บท
ตั้งค่า

-09-เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

“ชมรมดนตรี ปุยฝ้ายจะไปไหนหรอ แล้วทรายล่ะ” ปกติเห็นปุยฝ้ายที่ไหนก็มักจะเจอทรายตลอด แต่วันนี้กลับเห็นอีกฝ่ายเดินมาเพียงคนเดียว

“ไปเอาโน้ตบุ๊กที่ห้องชมรม ไอ้ทรายอยู่บนตึกทำงานอยู่”

“ช่วยถือปะ ดูท่าน่าจะหนัก” จากขนาดตัวที่เล็กและความสูงเพียงร้อยห้าสิบสองเซนฯของพิงค์ มันเลยทำให้กีตาร์ขนาดปกติดูใหญ่เกินไปมาก

“ใช้ได้อยู่”

“พิงค์ ๆ พี่แบงค์เรียกประชุมด่วนว่ะ” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ เพื่อนพิงค์ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเรียกเธอ

“ตอนนี้เลยหรอ อีก 10 นาทีได้ปะ เอากีตาร์ไปคืนก่อน”

“พี่แบงค์หน้าตาจริงจังมากอะ ฉันว่ารีบไปเหอะ” ด้วยท่าทีของเพื่อนพิงค์กับอาการหายใจเหนื่อยหอบจากการวิ่งยิ่งทำให้รู้ว่าคงมีเรื่องด่วนและสำคัญจริง ๆ

“พิงค์ ยังไงเราผ่านห้องชมรมดนตรีอยู่แล้ว เดี๋ยวเราเอาไปคืนธันวาให้ก็ได้” ปุยฝ้ายเอ่ยอาสา

“เอ่อ… งั้นเรารบกวนหน่อยนะปุยฝ้าย”

“อือ ไม่เป็นไร รีบไปเหอะ”

“เร็วพิงค์” ปุยฝ้ายรับกีตาร์จากพิงค์มาถือ ก่อนที่อีกคนจะโดนเพื่อนของตัวเองคว้าข้อมือแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป

ปุยฝ้ายเดินมาจนหยุดอยู่ที่หน้าชมรมดนตรีเพื่อมองหาธันวา แต่กวาดสายตาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ดูเหมือนวันนี้ชมรมดนตรีจะมีกิจกรรมอะไรสักอย่างจึงทำให้นักศึกษามาออกันเยอะเป็นพิเศษ

“ปุยฝ้ายมาสมัครเป็นมือกีตาร์กับเขาด้วยหรอ” เสียงโทนอบอุ่นดังเรียกเธอขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อหันไปหาชายร่างสูงโปร่ง หน้าคมฉบับลูกครึ่งอิตาลี พี่พอร์ชประธานชมรมดนตรี

“ถ้าเป็นเราพี่ให้ผ่านเลย ไม่ต้องออดิชั่น”

“บ้าน่ะพี่พอร์ช ปุยฝ้ายเล่นกีตาร์เป็นซะที่ไหน”

“เดี๋ยวพี่สอนให้ก็ได้ ไม่คิดค่าสอน แถมเลี้ยงข้าวทุกมื้อ สนใจไหมครับ”

“ฮ่า ๆ พอเลยค่ะพี่พอร์ช จะหยอดไปถึงไหน”

“หยอดจนกว่าเราจะเลิกน่ารัก”

“พอเลย ๆ ปุยฝ้ายเขิน”

“เวลาเราเขินแก้มแดงหูแดงไปหมดรู้ตัวไหม อะไม่แกล้งแล้วก็ได้ สรุปมาทำอะไรชมรมพี่”

“ปุยฝ้ายเอากีตาร์มาให้ธันวา”

“ไอ้ธันวาอยู่ในห้องซ้อมนู่น เดี๋ยวพี่พาไป คนสวยเยือนชมรมทั้งที ต้องบริการให้ประทับใจเป็นพิเศษจะได้มาบ่อย ๆ”

“พี่พอร์ช”

“ฮ่า ๆ โอเคค่ะไม่แกล้งแล้ว”

“เฮ้ยธันวา มึงให้คนสวยกูแบกกีตาร์แบบนี้ได้ไงวะ” ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประตูเข้าไป พี่พอร์ชก็พูดตะโกนขึ้นเสียงดัง

“พี่พอร์ช” ทำเอาปุยฝ้ายตีไปยังไหล่แกร่งของคนที่เดินนำหน้าเธอทันที เมื่อเขายังไม่เลิกพูดแซวแกล้งแถมยังเสียงดังจนทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของนักศึกษาทั้งชมรม

“อะไรของพี่วะ เสียงดังเสียสมาธิ”

“ปุยฝ้ายสาวฮอตคณะนิเทศแบกกีตาร์มาให้มึงเนี่ย รีบ ๆ มาเอาไปซะ”

แม้ปากบอกว่าจะไม่แกล้งเธอ แต่เหมือนกับมันเชื่อไม่ค่อยได้

ทำเอาเธอที่ต้องเดินเอากีตาร์ไปให้ธันวารู้สึกประหม่า เขินกับสายตาทุกคนซึ่งมองมายังเธอ ถึงจะเคยเจอพวกพี่เขาแล้วก็ตาม

“สวัสดีค้าบน้องปุยฝ้ายคนสวย”

“สวัสดีค่ะพี่แทน” ปุยฝ้ายยิ้มตอบกลับเพื่อนพี่พอร์ชไป ก่อนที่ธันวาจะลุกขึ้นเดินเข้ามารับกีตาร์

“พิงค์ไม่ว่าง เลยฝากฉันเอามาให้”

“อืม ขอบใจ”

“ไม่เป็นไร”

“เฮ้ย ๆ ขอบใจอย่างเดียวได้ไง แบบนี้มันต้องเลี้ยงขอบคุณ”

ทำเอาทั้งปุยฝ้ายและธันวาคิ้วขมวดผูกกันเป็นปม มองไปยังพอร์ชที่พูดขึ้น

“อะไรพี่พอร์ช ไม่ต้อง แค่นี้เอง”

“ได้ไงกัน ไม่ได้ ๆ น้องสาวพี่ถือกี่ตาร์มา นี่ดูสิมือแดงหมดเลย”

“เว่อร์ไปพี่พอร์ช”

“เออไอ้พี่พอร์ช มึงอะเว่อร์” ธันวาพูดตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะหันไปนั่งแล้วหยิบกีตาร์ขึ้นมาซ้อมต่อ

“ถ้ามึงจะเรียกกูไอ้ วันหลังก็ไม่ต้องมีพี่ก็ได้” พี่พอร์ชแหวเสียงใส่ธันวาอย่างไม่จริงจัง ทำเอาปุยฝ้ายอดหัวเราะออกมากับหน้านิ่งหน้าตายของอีกฝ่ายที่ทำเมินและตีมึนใส่พี่พอร์ช

แต่ทว่าเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มของปุยฝ้ายทำให้ชายหนุ่มในชมรมไม่อาจละสายตาไปไหนได้ มันน่ารักและดูเหมือนทั้งโลกจะสดใสทันที จนพอร์ชต้องเอาตัวมายืนบังร่างบางไว้

“มองอะไรกันพวกมึง ซ้อม ๆ”

“โห่ววววว พี่พอร์ชบังทำไมเนี่ย”

“ฮ่า ๆ อะไรคะพี่พอร์ช”

“ใครให้เรายิ้มแบบนี้ เดี๋ยวพวกมันก็หม้อใส่อีก”

“ฮ่า ๆ หวงยิ่งกว่าตอนปุยฝ้ายมีแฟนอีกอะ”

“หยุดยิ้ม หยุดหัวเราะเลยปุยฝ้าย พี่จริงจัง”

“แบบนี้เรียกจริงจังแล้วหรอคะ ฮ่า ๆ”

พอร์ชยกมือหนาขึ้นมายีผมร่างบางอย่างเอ็นดูกับท่าทีเฟรนลี่ที่มักจะทำให้ชายหนุ่มหลายคนเห็นแล้วแทบละลาย

“งั้นปุยฝ้ายไปก่อนนะคะ ไปแล้วนะคะพี่แทน ธะ… ธันวา”

ปุยฝ้ายเอ่ยบอกพี่พอร์ชก่อนจะชะเง้อหน้าออกมาบอกลารุ่นพี่เป็นมารยาทกลับ

“ปุยฝ้าย คืนนี้ร้านรูทนะ พี่เลี้ยงเอง”

“จะไม่มอมน้องใช่ไหม” เธออดที่จะแซวหยอกล้อกับเพื่อนพี่รหัสไม่ได้

“ถ้ามอมได้ก็ดีดิ”

“แบร่ เดี๋ยวขอหาเพื่อนก่อน ยังไม่รับปากนะ” ปุยฝ้ายแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พอร์ช เพราะเธอรู้ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่ทำแบบนั้นกับเธอแน่ ๆ

“ได้ครับผม”

พอร์ชเดินออกมาส่งน้องรหัสของเพื่อนหน้าห้องชมรม เขาเองเคยอยากจะจีบปุยฝ้ายแต่ก็โดนเธอพูดดักคอไว้ก่อน เพราะค่อนข้างสนิทจากการไปเที่ยวไปดื่มกันอยู่หลายครั้ง

หญิงสาวอยากให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพอร์ชเป็นแค่พี่น้องกันมากกว่า ถ้าหากอีกฝ่ายมาจีบแล้ววันหนึ่งต้องเลิกกัน คงจะต้องเสียมิตรภาพและพี่ชายที่แสนดีอย่างนี้ไป

ปุยฝ้ายเป็นผู้หญิงที่เด็ดขาดในคำพูด อีกทั้งยังสวย น่ารัก และก็แอบมีมุมเซ็กซี่อยู่ด้วย รวมถึงค่อนข้างมีความมั่นใจในตัวเองสูง นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเธอ แถมยังเฟรนลี่เข้ากับคนง่าย

เลยมักจะมีพวกผู้ชายเพลย์บอยเจ้าเล่ห์แวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่บ่อยครั้ง

ยิ่งทำให้พอร์ชทั้งห่วงและหวงน้องสาวคนนี้เป็นพิเศษ ยิ่งตอนปุยฝ้ายโสดแบบนี้ เขาไม่อยากให้เธอเจอคนที่ไม่ดี

“มึง พี่พอร์ชชวนไปร้านรูท ไปปะ” ปุยฝ้ายเอ่ยถามเพื่อนในกลุ่มทั้งสี่คนของเธอ เพราะจำได้ว่าเคยพูดกันทำนองจะไปร้านรูท

นี่ก็เป็นโอกาสดี เพราะได้ไปเที่ยวแถมยังมีคนเลี้ยงอีก

“ไปดิ กูไม่ติด แต่ให้ไอ้ทรายไปส่งกูด้วย” ทับทิมเอ่ยขึ้น

“แล้วมึงสองคนอะ” ปุยฝ้ายหันไปถามมัดหมี่กับปลายฟ้า

“กูถามผัวก่อน” ปลายฟ้าพูดตอบ

“กูไปได้แต่กลับไม่เกินเที่ยงคืน เดี๋ยวพ่อไม่ให้เข้าบ้าน” มัดหมี่บอก กฎเหล็กของบ้านอีกฝ่ายคือไปเที่ยวดื่มสังสรรค์กับเพื่อนได้ แต่ห้ามเกินเวลา บางครั้งพ่อนางก็ไปรับ ห่วงลูกสาวสุด ๆ

“ดีล งั้นเดี๋ยวกูไปรับ” ทรายเอ่ยพูดขึ้นอย่างรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะส่วนใหญ่ถ้าไปไหนด้วยกันก็จะเป็นเธอที่ต้องคอยดูแลไปรับไปส่งเพื่อนทั้งกลุ่ม

“รู้หน้าที่ดีมาก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel