอกข้อมูลกับคนปลายสาย
[เดี๋ยวกูโทร. กลับไปใหม่ ขอบใจมึงมาก] และฉลองคุณก็วางสายไป
จิณะเคาะปลายนิ้วชี้ลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะจ้องมองหลานชายที่จัดการทุกอย่างเสร็จสรรพแบบที่คนเป็นพ่ออย่างเขาไม่ต้องออกแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้เอกส่งลูกน้องแถวนั้นไปแล้ว…”
“คนของผมก็ถึงแล้ว เป็นสายทำงานให้ตำรวจ พวกมันไว้ใจได้ ผมใช้งานมันอยู่” ฉลองคุณบอกคนเป็นลุงก่อนจะยิ้มเหมือนไม่มีอะไร
จิณะมองรอยยิ้มใจดีของหลานชาย...มันเป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา รอยยิ้มใจดีที่เบื้องลึกเบื้องหลังฉลองคุณมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะ
“ขอบใจ ไม่คิดว่าคุณจะรู้เรื่องจิลล่าเยอะขนาดนี้” เพราะจิณะกับภรรยานั่งมองฉลองคุณคุยโทรศัพท์
ฉลองคุณใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็จัดการทุกอย่างเสร็จทั้งหมด
ในตอนที่จิณะรู้เรื่องโกรธจนมือสั่น ห่วงลูกใจจะขาด ดีว่าตรงนี้มีฉลองคุณอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะตั้งหลักยังไง
ฉลองคุณรู้ยันชื่อหอพักของจิลลาภัทรและรู้ไปถึงชื่อของแฟนลูกสาว รู้ยันสถานที่ทำงานของคิมหันต์ว่าเป็นโรงพยาบาลชื่ออะไร
“ไม่มีอะไรที่ผมอยากรู้แล้วจะไม่รู้ เรื่องนี้ลุงกับน้าวีไม่ต้องห่วง…ผมไม่เอามันไว้ทำพ่อแน่ถ้ามันมายุ่งกับจิลล่า”
ทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแต่ธัญวรินทร์กลับรู้สึกหนาวเหน็บ เธอเดินมากุมมือหลานชายและทอดแววตาหนักใจออกไป
“ลุงต้องไปคุยกับพ่อแม่มัน น้าวีอยู่กับผมที่นี่แหละครับ เดี๋ยวอีกสักพักก็ค่อยโทร. ไปหาน้องอีกทีและพรุ่งนี้ผมจะขึ้นเชียงใหม่”
“คุณ…น้าขอบใจ”
“ครับ แต่ขอร้องเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องบอกจิลล่าว่าผมจะไป และไม่ต้องบอกว่าผมรู้เรื่องนี้”
