บท
ตั้งค่า

-07-เสียดาย

“นาย คือไม่เป็นไรหรอก เราเกรงใจอะ”

ปุยฝ้ายบอกธันวาเพราะเธอเกรงใจเขาจริง ๆ ไม่อยากรบกวน

แต่ร่างสูงก็ไม่ตอบเธอ เดินขึ้นรถจนหญิงสาวที่เห็นอย่างนั้นก็ต้องรีบตรงไปยังมอเตอร์ไซค์และขับตามหลังเขาทันที

ซึ่งร้านที่ทรายฝากให้มาเอาของก็อยู่ไม่ไกล เป็นร้านค้าที่อยู่เยื้องระหว่างสองหมู่บ้านซึ่งเธอเองมักจะขับรถผ่านเป็นประจำ

ปุยฝ้ายจอดรถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นคันเล็กน่ารักไว้หน้าร้าน ในระหว่างนั้นธันวาก็เปิดประตูรถกระบะสี่ประตูสีดำลงมาและเดินเข้าไปคุยกับคุณลุงคนหนึ่งที่นั่งทานข้าวอยู่ตรงโต๊ะแถวนั้น

“ลุง กินข้าวกับอะไร”

“เอ้าธันวา ซื้ออะไรลูก”

“ป่าวครับ มาหาป้าแป๋วลุง”

“ป้าอยู่ด้านในร้าน เข้าไปสิ”

“เธอ เข้าไปสิ ป้าแป๋วอยู่ข้างใน” ธันวาหันบอกปุยฝ้ายที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเขา

“อือ อืมม” หญิงสาวตอบกลับก่อนจะเดินเข้าในร้านตามที่ธันวาบอกเธอ

“สวัสดีค่ะ ป้าแป๋ว” ปุยฝ้ายยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่คนเดียวภายในร้านที่เธอคิดว่าคงจะใช่เจ้าของชื่อ

“จ้า ว่าไงลูก”

“ทรายให้หนูมาเอาของแทนค่ะ”

“อ้อ… รอแป๊บนึงนะลูก” ป้าแป๋วพูดพร้อมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหลังร้าน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมลังสตรอว์เบอร์รีของโครงการหลวงจากเชียงใหม่สองลัง

“หนูมากับธันวารึเปล่าลูก” หญิงวัยกลางคนได้ยินเสียงพูดคุยของธันวากับคุณลุงดังมาจากหน้าก่อนจะเอ่ยถาม เพราะคิดว่าคงรู้จักกัน

“ค่ะ”

“ป้าฝากอีกลังให้ธันวาด้วยนะลูก”

“อ้อได้ค่ะ”

ปุยฝ้ายรับลังสตรอว์เบอร์รีขนาดกลางแล้วเดินออกมาด้านหน้า ธันวาที่เห็นดังนั้นจึงรับไปถือไว้แทน

“ป้าแป๋วฝากมาให้นายลังนึง”

ธันวานำกล่องสตรอว์เบอร์รีทั้งสองใบจากหญิงสาวมาไว้หลังรถ โดยมีท่าทีงุนงงของอีกฝ่ายมองตาม

“เอาไว้ในรถเราก่อนจะได้ขับมอไซค์ง่าย”

“คือ...เราจะเอากลับไปไว้ที่บ้านทรายเลย”

ปุยฝ้ายคิดว่าเธอคงจะเอาลังสตรอว์เบอร์รีไปไว้ที่บ้านก่อน จึงค่อยออกมาหาซื้ออะไรกินเพราะไม่อยากรบกวนที่บ้านของธันวา

“ป้าน้องให้เธอไปเอากับข้าวที่บ้านเรา”

“เอ่อออ… ไม่”

ไม่ทันที่ปุยฝ้ายจะได้เอ่ยปฏิเสธออกไปอีกครั้ง ธันวาก็พูดแทรกเธอก่อน

“เดี๋ยวขับเข้าซอยข้างหน้า บ้านหลังแรก”

“ขับนำไปก่อนเลย ไปดิ จะยืนหน้างงทำไม”

สุดท้ายปุยฝ้ายก็ต้องขับรถเข้ามายังบ้านธันวาตามที่เขาบอก ในซอยค่อนข้างมืดแต่โชคดีมีรถชายหนุ่มขับตามหลังทำให้เห็นทางได้ชัดขึ้นกว่าไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นคันเล็กของเพื่อนสนิทเธอเพียงอย่างเดียว

แต่ระหว่างทางที่ขับรถเข้ามา การที่ธันวาขับตามหลังมันทำให้ปุยฝ้ายรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก เพราะเหมือนอีกฝ่ายคอยจ้องมองเธอตลอด

จนมาถึงบ้านของธันวา เป็นบ้านชั้นเดียวที่ค่อนข้างใหญ่ บริเวณโดยรอบกว้างขวาง ดูร่มรื่นสบายตา เต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด

ร่างบางจอดรถและยืนมองรอบ ๆ อย่างรู้สึกชื่นชอบในลักษณะบ้านขนาดใหญ่ที่ดูร่มรื่นน่าอยู่ จนธันวาเอ่ยชวน ทำให้หญิงสาวเบนสายตาไปยังร่างสูงแทน

“เข้าไปในบ้านก่อน”

“บ้านนายร่มรื่นจัง” ปุยฝ้ายเอ่ยพูดตามสิ่งที่รู้สึกเมื่อเห็นบ้านของอีกฝ่ายขณะเดินตามหลังแกร่งเข้ามาด้านใน

“ธันวา ซ่อมไฟให้ป้าน้องเสร็จแล้วหรอลูก” เสียงผู้เป็นแม่เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นลูกชายคนโตของเธอเดินเข้ามาในบ้าน

“ครับ เสร็จแล้ว”

“สวัสดีค่ะ” ปุยฝ้ายเดินขึ้นมายืนข้างธันวาก่อนยกมือไหว้พลางเอ่ยทักทาย และยิ้มตาหยีส่งให้ผู้เป็นแม่ของชายหนุ่ม

“หนูเพื่อนของยายทรายใช่ไหมลูก”

“ใช่ค่ะ”

“ป้าน้องโทรบอกน้าแล้ว หนูชื่ออะไรจ๊ะ”

“ปุยฝ้ายค่ะ”

“ชื่อน่ารักจังเลย น้าทำกับข้าวไว้เสร็จแล้ว อยู่กินข้าวด้วยกันที่บ้านไหม กลับไปกินคนเดียวเหงาแย่”

“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ แค่นี้หนูก็เกรงใจมากแล้วค่ะ”

ปุยฝ้ายเอ่ยตอบ เพราะเธอไม่รู้จักและไม่ได้เป็นอะไรกับครอบครัวของธันวา แค่แม่เพื่อนสนิทให้มาเอากับข้าวบ้านเขาก็เกรงใจมากแล้ว ถ้าอยู่ทานข้าวด้วย กลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวมากเกินไป

“เกรงใจอะไรกัน คนกันเองทั้งนั้น เพื่อนยายทรายก็เหมือนหลานคนนึง อยู่กินข้าวด้วยกันที่บ้านน้านะหนูปุยฝ้าย”

ไม่ทันที่ปุยฝ้ายจะได้พูดปฏิเสธ แม่ของธันวาก็เข้ามาโอบเอวพาเธอเดินไปยังห้องนั่งเล่น

ทำให้เธอต้องเดินตามท่านมานั่งตรงโซฟาหน้าทีวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งห้องที่อยู่ติดกันเป็นห้องกระจกและเปิดม่านไว้ ทำให้เห็นชุดเครื่องคอมพิวเตอร์สเป็กเทพสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ

“รอในเกมเลย ไม่เกิน 5 นาทีเดี๋ยวเข้าไป”

เสียงธันวาพูดโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องกระจก

“ธันวา ไม่กินข้าวก่อนหรอลูก”

“เดี๋ยวให้เมษาเอาเข้าไปให้ผมหน่อยนะครับแม่”

“อะไรอีกพี่ธันวา” เสียงเด็กสาวเอ่ยขณะเดินเข้ามาถามผู้เป็นพี่ชาย

“เดี๋ยวเอาข้าวเข้ามาให้พี่ด้วย”

“น้องนะไม่ใช่คนใช้”

“ตังค์กินขนมจะเอาไหม”

“ได้เลยค่ะพี่ชาย เดี๋ยวน้องสาวคนนี้จะประเคนให้ถึงที่”

“ก็แค่นั้น” ธันวาพูดขึ้นก่อนเดินเข้าไปในห้องและทำท่าจะปิดม่านสีดำบังสายตาของปุยฝ้ายซึ่งนั่งมองเขาอยู่ แต่ก็ต้องชะงักเพราะโดนน้องสาวเอ่ยห้ามไว้ก่อน

“พี่ธันวา ไม่ต้องปิด ดูด้วย”

ธันวาพยักหน้าตอบรับเป็นการเข้าใจก่อนจะเปิดม่านห้องกระจกไว้เหมือนเดิม

ทุกการกระทำของชายหนุ่มอยู่ในสายตาปุยฝ้าย การที่เขาไม่ปิดม่านห้องเล่นเกม มันก็ยิ่งทำให้เธอได้เห็นและนั่งดูธันวาต่อเรื่อย ๆ

“กินข้าวกันดีกว่าหนูปุยฝ้าย ดูธันวาเล่นเกมไม่ได้สาระอะไรหรอกลูก”

“ฮ่า ๆ ค่ะ ให้หนูช่วยอะไรไหมคะ” ปุยฝ้ายหลุดหัวเราะออกมากับประโยคบ่นลูกชายจากผู้เป็นแม่

“ช่วยน้ายกอาหารก็ได้จ้ะ”

“มีนา เมษา มาช่วยแม่ยกกับข้าวจัดโต๊ะ” ผู้เป็นแม่เอ่ยเรียกลูกสาวคนเล็กสองคน

“แม่ เดี๋ยวมีนาค่อยกินได้ไหม”

“ไม่ได้ มาเร็ว มาช่วยแม่กับพี่ปุยฝ้ายยกของ แล้วสวัสดีพี่ปุยฝ้ายยัง”

“สวัสดีค่ะพี่ปุยฝ้าย แฟนพี่ธันวาหรอคะ น่ารักจัง” เมื่อน้องสาวคนเล็กวัยมัธยมต้นเอ่ยทักเช่นนั้น ทำเอาหญิงสาวหน้าร้อนผ่าว แก้มแดงขึ้น จนเห็นได้ชัด

“อะ… เอ่อ ป่าวจ้ะ พี่เป็นเพื่อนพี่ทรายจ้ะ”

“งื้ออออ เสียดายจัง”

“พอเลย ๆ มีนา พี่ปุยฝ้ายแก้มแดงหมดแล้ว” ยิ่งได้ยินผู้เป็นแม่ของชายหนุ่มเอ่ยแซวก็ยิ่งทำให้เธอเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก

“หน้าแดงจริง ๆ ด้วยค่ะ พี่ปุยฝ้ายน่ารักจัง”

“ขอบคุณจ้า พี่ช่วยนะ ยกไปไว้ตรงไหนจ๊ะ” ปุยฝ้ายรับถ้วยแกงจากมีนา ก่อนจะรีบเดินเอาไปวางที่โต๊ะอาหาร เพราะถ้ายืนต่อต้องโดนแซวอีกเป็นแน่ แค่นี้เธอก็ทำตัวไม่ถูก เขินจนอยากจะกรี๊ดระบายดัง ๆ แต่กลับทำไม่ได้

กระทั่งยกอาหารมาจัดวางที่โต๊ะจนครบ แม่ธันวาก็เอ่ยบอกลูกสาวคนเล็กให้ไปตามผู้เป็นพ่อยังสวนหลังบ้าน แต่ทว่าท่านกลับบอกให้ทานกันก่อนเลย

ทั้งโต๊ะจึงมีแค่ปุยฝ้าย แม่ของธันวา เมษา และมีนาซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กนั่งทานอาหารด้วยกัน

มีนากับเมษาคอยตักนู่นตักนี่ใส่จานให้ปุยฝ้ายทั้งยังชวนเธอคุยจนหายตื่นเต้นและรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เกร็งเหมือนตอนแรกที่เข้ามา ความน่ารักของพวกเธอทำเอาหญิงสาวนั่งกินข้าวไปยิ้มไป สลับพูดเจื้อยแจ้วกันอย่างถูกคอ

“หนูปุยฝ้าย น้าว่าดึกแล้ว เดี๋ยวให้ธันวาไปส่งดีกว่าลูก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel