บทที่ 5 เซอร์ไพรส์ (สวดยอด!)
บทที่ 5 เซอร์ไพรส์ (สวดยอด!)
กว่าจิลลาภัทรจะจัดการอะไรต่อมิอะไรที่มหาวิทยาลัยเสร็จก็ปาไปเกือบสองทุ่ม เธอแวะไปส่งเพื่อนที่หอพักและขับรถยนต์ซีดานคันเล็กลัดเลาะมาตามถนนสายหลักในตัวเมืองเชียงใหม่
หญิงสาวแวะตลาดกวาดอาหารตามร้านค้าแผงลอยมาเกือบสิบอย่างด้วยความหิวโหย และเมื่อถึงที่หมายก็รีบกดรีโมตประตูบ้านพักและขับรถคันโปรดเข้าไปจอดทันที
เสียงฮัมเพลงลูกทุ่งไทบ้านจากร้านค้าในตลาดเมื่อครู่ หญิงสาวสลัดไม่หลุดจากห้วงความคิดตัวเองเลย เธอแทบจะเต้นและร้องเพลงได้อยู่แล้ว
หากเวลาสอบแล้วจำเนื้อหาได้ดีเหมือนที่จำเนื้อเพลงก็คงจะดีสินะ หญิงสาวคิดเช่นนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
ก่อนจะคว้าถุงอาหารทั้งหมดที่กวาดซื้อมาด้วยความหิวโหยและรีบกดรหัสประตูเพื่อเข้าไปในบ้าน แต่ทันทีที่ปลายเท้าสัมผัสพื้นหินอ่อนหัวใจเธอก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ความเงียบและมืดปกคลุมทั่วบริเวณชั้นหนึ่งของบ้านแต่จิลลาภัทรรู้สึกเหมือนว่าในบ้านหลังนี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
ร่างเล็กของหญิงสาวยังไม่ขยับตัวในทีแรก เธอมองไปรอบ ๆ อย่างคุ้นเคยท่ามกลางความมืด
แกร๊ก!
เสียงเหมือนมีคนอยู่ชั้นบนของบ้าน จิลลาภัทรเม้มริมฝีปากค่อย ๆ วางข้าวของในมือลงก่อนจะย่องกลับออกไปที่รถยนต์ พร้อมกับกลับเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้จิลลาภัทรไม่เลือกใช้ประตูบานเดิม หญิงสาวมุดตัวผ่านความมืดและต้นไม้ด้านนอกไปข้างประตูบ้านพัก
ก่อนจะหยุดยืนมองอยู่ที่หน้าต่างบานหนึ่งที่สามารถมองเห็นภายในตัวบ้านได้จากตรงนี้
ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะขยับสิ่งที่อยู่ในมือและเมื่อเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้วเธอจึงตัดสินใจกลับเข้าไปในบ้านพักพร้อมกับกดโทรศัพท์หาลูกน้องของลุงเอกไปด้วย
กึก!
ฉลองคุณงัวเงียลงมาด้านล่าง เขากำลังจะควานหาสวิตช์ไฟแต่สัมผัสแข็ง ๆ ที่จิ้มเข้ามาที่ด้านหลังทำให้ใจของชายหนุ่มหายวาบ! สติที่ตื่นฟุ้งขึ้นมาบอกให้เขายกสองมือแบออกขึ้นเหนือศีรษะ
กริ๊ก!
“เดินไปข้างหน้า”
เสียงหวานใสคุ้นเคยที่ดังอยู่ด้านหลัง ฉลองคุณคล้ายว่าจะถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่สัมผัสที่กระทุ้งกับแผ่นหลังนั้นทำให้เขานึกอยากจะให้ทั้งบ้านสว่างขึ้นมาเสียเดี๋ยวนี้!
ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินตามที่คนด้านหลังบอก และแค่พริบตาเธอก็กระโจนไปเปิดสวิตช์ไฟและวิ่งตุบตับถอยห่างเขาออกไปในทันที
“ยกมือขึ้นและคุกเข่าลงไป!”
จิลลาภัทรตวาดออกไปในตอนที่จ่ออาวุธร้ายกับลำเอวคนที่อุกอาจเข้ามาภายในบ้านส่วนตัวของเธอ หญิงสาวมือเท้าเย็นเฉียบ เธอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอาปืนจ่อคน! สิ่งที่คิดได้…อาจจะเป็นคิมหันต์แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะเขาคงไม่กล้าที่จะเหยียบเข้ามาในบ้านของเธออย่างแน่นอน
เขาไม่มีทางเข้ามาในหมู่บ้านที่ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยมแบบนี้ ไม่มีทางผ่านคนของลุงเอกมาได้ ไม่มีทางเสียหรอก…
และทันทีที่คนที่เธอเอาปืนจ่อเอวเขาเมื่อครู่หันมา ดวงตาของเราทั้งคู่สบกัน จิลลาภัทรหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว!
ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น เธออ้าปากและหุบปาก ก่อนจะอ้าปากอีกครั้ง ท่าทางเหมือนปลาที่ขาดอากาศหายใจเลยด้วยซ้ำ!
“ปืนมีลูกด้วย…เกิดลั่นขึ้นมาจะรับผิดชอบยังไง?”
ฉลองคุณในชุดกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียว เสื้อแสงสักตัวก็ไม่ได้ใส่ลงมา เขาสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงรถยนต์คิดว่าอาจจะเป็นลูกน้องของเตวิชที่นัดไว้
แต่เมื่อลงมาด้านล่างกลับโดนเอาปืนจ่อจากทางด้านหลังแทน ใจหายใจคว่ำหมด!
ชายหนุ่มก้าวเท้าแค่เพียงสองก้าวก็มาถึงตัว มือหนาคว้าปืน ลูกโม่ Smith m60 ก่อนจะปลดลดนกและมองใบหน้ารูปไข่ที่ดูจะมีแก้มสักหน่อยของคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานแรมปี
“เฮีย…ขะ เข้ามาบ้านจิลล่าได้ยังไง”
“เดินเข้ามา…แต่เกือบจะได้ห่อผ้าออกไป”
ดวงตาสีเข้มคู่เดิมมองเธออย่างเรียบนิ่งแต่เนื้อตัวของจิลลาภัทรคล้ายมีไฟลามเลีย หญิงสาวจึงเฉตามองไปทางอื่น
ฉลองคุณมองท่าทางตื่น ๆ ของจิลลาภัทรแล้วถอนหายใจ ก่อนที่เขาจะเดินผ่านหน้าเธอไปและไปวางอาวุธร้ายที่แย่งจากหญิงสาวลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังตึง!
“จิลล่าไม่รู้ว่าเป็นเฮีย จิลล่าคิดว่าเป็น…” จิลลาภัทรพูดแค่นั้นแล้วก็หยุดไปแต่ฉลองคุณรู้ว่าเธอหมายถึงแฟนเก่า
“เฮียมาทำอะไรที่นี่…” เธอถามเขาทั้งยังมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะหลุบตาลง
ฉลองคุณไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวแต่เดินไปหยิบเสื้อที่พาด ๆ แถวนั้นมาสวมใส่แทนและหมุนตัวกลับมามองเธอ
แววตาของเขาไม่ได้ดุดัน คำพูดก็ไม่มีอะไรต่อว่าเลยแต่เธอกลับรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
“มาทำงาน พ่อเราให้มาพักที่นี่” จิลลาภัทรเม้มปากก่อนจะหันซ้ายหันขวาแล้ววิ่งไปรวบอาหารที่กวาดซื้อมาจากตลาดค่อย ๆ เอาไปวางกองอยู่บนโต๊ะที่เขายืนอยู่ตรงนั้น
ระหว่างนั้นบทสนทนาเงียบไปหลายนาที จนเมื่อไม่มีใครยอมพูดอะไร จิลลาภัทรจึงเงยหน้ามองคนตรงหน้าอีกครั้งและเขาก็ยังคงกอดอกมองเธอ มองแล้วทำไมไม่พูดเธอก็ไม่เข้าใจ
“จิลล่าเพิ่งเลิกเรียน หิวมาก…เฮียกินข้าวรึยังถ้ายังจะกินด้วยกันก็ได้” ที่นี่คือบ้านของเธอและผู้ชายตรงหน้านับเป็นพี่ชายของเธอ ไม่มีอะไรต้องกังวล
จิลลาภัทรเดินหายไปยังห้องครัวก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับขวดน้ำ แก้วน้ำและถ้วยน้ำจิ้มหนึ่งใบ
หญิงสาวไม่เหลือบมองคนที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยซ้ำ
จิลลาภัทรตั้งหน้าตั้งตาแกะหนังยางของน้ำจิ้มลูกชิ้นปลาระเบิดแต่ไม่ว่าจะพยายามแกะแค่ไหนมันก็ยิ่งพันกันมัวไปหมด!
สุดท้าย…ฟิ้วววว ปากเล็ก ๆ งับที่มุมถุงข้างหนึ่งและใช้ฟันซี่หน้ากันก่อนจะ ปรูดดดด บีบน้ำจิ้มใส่ถ้วยที่เตรียมมา
จิลลาภัทรหิวจนหน้ามืด เธอจิ้มลูกชิ้นในน้ำจิ้มก่อนจะยัดเข้าปากไปทั้งชิ้นและเข้าในแนวขวางเสียด้วยแต่เมื่อนึกได้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวก็พูดขึ้นมา
“ป้ารัดถุงน้ำจิ้มแบบใส่รหัสก็เลยต้องใช้ปากกัด เฮียคงไม่ถือใช่ไหม กินด้วยกันได้นะ” เธอมีน้ำใจชวนซ้ำ เพราะไม่อยากจะดูเป็นคนแล้งน้ำใจขนาดนั้น
ทั้ง ๆ ที่หากเขากินแน่นอนว่าจิลลาภัทรจะต้องไม่อิ่มแน่ ๆ
อย่างน้อยตอนเด็กพี่ชายคนนี้ก็เคยแสนดีกับเธอ ไม่ว่าจะมีอะไรเขาก็จะให้เธอกินก่อน
“ทำไมกินอาหารมัน ๆ แบบนี้ก่อนนอน” และแล้วเขาก็พูดกับเธอได้ หญิงสาวตวัดเพียงแค่ลูกตาเหลือบขึ้นมองไปทางคนพูด
“ก็มันอร่อย แล้วก็สะดวกดีค่ะ จิลล่าขับรถผ่านตลาดช่วยแม่ค้าอุดหนุนเพราะป้าแกจะเข้าบ้านแล้ว”
“ทำไมหิวข้าวถึงไม่กินข้าว มีแต่ของมัน ๆ ไม่มีประโยชน์เลย” ฉลองคุณไม่ต้องเดินมาดูด้วยซ้ำก็รู้ว่าหญิงสาวซื้อมามีแต่ของทอดทั้งนั้น
“ก็ร้านอาหารตามสั่งมันปิดหมดแล้ว วันนี้อยู่ล้างคอกวัวเลยกลับช้า เฮียก็รู้ว่าจิลล่าไม่ชอบมาม่าและในบ้านก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากไข่กับข้าวแช่แข็ง” ฉลองคุณมองปากเล็กที่ขยับพูดกับเขาและมองแก้มเห็นเส้นเลือดที่บวมตุ่ยออกมาเพราะลูกชิ้นที่ยัดเข้าไปจำนวนหลายลูก
ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะดันกล่องกระดาษทิชชูไปตรงหน้าเธอ จิลลาภัทรเคี้ยวอาหารช้าลงไม่มองไปทางคนหวังดีด้วยซ้ำ
“งั้นก็รอแป๊บหนึ่งจะไปทอดไข่ให้ ไข่ดาวกรอบ ๆ สองฟองพอไหม?”
