บทที่ 7 สิ้นสุดความคิดถึง 2/2
“แม่ชบา เจ้าเจ็บมากฤๅไม่”
“เอ่อ ไม่มากเจ้าค่ะคุณป้า แต่ชบาขอตัวก่อนหนาเจ้าคะจักให้พี่แจ่มหายามานวดให้สักหน่อย”
ถึงเวลาต้องรีบไปแล้ว ขืนเธอยืนตอบคำถามนาน ผู้เป็นป้าต้องรู้เป็นแน่ว่าเธอแอบไปปีนขึ้นหอส่องนกมา
“อ้อปวดข้อเท้ารึ งั้นรีบไปเถิด แจ่มหาหยูกหายาให้นายเอ็งด้วยหนา แต่ถ้าเป็นมากให้รีบบอก”
“เจ้าค่ะแม่นาย”
ว่าแล้วแม่หญิงก็เดินกะเผลกเข้าหอนอนไปพร้อมนางบ่าว โดยไม่ลืมหันไปส่งยิ้มหวานให้นายช่างทัพด้วยเช่นกัน ไว้หายเคล็ดขัดยอกเมื่อใด ค่อยออกไปหาคุณพี่ทัพของเธออีกคราก็คงไม่สาย
ด้านนายช่างทัพ เขามองส่งน้องน้อยเดินเข้าหอนอนไปจนลับตา ลืมถามเสียได้ว่าเธอมาอยู่ที่เรือนของเขาได้เยี่ยงไร?
เมื่อแม่หญิงเข้าหอนอนไปแล้ว แม่นายผู้เป็นใหญ่แห่งเรือนช่างสังคโลกถึงกับร้องเรียกขานชื่อลูกชายคนโตเสียงหลง ผู้เป็นแม่สาวเท้าก้าวไปหาลูกชายโดยเร็ว สองแม่ลูกกอดกันกลม ก่อนที่ผู้เป็นลูกชายจักพาผู้เป็นแม่กลับไปนั่งบนตั่งไม้เฉกเช่นเดิม
“พ่อทัพ พ่อทัพลูกแม่ กลับมาสักทีหนาเจ้า ครานี้ไปนานนัก แม่เป็นห่วงแลคิดถึงเหลือเกิน”
คนเป็นแม่รำพึงรำพัน พร้อมลูบเนื้อลูบตัวลูกชายเพื่อให้คลายคิดถึง
“กราบคุณแม่ขอรับ”
นายช่างหนุ่มก้มลงกราบเท้ามารดา ก่อนจะโอบกอดท่านไว้มิห่าง
“จากไปนานแรมเดือน มิใช่สิ หลายเดือนนักหนา ดูเอาเถิด บัดนี้ พ่อทัพลูกแม่ซูบผอมไปมากนัก ที่กรุงศรีฯ มิมีข้าวปลาอาหารดี ๆ เลี้ยงลูกแม่หรือกระไร”
แม่นายจันทร์บ่นอุบ
“มีขอรับ เพียงแต่มิอร่อยถูกปากดั่งเช่นอาหารของคุณแม่”
“เช่นนั้นดอกรึ มิต้องห่วงไปดอกหนา เพลานี้ลูกไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อน แม่สั่งให้คนจัดสำรับไว้ให้ลูกแล้ว คราวนี้จักได้กินให้อร่อยลิ้นไปเลยดีฤๅไม่”
“ขอรับคุณแม่ เช่นนั้น ลูกขอตัวไปอาบน้ำลงท่าก่อนหนาขอรับ เหนียวตัวเต็มที”
“ไปเถิดลูก อาบน้ำอาบท่าให้ร่างกายได้สดชื่น แล้วมากินข้าวกินปลาหนาลูก”
“ขอรับ”
นายช่างทัพรับคำ ก่อนจะเดินเข้าหอนอนของตนไป พร้อมมีอ้ายดำผู้เป็นบ่าวเดินตามไปติด ๆ
แม่นายจันทร์มองลูกชายเดินไปลับตา ใบหน้านางนั้นหนามีแต่ความสุขใจ
“เช่นนั้นลูกเองก็ขอลงเรือนไปโรงปั้นสังคโลกก่อนหนาขอรับคุณแม่”
นายช่างไม้ที่ยืนหัวโด่ไร้ตัวตนในสายตามารดาเอ่ยบอก เขาไม่ได้น้อยใจที่มารดาสนใจเพียงพี่ชาย แต่คิดในใจว่าหากหลบหลีกผู้เป็นแม่ได้ก็คงจักดี วันนี้จักให้ผู้เป็นพี่ฟังแม่บ่นบ้างจักเป็นไรไป ไยที่ผ่านมาต้องเป็นเขาที่นั่งฟังท่านบ่นอยู่ลำพัง
“จักไปไหนก็ไปเถิดพ่อไม้ ทางนี้แม่จักดูแลพี่ของเจ้าเอง”
แม่นายจันทร์เอ่ยบอกลูกชายคนเล็ก ก่อนจะหันไปยิ้มให้นายช่างไม้อย่างมีเลศนัย นายช่างไม้เพียงพยักหน้าแล้วลงเรือนไปเงียบ ๆ
นายช่างทัพหายไปอาบน้ำลงท่าเพียงไม่นาน ก็เดินออกมาจากหอนอนพร้อมเครื่องแต่งกายชุดใหม่ ท้องไส้ของพ่อในเพลานี้ร้องบอกว่าหิวมิใช่ย่อย เขาอยากกินข้าวปลาอาหารที่มารดาเตรียมไว้รอท่า สายตาคมกริบมองสำรับกับข้าวที่แสนน่ากินตรงหน้าพลางยิ้มสบตาผู้เป็นแม่
“คิดถึงฝีมือคุณแม่ขอรับ วันนี้ลูกตั้งใจจักกินข้าวปลาให้อร่อย กลับเรือนมาครานี้ลูกต้องอ้วนขึ้นเป็นแน่”
เขาเอ่ยเอาใจมารดา
“กินให้อร่อยเถิดลูก มานั่งตรงนี้เถิดหนาพ่อทัพ มาดูนี่เถิด มีแต่ของชอบเจ้าทั้งนั้น”
คนเป็นแม่กวักมือให้ลูกชายมานั่งลงใกล้ ๆ นายช่างหนุ่มก็เดินเข้าไปหา แต่สายตานั้นแลแค่ข้าวปลาอาหาร
เมื่อนายช่างทัพกินข้าวล้างไม้ล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เอ่ยถามกับผู้เป็นแม่
“คุณแม่ขอรับ แม่ชบามาอยู่ที่เรือนเราได้เยี่ยงไรรึขอรับ”
เอ่ยพร้อมหันไปมองหอนอนของแม่หญิง ภายในใจให้นึกสงสัยแลเป็นห่วงแม่หญิงอย่างประหลาด
“เรื่องมันยาวนักพ่อทัพ วันพรุ่งแม่จักเล่าให้ลูกฟังพร้อมน้องดีฤๅไม่? เจ้าจักได้ถามไถ่น้องด้วยตัวเอง”
“ขอรับ”
ด้วยเห็นว่าลูกเดินทางกลับมาเหนื่อย ๆ แม่นายจันทร์จึงยังไม่อยากเล่าเท้าความด้วยเกรงว่าเรื่องราวของแม่หญิงผู้มาอาศัยอยู่บนเรือนจักทำให้ลูกชายต้องวิตกกังวลถึงกับนอนไม่หลับ
