-08-แอบมอง
ปุยฝ้ายหันไปมองยังร่างสูงที่นั่งเล่นเกมอยู่ภายในห้อง
ถ้าให้เขาไปส่งเธอตอนนี้ก็กลัวว่าอาจทำให้ธันวาอารมณ์เสียหรือหงุดหงิด เพราะเขาเหมือนยังเล่นเกมไม่จบด่านและกำลังเมามันอยู่เลย
“ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า”
“มันมืดแล้วนะลูก”
“ปุยฝ้ายขับรถกลับบ้านช่วงกลางคืนบ่อยค่ะ แค่นี้สบายมาก ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้ อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบแม่ของธันวาไปเช่นนั้นเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล เพราะที่จริงแล้วเธอจะขับรถเก๋งไม่ใช่มอเตอร์ไซค์แบบนี้
“ถ้าแบบนั้นก็ได้จ้ะ ขับรถกลับดี ๆ นะ”
ปุยฝ้ายยกมือไหว้แม่ของธันวาเป็นการบอกลาก่อนจะเดินมายังรถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นคันเล็กและขับออกมาจาก แต่ผ่านพ้นประตูรั้วมาได้แค่นิดเดียวเท่านั้นก็ต้องหยุดใต้ไฟถนนริมทางที่มีเพียงดวงเดียวทั้งซอย
ความมืดสนิทของถนนทำให้เธอแอบหวั่นใจ ควานหาหูฟังบลูทูธเพื่อเอามาเปิดเพลง มันอาจจะช่วยดึงความสนใจออกจากบรรยากาศวังเวงตลอดสองข้างทางที่ขับผ่านได้บ้าง
แต่ขณะที่เธอกำลังควานหาของในกระเป๋า อยู่ ๆ ก็มีไฟรถส่องมาจากทางด้านหลังและจอดเทียบข้าง ๆ
“ทำไมไม่บอกว่าจะกลับ แล้วนี่จอดทำอะไร” เป็นธันวาที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ PCX ของที่บ้านออกมาพลางพูดเสียงเข้ม เพราะเขาคิดไว้แล้วว่าจะไปส่งเธอเมื่อเล่นเกมจบด่าน แต่พอเล่นเสร็จกลับไม่พบอีกฝ่าย พอถามผู้เป็นแม่ถึงรู้ว่ากลับแล้ว เขาเลยรีบขับตามมา
“เอ่อ... เห็นนายเล่นเกมอยู่ เราไม่อยากกวน อีกอย่างก็ใกล้นิดเดียวเอง”
“แล้วจอดทำอะไรตรงนี้”
“หาหูฟัง จะฟังเพลงน่ะ แต่สงสัยลืมไว้ที่บ้าน”
“เอากล่องสตรอว์เบอร์รีมา” ชายหนุ่มมองไปด้านหลังรถที่ปุยฝ้ายตั้งลังสตรอว์เบอร์รีไว้และขับรถมือเดียวออกจากบ้านของเขา ซึ่งธันวาพอจะดูออกว่าเธอขับมอเตอร์ไซค์ยังไม่แข็งตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่พามาบ้าน
“ไม่เป็นไรเราขับได้”
“เอามาเหอะน่า เดี๋ยวขับไปส่ง” คำพูดของธันวาดูเหมือนตัดรำคาญแต่ทำเอาเธอใจเต้นแรงทันที
“ปะ… ไปส่งฉันหรอ” ปุยฝ้ายถามซ้ำอีกครั้ง เพราะอาจจะชอบเขาจนหูเพี้ยนฟังผิดไปเองก็ได้
“อืม “
ระหว่างทางที่ธันวาขับรถตีคู่มาส่ง เธอแอบมองอีกฝ่ายตลอด ยิ่งเป็นแบบนี้ มันยิ่งทำให้รู้สึกดีกับเขาขึ้นไปอีก
ปุยฝ้ายแทบไม่ละสายตาไปมองถนนจนชายหนุ่มรู้ตัว
“ปุยฝ้าย มองทาง” ถึงเสียงที่เขาพูดออกมาจะเข้มปนดุ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำเอาใจของเธอเต้นรัวไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้เพราะโดนจับได้หลังแอบมอง หรือเป็นชื่อตนเองซึ่งออกมาจากปากเรียวกันแน่
ปุยฝ้ายเบือนหน้าหนีกลับมามองทางจนถึงบ้านทราย
“ขับรถยังไงไม่มองทาง” ทันทีที่จอดรถธันวาก็อดที่จะดุปุยฝ้ายไม่ได้ เพราะหากเขาไม่เตือน เธออาจจะขับรถตกข้างทางไปแล้ว
“ก็มองนายอยู่น่ะสิ” ปุยฝ้ายพูดขึ้นเบา ๆ ทำให้ธันวาได้ยินสิ่งไม่ถนัด
“ว่าอะไรนะ”
“เปล่า ไม่มีอะไร ขอบใจมากนะที่มาส่ง”
“อืม อยู่คนเดียวก็ล็อกบ้านล็อกอะไรให้ดีด้วยละ”
“อืม” ปุยฝ้ายตอบไปเช่นนั้นแต่กลับยืนรอให้เขาขับรถออกไปก่อน แล้วจึงค่อยเข้าบ้าน ทว่าธันวาก็ยังนิ่ง แถมเผลอประสานสายตากันอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเป็นเธอที่ต้องหันหลบ
“นายไม่กลับบ้านหรอ”
“เธอก็เข้าบ้านไปสิ เดี๋ยวล็อกรั้วให้”
“เอางั้นหรอ”
“อือ เข้าบ้าน” ธันวาย้ำเสียงเข้มจนร่างบางเข้าบ้านและล็อกประตูเรียบร้อย เขาจึงค่อยขับรถออกไปทั้งยังล็อกประตูรั้วให้เธอ
แต่การกระทำทุกอย่างและคำพูดซึ่งดูเป็นห่วงเป็นใยนั้นยิ่งทำให้ปุยป้ายคลั่งไคล้หนักขึ้นโดยที่เขาเองยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
กรี๊ดดดดดดดดดดด
หลังจากหญิงสาวเข้ามาในห้องและล็อกประตู เธอก็เอาหน้าซุกหมอนร้องกรี๊ดจนสุดเสียง
“ทำไมนายน่ารักแบบนี้ธันวา” ร่างบางได้แต่นอนยิ้มแก้มแทบปริ ดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ของเพื่อนสนิท ไม่ว่าเธอจะพลิกซ้ายพลิกขวาก็มีแต่หน้านิ่ง ๆ ลอยอยู่เต็มไปหมด
“ฉันจะนอนหลับไหมเนี่ย”
…
@ณ มหาลัย H
“ปุยฝ้าย”
“ฮะ… อะไร”
“มึงอะนั่งยิ้มอะไร” ทรายเรียกปุยฝ้ายที่เอาแต่นั่งยิ้มเหม่อลอยตั้งแต่เข้ามาให้ห้อง
“เปล่าสักหน่อย”
“ได้ผู้ใหม่หรอวะ”
“ผู้อะไรของมึง เพ้อเจ้อ”
“ก็มึงนั่งยิ้มอะ อย่างกับคนมีความรัก”
“เพ้อเจ้อแล้วมึงอะ”
“หรอออ… มึงคิดจะปิดเพื่อนอย่างกูได้หรอปุยฝ้าย” ทรายพูดแซวในท่าทีของอีกฝ่าย เพราะดูยังไงก็เหมือนกับคนกำลังมีความรัก นั่งยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่คนเดียว หยอกนิดหน่อยก็หน้าแดงแล้ว ยิ่งทำให้เธออยากรู้ว่าใครกันที่ทำให้เพื่อนรักเสียอาการได้ขนาดนี้
“อะไรของมึง... ไม่มีไรเว้ยยย เอาโทรศัพท์มึงมายืมเล่นหน่อยดิ๊” ปุยฝ้ายเปลี่ยนเรื่องไปยืมโทรศัพท์ทรายมาเล่นแทน เพราะเห็นว่าเพื่อนนั้นกำลังเปิดคอมออกแบบงานอยู่
แต่จุดประสงค์ไม่ใช่แค่ขอโทรศัพท์มาเล่นเหมือนทุกครั้ง แต่เธอต้องการค้นหาไลน์ หรือไม่ก็เฟซบุ๊กของธันวา คนที่ทำให้เธอเหม่อและยิ้มเขินอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อคืน
ทรายยื่นโทรศัพท์มาให้ปุยฝ้ายเหมือนทุกที เพราะปกติเธอสองคนมักสลับโทรศัพท์กันเล่นเป็นประจำ
“รหัส?”
“กูบอกมึงรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย 300414 จำไว้ด้วย รอบหน้าถามอีกกูไม่บอกแล้ว”
“อย่าบ่น ทำงานไป” ปุยฝ้ายกดรหัสตามที่เพื่อนบอกก่อนจะเข้าเฟซบุ๊ก ดูรายชื่อเพื่อนของทราย
( ธันวา ) เธอพิมพ์ชื่อไปในช่องค้นหาแต่ก็ไม่เจอ
‘หรือจะเป็นภาษาอังกฤษ’
( Tanwa )
‘ไม่เห็นมีเลย’ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เธอก็หา
เฟซบุ๊กเขาไม่เจอ
‘ในไลน์ต้องมีสิ เป็นญาติกันคงคุยกันบ้างแหละ’ ร่างบางกดเข้าไปในแอปพลิเคชันไลน์ของเพื่อนสนิท แต่ทรายนั้นกลับล็อกรหัสไว้ ซึ่งก็คนละรหัสกับหน้าจอโทรศัพท์อีก
“ขอรหัสไลน์หน่อยดิ จะส่งรูปไปในไลน์กูอะ” ทรายหยิบโทรศัพท์จากมือปุยฝ้ายเพื่อใส่รหัสแล้วส่งกลับให้เพื่อน
ปุยฝ้ายยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเพื่อนเธอไม่ถามหรือบ่นอะไร
ร่างบางเลื่อนไล่ดูรายชื่อแรกจนถึงสุดท้ายทว่ายังหาไม่เจอ แต่ก็ลองกวาดตามองช้า ๆ อีกครั้งเพราะเธอมั่นใจว่ายังไงทรายต้องมีไลน์ของธันวาแน่ ๆ
จนมาเจอรายชื่อหนึ่ง มีแต่อิโมจิรูปหอยทาก เธอกดเข้าไปดูโปรไฟล์ มันเป็นรูปชายหนุ่มที่ยืนหันข้าง ถ้ามองผ่าน ๆ อาจจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายคือธันวา
แต่เมื่อกดเข้ามาดูรูปใหญ่ ร่างบางก็ซูมดูใกล้ ๆ เพื่อให้มั่นใจ
‘ใช่เขาจริง ๆ ด้วย yes!’ ปุยฝ้ายคิดในใจเมื่อพยายามหาช่องทางติดต่อกับเขาได้สำเร็จ
เธอกดส่งรายชื่อผู้ติดต่อเข้าไปในไลน์ตัวเองทันที และไม่ลืมที่จะลบข้อความออก ส่งรูปเข้าแทนที่ ทรายจะได้ไม่ต้องมาสงสัยทีหลัง
“อะมึง ไม่เล่นแล้ว”
“เออ ๆ ตั้งไว้”
“กูไปเอาโน้ตบุ๊กที่ห้องชมรมนะมึง” ปุยฝ้ายบอกเพื่อนที่ยังนั่งออกแบบงานอยู่
“เออ กูนั่งรอนี่นะ”
“ได้ ๆ”
ทว่าระหว่างที่เธอเดินออกมาจะไปชมรมถ่ายภาพ ก็เจอกับพิงค์ที่แบกกีตาร์ขนาดใหญ่กว่าตัวอยู่ ทำให้ปุยฝ้ายอดถามไม่ได้
“พิงค์ แบกกีตาร์ไปไหน”
“ไงปุยฝ้าย เอาไปให้ธันวาน่ะ เรายืมมาเมื่อเช้า”
“ออ เอาไปให้ที่ไหนอะ”
