-10-ฝังใจ
“ดีล งั้นเดี๋ยวกูไปรับ” ทรายเอ่ยพูดขึ้นอย่างรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะส่วนใหญ่ถ้าไปไหนด้วยกันก็จะเป็นเธอที่ต้องคอยดูแลไปรับไปส่งเพื่อนทั้งกลุ่ม
“รู้หน้าที่ดีมาก” ทับทิมพูดขึ้นแต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากโทรศัพท์ที่กำลังตอบไลน์คนคุยของตนเองอยู่
“ร้านรูท… ร้านที่ธันวาไปเล่นกีตาร์ป่าววะ” ทรายพูดขึ้นเบา ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเคยบอกเหมือนทำงานพิเศษที่นั่นถ้าจำไม่ผิด และแม้จะเป็นคำพูดที่เหมือนเอ่ยคนเดียว แต่ก็ทำให้เพื่อนได้ยินทั้งยังตั้งใจฟังอีกต่างหาก
“ธันวาเล่นกีตาร์อยู่ร้านนี้หรอมึง”
“เออ ถ้ากูจำไม่ผิดนะ ร้านรูทนี่แหละ”
“ดีจัง ได้เจอกันอีกแล้ว” ปุยฝ้ายพูดขึ้นเสียงแผ่วเบา แค่นึกถึงใบหน้าหล่อคมของธันวาที่กำลังเล่นกีตาร์ก็ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาอย่าลืมตัว
“มึงว่าอะไรนะ”
“เปล่า ไม่มีอะไร กูว่าวันนี้ไปเร็วดีกว่า สัก 6 โมงเย็นโอเคปะ” ประโยคแรกปุยฝ้ายพูดกับทราย ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนเพื่อนัดเวลา
“มึงรีบไปเปิดร้านให้เขารึไง” ทับทิมทำหน้านิ่งหันมาถาม เพราะปกติคนที่สายตลอดก็มักจะเป็นปุยฝ้าย แต่นี่เล่นนัดไปร้านเหล้าตั้งแต่ยังไม่ทันมืดเลยทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ
“ไปหาอะไรกินก่อน จะได้ไม่เมา ยิ่งไปกับพวกพี่พอร์ชกูยิ่งไม่อยากเมาเป็นหมา” มันเป็นคำแก้ตัวที่เธอนึกได้ในตอนนี้ เลยบอกทับทิมไปแบบนั้น
“เหอะ กูจะรอดูหกโมงเย็นของมึงอีปุยฝ้าย” คำว่าตรงเวลาของกลุ่มเธอนั้นไม่มีอยู่จริง โดยปกติถ้านัดกันหกโมงถึงจะบอกว่าจริงจังและขอให้ตรงเวลาแค่ไหนก็พึ่งออกจากบ้าน หรือไม่ก็กำลังอาบน้ำแต่งตัว มักเป็นแบบนี้ตลอด จนพวกเธอรู้เวลาของเพื่อนในกลุ่มกันดี
“กูจะไปถึงหน้าบ้านมึงตั้งแต่ห้าโมงเย็นเลยคอยดู”
“มึงถามกูยัง” ทรายที่นั่งทำงานเอ่ยขึ้น เพราะเธอยังไม่ได้ตอบตกลงกับเวลาที่ปุยฝ้ายเป็นคนนัดเองเออเองคนเดียว
“มา ๆ มึงยังเหลือตรงไหนอีกงานอะ กูช่วย” ปุยฝ้ายเดินเข้าไปช่วยทรายที่นั่งออกแบบงานคู่ยังไม่เสร็จ เพื่อนไม่ใช่คนที่แต่งตัวอะไรนาน ที่ช้าเป็นเพราะเธอกับพิงค์มากกว่า ส่วนใหญ่อีกฝ่ายจะใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีน ทาลิปมัน รวบผมหางม้าลวก ๆ ก็คือเสร็จไปได้ทุกที่ มันเลยไม่ใช่ปัญหา
“เออ มึงมาทำต่อก็ดีกูขอพักสายตาหน่อย”
“เอาเก้าอี้มาต่อ นอนบนตักกูนี่” ปุยฝ้ายบอกทรายที่จะนอนฟุบลงกับโต๊ะ คลาสนี้อาจารย์อยู่สั่งงานแค่ครึ่งชั่วโมงแรกและปล่อยให้แยกย้ายไปทำงาน ส่งอีกทีก็อาทิตย์หน้า ในห้องจึงเหลือแต่กลุ่มพวกเธอ ทรายลุกขึ้นไปเลื่อนเก้าอี้ตามคำเพื่อน ก่อนล้มตัวนอนตักอีกฝ่ายพลางใช้เสื้อคลุมปิดหน้าเอาไว้
@รูทบาร์
“นั่นไงกูว่าแล้ว เพราะมึงอะตรงเวลาเกิ๊นฝนเลยตก” หลังจากแยกย้ายกันกลับ ปุยฝ้ายโทรเร่งทุกคนตั้งแต่ห้าโมงเย็น เลยทำให้นัดนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเธอตรงเวลาที่สุด แม้จะมาถึงร้านตอนหกโมงครึ่งก็ตาม
ภายนอกร้านตอนนี้ฝนกำลังตกอย่างหนักเลยทำให้ทับทิมอดที่จะแซวปุยฝ้ายขึ้นไม่ได้ ว่าเป็นเพราะเธอตรงเวลากว่าทุกครั้งที่นัดเที่ยวกัน
“พวกมึงอย่าพูดมาก กินอะไรสั่งเร็ว ๆ กูหิว” ปุยฝ้ายไม่ได้สนใจคำพูดนั้น เธอพยายามมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหาธันวาแต่ก็ไม่เจอ
เลยหันมานั่งพูดคุยเล่นกับเพื่อน จนเริ่มมืดผู้คนในร้านจากที่มีแค่พวกเธอเพียงโต๊ะเดียวเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มร้าน ส่วนนักดนตรีเองก็ขึ้นมาเทสเครื่องเสียง
เพลงเริ่มบรรเลงในจังหวะช้า ๆ ฟังแล้วสบายหู จนเวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่มบุคคลที่นัดไว้ก็เดินเข้ามาภายในร้านพร้อมพี่รหัสของปุยฝ้ายและเพื่อนของพวกเขาอีก 3 คน
“พี่โจ้ พี่พอร์ช ทางนี้ค่ะ” กลุ่มชายหนุ่มที่เห็นรุ่นน้องตัวเองโบกไม้โบกมือเรียกให้พวกเขาเห็นว่าเธออยู่ทางนี้ เผยยิ้มพร้อมก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเห็นแล้ว
“ทำไมวันนี้สาว ๆ มาเร็วผิดปกติ” โจ้พี่รหัสปุยฝ้ายเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกใจ ปกติจะเป็นพวกเขามากกว่าที่มานั่งรอ
“ถามมันดู” ทับทิมอีกเช่นเคยที่คอยพูดแซะปุยฝ้ายตั้งแต่เธอนัดเวลา ก่อนทั้งกลุ่มจะมองมายังปุยฝ้ายเป็นสายตาเดียวกัน
“จะมองอะไรกันขนาดนั้น นั่ง ๆ คอแห้งแล้วเนี่ย”
“คอแห้งงั้นพี่จัดเพียวเลยนะ” พี่พอร์ชพูดขึ้นหยอกล้อปุยฝ้าย
“ใจเย็นพี่นี่น้องเอง”
“โหววว นึกว่าปุยฝ้ายจะคึก”
