-06-ใจสั่น
ปุยฝ้ายเดินเข้าไปเปิดหัวแก๊สอย่างที่เคยเห็นในรายการทำอาหารอยู่บ่อย ๆ
แก๊ก แก๊ก ~
“เฮ้อออ ทำไมมันยากจัง” เธอพยายามเปิดเท่าไหร่ไฟก็ไม่ขึ้น
“จะทำอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้านหลัง ทำเอาปุยฝ้ายตกใจพลางเงื้อมือขึ้น แต่ยังดีที่เธอยั้งมือไว้ได้ทันไม่ตบเขาไปเสียก่อน
“นาย! ตกใจหมด”
“คะ… คือเอ่อ ไมโครเวฟมันใช้ไม่ได้”
“อืม เราตัดไฟ โทษทีที่ลืมบอก”
“ไม่เป็นไร เราแค่จะอุ่นแกงอะ แต่เปิดเตาแก๊สไม่เป็น”
ธันวาเดินเข้ามาเปิดตู้ด้านล่าง ทำให้เห็นถังแก๊สที่ยังไม่ได้เปิดวาล์วจึงไม่แปลกที่ปุยฝ้ายจะพยายามเท่าไหร่มันก็ไม่ติด
“ไม่เปิดแก๊ส คงติด”
“แหะ ๆ ขอบคุณนะ” ปุยฝ้ายหัวเราะแห้งตอบกลับ เมื่อธันวาเปิดวาล์วที่ตัวถังและบิดหัวแก๊สเหมือนกับเธอรอบแรก ไฟก็ติดขึ้นอย่างง่ายดาย
ยิ่งอยู่ใกล้ธันวาเท่าไหร่ปุยฝ้ายยิ่งรู้สึกทำตัวไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งเขิน ทั้งอายเขาในคราวเดียวกัน
ปุยฝ้ายรู้สึกไม่เป็นตัวเอง หัวใจเธอเต้นรัวทุกครั้งที่เข้าใกล้ธันวา
“อืม ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนยื่นโทรศัพท์ของปุยฝ้ายที่เขายืมไปคุยคืนเธอ
“ของที่นายหาอยู่มีรึป่าว” ปุยฝ้ายถามกลับเพราะตัวเธอเองรู้สึกอัดอึดหากไม่ได้คุยอะไรกับเขาเลย จึงเลือกจะถามถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามหาอยู่
“มี” ธันวาตอบกลับสั้น ๆ ก่อนเดินออกไปจากห้องครัว แต่เท้าหนาก็ต้องหยุดชะงักเพราะปุยฝ้ายเอ่ยเรียกเขาไว้
“นาย เดี๋ยวสิ”
“คือ… เอ่อ… ไฟใกล้เสร็จรึยัง”
“จะเร่งให้ก่อนมืด” ธันวาตอบกลับเพราะเขาเองก็พยายามรีบให้เสร็จอยู่เหมือนกัน
“อ้อ… มีไรให้ช่วยบอกเราได้นะ” หน้าตาอีกฝ่ายดูนิ่ง ๆ แต่กลับน่าค้นหา แค่นั้นก็ทำให้ปุยฝ้ายเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว
หญิงสาวมองตามหลังกว้างจนหายเข้าไปในห้อง เธอจึงหันเปิดตู้เย็นเอาแกงที่แม่เพื่อนสนิททำไว้ให้ออกมาอุุ่น แต่ไม่ว่าจะทำอะไรใบหน้าหล่อ สายตาน่าค้นหา ดูใจดีและอบอุ่นก็ลอยอยู่ในหัวทำให้ใจสั่น เต้นรัวแรงเมื่อนึกถึงหน้าเขา
ปุยฝ้ายยืนคนแกงในหม้อไปยิ้มไป จนรู้สึกเมื่อยแก้มเป็นอย่างมาก
แต่กลับไม่สามารถห้ามตัวเองให้หยุดยิ้มได้เลยเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่พึ่งได้เจอและพูดคุยกันไม่กี่ประโยค
ครืด~
เสียงโทรศัพท์ปุยฝ้ายดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งตกใจหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนจะหยิบขึ้นมารับสายเมื่อเห็นว่าเป็นสายของใคร
CALLING | ทราย
“ว่าไง”
[มึงงงง] แค่น้ำเสียงของเพื่อนสนิทก็ทำให้หญิงสาวพอคาดเดาสิ่งที่เพื่อนจะพูดต่อได้
“มีอะไร พูดมา”
[กูออกปากขออะไรหน่อยดิ]
“อะไรของมึง พูดมาเร็วอย่าลีลา” ปุยฝ้ายตอบกลับอย่างอยากรู้จุดประสงค์ที่ทรายโทรมา
[มึงไปเอาของที่ร้านป้าแป๋วปากซอยให้กูหน่อยได้ไหม]
“ร้านไหนของมึง” ปุยฝ้ายถามกลับ เพราะถึงเธอจะอยู่บ้านทรายมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักใครเลยนอกจากคนในบ้านของเพื่อนสนิท
[ธันวายังอยู่ไหม]
“อยู่”
[เดี๋ยวมึงให้ธันวาพาไปก็ได้มันรู้จัก กุญแจมอเตอร์ไซค์กูอยู่หน้าโต๊ะแป้งอะ] ร่างบางเดินออกมาหากุญแจตามที่ทรายบอก
“เออ เจอแล้ว”
[กูรบกวนหน่อยนะเพื่อนรัก พรุ่งนี้จะซื้อเค้กหน้านิ่มไปให้]
“เออ มานอนเป็นเพื่อนกูด้วย กูเหงา” ปุยฝ้ายเต็มใจที่จะทำให้เพื่อนสนิทอยู่แล้ว ถึงจะไม่มีขนมก็ตาม แต่ทรายมักจะเอามาหลอกล่อเธอทุกครั้งเมื่อต้องการให้ช่วยอะไร
[ได้ ๆ พรุ่งนี้กูกลับไปนอนบ้าน] หลังจากวางสายทราย ปุยฝ้ายเหมือนได้กลิ่นเหม็นไหม้ของอะไรบางอย่างมาแตะที่จมูก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอุ่นแกงเอาไว้
“ฉิบ” หญิงสาวสบถออกมาอย่างตกใจก่อนรีบวิ่งไปห้องครัวด้วยท่าทางเลิ่กลัก แต่กลับเห็นธันวากำลังปิดหัวแก๊สที่เธอเปิดอุ่นแกงไว้อยู่
ธันวาซึ่งได้ยินเสียงเท้าวิ่งเข้ามาก็รู้ว่าเป็นใคร ก่อนจะเอ่ยถามปุยฝ้ายที่หน้าตาดูตกใจอยู่ไม่น้อย
“จะเผาบ้านป้าเรารึไง”
แค่ก ๆ~
กลิ่นแกงที่ลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัวทำให้หญิงสาวสำลัก
“เปล่านะ แค่ก ๆ พอดีทรายโทรมาเราเลยลืม”
“หึ ไฟเสร็จแล้วนะ” ร่างสูงเค้นเสียงออกมาภายในลำคอ ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ กับความเฟอะฟะของอีกฝ่าย เขาซ่อมไฟในห้องเสร็จแล้ว แต่พอเดินถึงห้องครัวกลับไม่เจอหญิงสาว มีแค่หม้อแกงที่ตั้งไฟอยู่จนมันไหม้ ควันลอยเต็มไปหมด
เมื่อธันวาเดินออกไป ปุยฝ้ายจึงเข้ามาดูแกงที่เธอเผลอลืมจนแกงไหม้และน้ำแห้งจนหมด
“กินอะไรละทีนี้”
แต่เมื่อได้ยินเสียงเท้าหนาเดินกลับมาทำให้ต้องหันไปมองร่างสูงที่เดินขนของออกจากห้อง
“นายจะกลับแล้วหรอ”
“อืม เสร็จแล้วหนิ”
เมื่อได้ยินธันวาบอกว่าจะกลับ ปุยฝ้ายจึงเอ่ยถามถึงร้านที่ทรายจะให้เธอออกไปเอาของให้
“นายรู้จักร้านป้าแป๋วไหม”
“รู้จัก”
“นายพาเราไปหน่อยได้ไหม ทรายให้ไปเอาของแต่เราไม่รู้ว่าร้านไหน”
ธันวาพยักหน้าตอบกลับเพราะร้านที่หญิงสาวพูดถึงอยู่ปากซอย ซึ่งก็ตรงข้ามกับทางเข้าบ้านเขาเอง
“รอเราแป๊บนึงนะ”
ร่างบางวิ่งเข้าไปหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ ซึ่งเป็นรถนำเข้าจากญี่ปุ่นคันเล็กน่ารักของเพื่อนสนิท
เธอพอจะขับรถมอเตอร์ไซค์ได้แต่ก็ไม่ถนัดสักเท่าไหร่ ร่างบางรีบสาวเท้าเดินออกมายังด้านนอกเพราะกลัวชายหนุ่มรอนาน
ก่อนเจอร่างสูงนั่งสูบบุหรี่รออยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน
‘ทำไมผู้ชายคนนี้ มองจากมุมไหนก็ดูดีไปซะหมด’
‘ฉันอยากรู้จักนายมากกว่านี้จัง ธันวา’
หญิงสาวนึกขึ้นในใจเมื่อเห็นร่างหนาที่นั่งสูบบุหรี่พ่นควันขาวขุ่นออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ก่อนจะเดินเข้าไปเอ่ยเรียกเบา ๆ
“นาย ไปกัน” ธันวาซึ่งเห็นปุยฝ้ายเดินเข้ามาจึงทิ้งสิ่งที่เขากำลังสูบลงในถาดเขี่ยบุหรี่ทันที
ครืด~
เสียงโทรศัพท์ปุยฝ้ายดังขึ้น
CALLING | แม่ทราย
“แป๊บนึงนะ แม่ทรายโทรมาน่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกชายหนุ่มที่กำลังจะสาวเท้าหนักไปยังรถกระบะสีดำของเขา
“อืม”
“ค่ะแม่”
[ปุยฝ้าย เห็นกับข้าวที่แม่ทำไว้ให้ในตู้เย็นรึยัง]
เป็นเรื่องปกติเมื่อปุยฝ้ายอยู่บ้านคนเดียว ผู้เป็นแม่ของเพื่อนสนิทก็จะคอยโทรหาบ่อยครั้งด้วยความห่วงกังวล ราวกับเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งของท่าน
“ออ… แหะ ๆ เห็นแล้วค่ะ แต่… ปุยฝ้ายทำมันไหม้”
[ทำเอาท่าไหนล่ะเนี่ย]
“คือ… ธันวาตัดไฟในบ้าน ปุยฝ้ายเลยใช้แก๊ส แต่… เผลอลืมไปนิดนึงค่ะ ไหม้หมดเลย” ร่างบางเหลือบสายตาหันไปมองชายหนุ่ม แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ยืนเล่นกับเจ้ากังฟูซึ่งก็เป็นน้องหมาพันธ์ุเยอรมันเชพเพิร์ดของบ้านทรายอยู่ไม่ไกล
[ฮ่า ๆ ธันวายังอยู่รึเปล่า เดี๋ยวไปเอากับข้าวที่บ้านนั้นก็ได้ เราไม่มีอะไรกินนี่]
“เอ่อ… ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวปุยฝ้ายไปซื้ออะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้ค่ะแม่”
ปุยฝ้ายรู้สึกเกรงใจหากต้องไปรบกวนร่างสูง แต่แม่เพื่อนสนิทกลับไม่ยอมและขอคุยกับธันวาแทน
[ไม่เอา ๆ ไหนแม่คุยกับธันวาหน่อย]
“นาย ป้าน้องจะคุยด้วย” หญิงสาวเดินเข้าไปเรียกธันวาก่อนจะยืนโทรศัพท์ให้อย่างเลี่ยงไม่ได้
ร่างสูงรับโทรศัพท์จากมือหญิงสาวไปแล้วเอาแนบหูพูดคุยกับผู้เป็นป้า
“ครับป้าน้อง”
“ได้ครับ”
“ครับ”
