บทที่ 4 คิดถึงจัง
โรสก้าวเข้าไปยังโต๊ะวีไอพีด้วยจังหวะมั่นคง ส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้เนื้อเข้มเป็นเสียงเบา ๆ กลมกลืนไปกับดนตรีที่คลออยู่ด้านล่าง แสงไฟสลัวสะท้อนผ่านแก้วเหล้าและขวดไวน์บนโต๊ะเป็นประกายระยิบระยับ ทันทีที่เธอเข้าใกล้ สายตาของชายทั้งโต๊ะก็หันมาหาเธอแทบพร้อมกัน
“สวัสดีค่ะ พี่กล้า” เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำ สายตาอ่อนโยนเป็นธรรมชาติราวกับเป็นการทักทายธรรมดา แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอุ่นขึ้นในทันทีอกล้านั่งเอนตัวอยู่บนโซฟา เขายังคงดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สูทลำลองสีเข้ม เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ด เผยความเป็นผู้ชายที่ดูมั่นใจและเจ้าชู้นิด ๆ แบบที่ใครหลายคนคุ้นเคย
“ไม่เจอกันตั้งปี คิดถึงโรสจัง” เขายิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาไล่มองเธออย่างไม่ปิดบัง
“พี่กล้าอย่ามาเต๊าะโรสแบบนี้ ถ้าพี่น้ำรู้เข้า โรสจะโดนพี่น้ำด่าเอา” โรสตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ไหล่เล็กขยับนิดเดียวตามจังหวะนั้น รอยยิ้มของเธอยังคงดูเป็นมิตร…แต่มีระยะห่างเสมอ
“พี่น้ำเข้าใจพี่น่า พี่มาหาโรส พาเพื่อนมาด้วยตั้งสองคน” กล้าพยักหน้าไปทางเพื่อนร่วมโต๊ะ โรสหันไปมองตาม สายตากวาดผ่านชายหนุ่มอีกสองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกล พลกับโจ้ใบหน้าหล่อเหลาแบบหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ เสื้อผ้าดูดีมีราคา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า อีกมือวางพาดโซฟาอย่างสบายๆ รอบตัวพวกเขามีหญิงสาวแต่งกายวาบหวิวสามคนคอยดูแล เสื้อซีทรูบางเฉียบเผยบราสีเข้มด้านใน กางเกงสั้นแนบตัวจนแทบกลืนไปกับผิว เสียงหัวเราะแผ่วเบา การเอียงตัวเข้าใกล้ การรินเหล้าอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างถูกทำอย่างชำนาญเพื่อสร้าง “ความพอใจ” ให้ลูกค้า
“อุ้ย! พี่พล พี่โจ้ มาตั้งแต่เมื่อไหร่” โรสเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ กล้าอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวหยิบขวดเหล้าขึ้นมารินใส่แก้วให้เขาอย่างชำนาญ
“แหม่ทำเป็นไม่เห็น พี่นั่งหัวโด่กลับไม่มาคุยกับพี่” พลพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ แต่แฝงความขบขัน
“โรสก็พาเด็กๆ มาคุยกับพี่แล้วไงคะ หรืออยากได้เพิ่ม” เธอตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงติดตลก คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างหยอกล้อ หญิงสาวข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ขณะยกแก้วขึ้นจ่อริมฝีปากของลูกค้า
“พี่มาที่นี่ อย่าบอกฟ้านะ พี่ไม่อยากหัวแตก” โจ้พูดเสียงจริงจัง ก่อนจะจุปากเบา ๆ เหมือนปิดความลับ
“เฮ้ย… พวกพี่ก็นะ” โรสถอนหายใจยาวเล็กน้อย สีหน้าดูเหมือนตำหนิ แต่ในสายตากลับมีแววขำปนเอ็นดู เธอรู้ดีว่ากลุ่มนี้เจ้าชู้แค่ไหน และก็รู้ดี…ว่าพวกเขารักเมียมากแค่ไหนเช่นกัน
“ถอนหายใจอะไรยาวขนาดนั้น” กล้าหันมามองเธออย่างจับสังเกต
“ไม่มีอะไรค่ะ อยากได้อะไรก็บอกเด็กๆ นะคะ เดี๋ยวสี่ทุ่มมีจับฉลากใครจะได้เหล้าหรือใครจะได้น้ำหวาน มาเล่นสนุกกันนะคะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มมืออาชีพ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างนุ่มนวล
“โอเคจร้า” โจ้ตอบรับทันที โรสพยักหน้ารับเล็กน้อย
ก่อนจะก้าวถอยออกจากโต๊ะ ชายกระโปรงพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงเคลื่อนไหว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยทิ้งไว้ในอากาศ เธอเดินออกมา… แต่ในจังหวะหนึ่ง สายตาของเธอกลับ “หยุด” โต๊ะเดิม โต๊ะที่เงียบที่สุดในโซน ชายหนุ่มคนนั้นยังคงนั่งอยู่ในความมืดสลัว ร่างสูงในชุดสูทสีดำ ขนาบข้างด้วยชายอีกสองคนที่ยืนตรงไม่ขยับ ราวกับเงาที่มีชีวิต ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็น มีเพียง…แรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น
มือหนาของเขายังคงถือแก้วเหล้าของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟวูบไหว แต่ไม่มีหญิงสาวคนไหนอยู่ข้างกาย ไม่มีใคร “แตะต้อง” พื้นที่ของเขา
โรสมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะละสายตาออก เพราะเธอรู้ดี ลูกค้าระดับนี้ ไม่ใช่แค่ “เดินเข้าไปทัก” แล้วจะจบ เธอต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน และ…ต้องการอะไร ปลายส้นรองเท้าของเธอหมุนเปลี่ยนทิศ มุ่งหน้าไปยังเคาน์เตอร์ข้อมูลของร้าน แสงไฟด้านหลังส่องเงาร่างของเธอทอดยาวไปบนพื้น
ในขณะที่ด้านหลังของเธอ สายตาคู่หนึ่ง ยังคงมองตาม… โดยไม่ละไปไหนเลย
