บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 นายช่างทัพ 1/2

สามปีต่อมา

ณ เรือนไทยหลังงามที่ผู้คนบริเวณนั้นต่างเรียกขานกันว่า “เรือนนายช่างสังคโลก” ด้วยเจ้าของเรือนนั้นเป็นผู้มีฝีมือเลื่องชื่อในเรื่องงานปั้นเครื่องสังคโลกตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ กระทั่งสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน ใคร ๆ จึงเรียกขานเรือนนี้ตามหน้าที่การงานของเจ้าของเรือน

เรือนนายช่างสังคโลกนั้นใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะเศรษฐี ตัวเรือนสร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายหลักแห่งศรีสัชนาลัย บริเวณโดยรอบตัวเรือนนั้นรายล้อมไปด้วยหมู่แมกไม้น้อยใหญ่เขียวขจี ให้ความร่มรื่นสบายตานัก

ทุกชีวิตบนเรือสินค้าลำใหญ่เมื่อได้มองเห็นหลังคาเรือนนายช่างสังคโลกต่างก็เผยยิ้มกว้าง ยิ่งเมื่อเรือที่ออกเดินทางรอนแรมกลับมาจากกรุงศรีฯ ได้จอดเทียบท่านิ่งสนิทอยู่บริเวณท่าน้ำของเรือนนั้น ทุกคนก็ต่างโห่ร้องก้องด้วยความดีใจที่ได้กลับมาเหยียบบ้านเกิดเมืองนอนเสียที ร่างสูงโปร่งผึ่งผายของผู้เป็นใหญ่ในลำเรือลงมาเหยียบพื้นดินของเรือนเป็นคนแรกนับแต่เรือเทียบท่า ก่อนที่เขาจะมีคำสั่งให้ผู้ติดตามทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน หลังจากรอนแรมไปเจรจาค้าขายและส่งสินค้าให้กับทางการกรุงศรีฯ มานานหลายเดือน ในวันนี้เขาและผู้ติดตามจะได้พักผ่อนเสียที การเดินทางทำให้ร่างกายทุกคนบนเรือต่างอ่อนล้านัก เมื่อกลับมาถึงเรือนล้วนอยากพักผ่อนหย่อนใจ เจอหน้าลูกเมีย แลครอบครัว ให้คลายคิดถึง

‘นายช่างทัพ’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ ผู้สืบทอดกิจการงานเครื่องปั้นสังคโลกมาจากบิดาผู้ลาลับ ด้วยเขาเป็นลูกชายคนโตจึงต้องรับหน้าที่ต่อจากผู้เป็นบิดาทันทีที่ท่านได้ตายสิ้น โดยมีน้องชายเพียงคนเดียวอย่าง ‘นายช่างไม้’ เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ถ้านายช่างผู้พี่เป็นขา นายช่างผู้น้องก็ต้องเป็นแขน จักขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปมิได้

เรือนนายช่างสังคโลกบัดนี้ทำหน้าที่ผลิตแลส่งสินค้าขายผูกขาดให้เพียงทางการกรุงศรี ฯ เท่านั้น เพราะเพลานี้อยุธยาได้ติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากมายหลายเชื้อชาตินัก แลเครื่องปั้นสังคโลกก็เป็นที่ต้องการของคนต่างชาติต่างภาษา ทางการกรุงศรี ฯ จึงทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง รับซื้อแล้วจึงนำไปขายต่อ ดังนั้น นายช่างทัพจึงไม่ต้องดิ้นรนไปขายสินค้าด้วยตนเอง เพราะแค่เพียงผลิตขายให้ทางการก็แทบจักทำไม่ไหวอยู่แล้ว ครานี้ก็เช่นกัน นอกจากไปเจรจาค้าขายแล้ว เขาจึงถือโอกาสไปส่งสินค้าด้วยตนเองด้วย กว่าคนหนุ่มอย่างเขาจะเจรจาค้าขายกับทางการกรุงศรีได้สำเร็จเขาใช้เวลานานหลายปีทีเดียว

เครื่องปั้นสังคโลกแห่งเรือนนายช่างทัพเพิ่งได้รับเลือกจากทางการกรุงศรีมาไม่ถึงปี ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสมัยรุ่นพ่อเขามากนัก ทำให้เขากับน้องชายอย่างนายช่างไม้ต้องวางแผนรองรับการผลิตที่มากขึ้นจากเดิมเป็นหลายเท่าตัว

“พี่ทัพ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”

นายช่างไม้ผู้เป็นน้องชายเดินปรี่เข้ามาต้อนรับผู้เป็นพี่ทันทีที่ทราบข่าวการกลับมา

“มีการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นอีก คงต้องให้เจ้าเพิ่มกำลังการผลิตอีกมากโข เจ้าจักทำไหวรึไม่พ่อไม้”

คนเป็นพี่มองสบตาน้องชายก่อนจะเอ่ยถาม การเดินทางไปกรุงศรีฯ ครานี้ เขาได้รับคำสั่งซื้อเครื่องสังคโลกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันตามที่ทางกรุงศรีฯ ต้องการ อีกทั้งการเจรจาราคาซื้อขายครั้งล่าสุดนั้น เขายังสามารถต่อรองราคาได้ในระดับที่เรียกว่าดีกว่าครั้งก่อน ๆ เป็นอย่างมาก เพื่อแลกกับการเร่งกำลังผลิตให้ทันตามความต้องการ

“ข้าทำไหวขอรับพี่ทัพ เพลานี้มีชาวบ้านมาทำงานกับเราเพิ่มขึ้นแล้วขอรับ รับรองว่ามีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการเป็นแน่ พี่ทัพมิต้องกังวลใจไปดอกหนา นอกจากกำลังการผลิตแล้ว ฝีไม้ลายมือของช่างของเราก็รักษาคุณภาพไว้ได้อย่างดี่เยี่ยมแน่นอน”

สิ่งที่นายช่างผู้เป็นน้องรายงาน ทำให้นายช่างทัพรู้สึกคลายวิตกไปมาก หากไม่ได้น้องชายมาช่วย เขาคงรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้เพียงลำพังไม่ไหว

“อือ เจ้าทำดีมากพ่อไม้ ขอบน้ำใจเจ้านัก ได้ฟังเยี่ยงนี้แล้วพี่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ถ้ามิมีเจ้าช่วย พี่คงจักลำบากนัก เช่นนั้นพี่คงต้องหาสิ่งตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อกับการที่เจ้าทุ่มเทการงานในครานี้”

“ข้ายินดีขอรับพี่ทัพ แต่ถ้าพี่จะให้ข้าคงมิอาจปฏิเสธ”

นายช่างไม้เอ่ยยิ้ม ๆ

“พี่สัญญาว่าจักหาสิ่งที่เจ้ามิสามารถปฏิเสธได้เลยมาให้แก่เจ้าพ่อไม้”

บอกพร้อมตบไหล่น้องชายเบา ๆ ในใจผู้เป็นพี่นั้นมาดหมายที่จะตอบแทนน้องชายผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างดีที่สุด

สองพี่น้องแห่งเรือนช่างสังคโลกแบ่งขอบเขตการทำงานกันชัดเจน งานโรงปั้นเป็นหน้าที่ของนายช่างไม้เป็นหลัก งานเจรจาค้าขายเป็นหน้าที่ของนายช่างทัพ แต่หากเมื่อใดที่ไม่ต้องเดินทางไปเจรจาค้าขายนายช่างผู้พี่ก็จะอยู่ช่วยที่โรงปั้นสังคโลกเช่นกัน นั่นเป็นอีกเหตุผลที่เขาไม่สามารถไปหาแม่หญิงชบาได้ การเป็นหัวหน้าครอบครัวผู้ต้องดูแลทุกผู้คนในเรือนแห่งนี้แทนพ่อผู้จากไป ซึ่งนับว่าเป็นงานใหญ่สำหรับนายช่างทัพเหลือเกิน แต่บัดนี้เมื่อได้เจรจาขายสินค้าผูกขาดให้ทางการกรุงศรีฯสำเร็จแล้ว ทำให้งานของเขาเบาบางลงมาก พอมีเวลาให้พักผ่อนอยู่เหย้าเฝ้าเรือนมากขึ้น เขาคงได้ไปเยี่ยมไปหาแม่น้องน้อยสมใจ

“เอ่อ พี่ทัพมาเหนือย ๆ ขึ้นเรือนไปหาคุณแม่ก่อนดีฤๅไม่ ป่านนี้คงจักมีคนไปบอกท่านแล้วว่าพี่ทัพกลับมา ท่านบ่นหาพี่ทัพมาหลายวันแล้วหนา บ่นแต่ว่าครั้งนี้ไปนานนัก นานจนท่านคิดถึงเหลือเกิน”

เพราะคนเป็นแม่นั้นเฝ้าแต่บ่นหาผู้เป็นพี่ชาย จนนายช่างไม้เบื่อที่จะฟัง เพราะเขาฟังจนหูห้อยแล้ว แต่แม่นั้นก็ยังจักบ่นแต่เรื่องเดิม ๆ

“เช่นนั้นก็รีบไปกันเถิด”

“ขอรับ รีบขึ้นเรือนกันเถิด ลางทีวันนี้คุณแม่อาจจักมีข่าวดีแจ้งแก่พี่ทัพด้วยก็เป็นได้”

นายช่างไม้เอ่ย พร้อมกับดวงตาสีนิลของเขาค่อย ๆ เปล่งประกายวาววับ ในขณะที่ริมฝีปากก็กดยิ้มเล็กน้อย

“ข่าวดีรึ จักมีข่าวใดดีไปกว่าข่าวที่ทางการกรุงศรีฯ สั่งผลิตเครื่องปั้นเพิ่มอีกเล่า เช่นนั้นพี่คงต้องรีบไปฟังจากปากคุณแม่แล้ว”

นายช่างทัพเองก็อยากรู้นักว่าผู้เป็นแม่มีข่าวดีกระไรจักบอกกล่าว ก่อนจะก้าวขายาว ๆ มุ่งตรงไปยังเรือนไม้สักหลังงาม พร้อมมีนายช่างผู้เป็นน้องเดินตามไปไม่ห่าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel