-05-อยากคุย
@บ้านทราย
“ปุยฝ้าย แม่ออกไปงานกับพ่อนะ เดี๋ยวธันวาเข้ามา”
“ค่ะแม่”
ร่างบางเดินเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกเบื่อที่ต้องอยู่คนเดียว
“เฮ้อออออ” ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะมาอยู่กับทราย ก็เป็นเพราะถ้าอยู่หอหรือคอนโด แฟนเก่าที่ชื่อต้าร์ต้องตามมาวุ่นวายด้วยแน่ ๆ
กริ๊ง ๆ
เสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น พอปุยฝ้ายออกไปเปิดประตูก็พบกับชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำ
ทำเอาหญิงสาวชะงักไป แต่ก็ต้องรีบดึงสติกลับมา ก่อนเอ่ยถามเจ้าของใบหน้าหล่อตรงหน้าเธอ
“ธันวาใช่ไหม”
ไหนพิงค์บอกหน้าตาเฉย ๆ แบบนี้ไม่เฉยนะ เขาเรียกหล่อวัวตายควายล้มเลยละ
“อืมใช่ ทรายอยู่ไหม ป้าน้องให้เรามาดูไฟ”
“อะ… เอ่อ ออ ทรายไม่อยู่น่ะ แต่เข้าไปดูดะ… ได้เลย”
ตึกตัก ตึกตัก ~
เมื่อธันวาเดินแทรกประตูผ่านตรงหน้าเธอไป มันกลับทำให้หัวใจเต้นโครมครามอย่างไม่เป็นจังหวะ
‘หัวใจฉันมันบอกว่าชอบเขา อยากได้ ๆ กรี๊ดดดดดดดด’
‘หายใจเข้าลึก ๆ เก็บอาการไว้หน่อยปุยฝ้าย’
ปุยฝ้ายยกมือจับที่อกซ้ายของตัวเองก่อนจะพูดในใจ เผื่อมันช่วยให้ก้อนเนื้อสั่น ๆ นี้กลับมาเต้นเป็นปกติ
“เธอ เราเข้าไปได้เลยใช่ปะ”
“อะ… ออ ๆ ได้ดิ”
ปุยฝ้ายเดินไปเปิดประตูห้องให้ธันวา แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงมากขึ้นเมื่อต้องเข้าใกล้เขา
“ดวงนี้ มันเปิดไม่ติด” ปุยฝ้ายชี้ไปยังไฟที่เสียเพื่อบอกธันวา
“อืม”
“มีอะไรก็เรียกเราได้นะ”
หลังจากนั้นปุยฝ้ายก็เดินออกมานั่งด้านนอก แต่สายตาก็คอยชะเง้อ ค่อยมองธันวาอยู่ตลอด
ผ่านไปไม่นานร่างสูงก็เดินออกมา
“เอ่อ...”
ปุยฝ้ายอยากจะถามว่าเขามีอะไรที่เธอสามารถช่วยได้บ้างไหม แต่ไม่ทันเอื้อนเอ่ยร่างสูงก็เดินผ่านไปโดยไม่หันมามองเลยสักนิด
เขาเดินออกมาหยิบบันไดและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าไปในห้อง
‘เข้าไปช่วยดีไหม’
หญิงสาวได้แต่คิดในใจทว่าไม่กล้าทำ เพราะกลัวจะเข้าไปกวนให้เขารำคาญเอาซะเปล่า ๆ
ได้แต่แอบมองท่าทีชำนาญของคนที่ปีนขึ้นลงก่อนเปิดฝ้าเพดานภายในห้อง
‘เขาจะร้อนรึป่าว’
ร่างบางที่เห็นคนตัวสูงยืนซ่อมไฟอยู่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะในห้องค่อนข้างร้อนหากไม่ได้เปิดแอร์
‘เอาพัดลมไปเปิดให้เขาดีกว่า’
การกระทำหญิงสาวไวเท่าทันความคิด
ปุยฝ้ายเดินไปหยิบพัดลมมาเสียบปลั๊ก ทำเอาธันวาที่ยืนอยู่บนบันไดและร่างกายครึ่งบนอยู่ใต้หลังคาที่เปิดฝ้าเพดานไว้ต้องก้มลงมามอง แต่เมื่อเห็นต้นตอของลมที่พัดเข้ามาจนฝุ่นกระจายฟุ้ง เขาก็ไม่ได้เอ่ยห้ามหญิงสาวเพราะเข้าใจว่าคงเป็นความหวังดี
จนผ่านไปสักพักธันวาก็เดินออกมาปิดพัดลมที่ปุยฝ้ายตั้งใจเปิดไว้ให้หน้าห้อง
ทำเอาปุยฝ้ายมองด้วยสายตางุนงง เพราะธันวานั้นเหงื่อท่วมตัวจนเรียกได้ว่าเสื้อที่ใส่มาแนบเนื้อเขาจนเห็นร่างกำยำและซิกซ์แพ็ก บ่งบอกว่าชายหนุ่มดูแลร่างกายเป็นอย่างดี
“ปิดทำไม ไม่ร้อนหรอ”
ธันวาส่ายหน้าตอบกลับก่อนจะขึ้นไปซ่อมไฟบนฝ้าเพดานต่อ
“นายเอาน้ำไหม” หญิงสาวเอ่ยถามทำให้ธันวาต้องก้าวลงมาจากบันไดขั้นบนสุดเพื่อตอบเธอ
ธันวามองมายังใบหน้าสวยได้รูปของหญิงสาวก่อนจะถอนหายใจแล้วตอบกลับ
“ก็ได้”
ทางด้านปุยฝ้ายเมื่อได้ยินชายหนุ่มเอ่ยเช่นนั้นก็แอบยิ้มมุมปาก เพราะเธอแค่อยากหาเรื่องพูดคุยกับธันวา แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ก่อนเดินเข้าไปหยิบน้ำมาให้
“ได้แล้วนะ”
“วางไว้ก่อน”
“เราวางไว้บนโต๊ะหนังสือนะ”
ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ ทำให้ปุยฝ้ายเดินออกมาจากห้องหลังวางน้ำไว้ให้เรียบร้อย
‘อยากคุยกับเขาจัง’ ปุยฝ้ายได้แต่คิดในใจ
แม้ว่าจะเดินออกมานั่งที่เคาน์เตอร์ในครัวแต่ปุยฝ้ายก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจ ตื่นเต้นแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แกเป็นบ้าหรอปุยฝ้าย ชักจะบ้าผู้ชายเกินไปแล้วนะ” ร่างบางพึมพำกับตัวเองพลางสะบัดหน้าและส่ายหัวเพื่อไล่ความตื่นเต้นที่กำลังเป็นอยู่ แต่มันไม่เป็นผลเลยสักนิด
ระหว่างที่ปุยฝ้ายกำลังจัดการกับความรู้สึกตัวเอง อยู่ ๆ ก็ปรายตากลับไปเห็นร่างสูง
ทำให้เธอต้องหยุดชะงักเพราะธันวากำลังยืนยกขวดน้ำดื่มมองมาอยู่
‘มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’
หน้าหญิงสาวร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย เพราะเขาคงเห็นเธอตอนยืนทำบ้าทำบออยู่แน่ ๆ
“เอ่อ… มีอะไรรึป่าว”
ปุยฝ้ายตัดสินใจเอ่ยถามธันวาซึ่งกำลังยกน้ำดื่มพลางกลืนลงคอ การกระทำของชายหนุ่มทุกอย่างมีอิทธิพลกับหญิงสาวโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“เทปพันสายไฟหมด ที่บ้านป้าน้องมีไหม”
ทำเอาหญิงสาวยืนงงเมื่อร่างสูงถามขึ้น
‘อะไรคือเทปพันสายไฟ?’
“เอ่อ… เทปพันสายไฟกับสก๊อตเทปเหมือนกันไหม”
ปุยฝ้ายตอบกลับธันวา เอาจริง ๆ คือเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเทปพันสายไฟมันเป็นยังไง
“ไม่รู้จัก?” ชายหนุ่มมองปุยฝ้ายด้วยสายตานิ่งเรียบ
“อือ ไม่รู้จัก” หญิงสาวยกมือเกาศีรษะแก้เขินเพราะเธอนั้นไม่รู้จักจริง ๆ อย่างที่เขาพูด
“สีดำ ม้วนเล็ก ๆ เคยเห็นบ้างไหมว่าอยู่ตรงไหน” ธันวาอธิบายลักษณะให้หญิงสาวฟังเผื่อว่าเธอจะเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ปุยฝ้ายส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“แล้วกล่องเครื่องมือล่ะ รู้ไหมว่าอยู่ตรงไหน” ธันวาถามปุยฝ้ายแต่คำตอบที่ได้คือไม่รู้
“อืม โอเค งั้นโทรถามป้าน้องให้หน่อย แบตโทรศัพท์เราหมด”
“ออ โอเค ๆ ได้ดิ”
ปุยฝ้ายหันไปหยิบโทรศัพท์กดเบอร์แม่ของเพื่อนทันที ไม่นานปลายสายก็รับ
[ปุยฝ้าย ว่าไงจ๊ะ ธันวาเข้ามารึยัง]
“มาแล้วค่ะแม่ เออ ธันวาถามว่าที่บ้านมีเทป...”
ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ถามจบ ธันวาก็แบมือเป็นการขอโทรศัพท์เพื่อเป็นฝ่ายคุยเอง
“ป้าน้องครับ เทปพันสายไฟอยู่ตรงไหนเหรอครับ”
หญิงสาวมองร่างหนาเดินเข้าไปในห้องเก็บของจนสุดสายตา
คร่อกก ~
เสียงท้องปุยฝ้ายร้องขึ้น เพราะนี่มันก็เย็นมากแล้ว ทำให้เธอละสายตาจากธันวาเพื่อเข้าไปหาอะไรทาน
เมื่อเปิดตู้เย็นก็เห็นแกงที่แม่ของเพื่อนทำไว้ เธอเลยหยิบออกมาเพื่อจะอุ่น แต่สังเกตเห็นว่าในตู้เย็นไม่มีไฟขึ้นเหมือนทุกครั้ง
ก่อนชะเง้อออกไปมองก็พบว่าธันวาเป็นคนกดตัดคัทเอาท์ภายในบ้าน
คร่อกกก~
“ฮืออ หิวอะ อีกนานไหมเนี่ย” ปุยฝ้ายพึมพำบ่นออกมากับเสียงร้องที่คอยดังประท้วงตลอดเวลา
ปกติเธอใช้เป็นแค่ไมโครเวฟ พอไฟดับแบบนี้ทำให้ต้องมองสำรวจภายในห้องครัว ก่อนจะหยุดที่เตาแก๊ส
“เตาแก๊สใช้แก๊สหนิ ไม่ได้ใช้ไฟ”
