อาจ้าน
อาหวนมองลี่หลันอย่างเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นสายตาที่เด็ดเดี่ยวของนาง เขาก็ยอมพานางไปดูเรือนทางทิศตะวันตก แต่ระยะทางไกลมิใช่น้อย จึงต้องเสียเวลาเรียกรถม้าให้พาไป ลี่หลันเองก็ไม่ห้ามยอมให้อาหวนเรียกรถม้า
ระหว่างที่รออาหวนไปเรียกรถม้า ลี่หลันก็เดินเล่นอยู่ไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก สายตาของนางก็ไปหยุดมองเด็กหนุ่มอายุไม่มากไปกว่านางเท่าใด กำลังถูกกลุ่มคนกำลังทุบตี
“นายหญิง!!! ท่านจะไปที่ใด รถม้ากำลังมาแล้ว” ไป่ไป๋ร้องเรียกลี่หลัน เมื่อเห็นนางพุ่งตัวไปทางทิศที่เด็กหนุ่มกำลังถูกทำร้าย
เพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มที่ถูกทุบตี ลี่หลันก็จดจำเขาได้ทันที “อาจ้าน!!!” นางร้องเรียกเขาเสียงดัง
นางไม่สนใจว่ากลุ่มคนตรงหน้าจะมีมากเพียงใด ลี่หลันยกเท้าถีบชายวัยกลางคนที่กำลังเงื้อมไม้ในมือจะทุบตีเด็กหนุ่มอีกครั้ง จนเขากลิ้งล้มไปไกล ทุกคนที่กำลังทุบตีหยุดมือทันที ลี่หลันนางจึงได้ดึงตัวของเด็กหนุ่มที่นางเรียกว่าอาจ้านออกมาได้
ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งแน่ใจว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือลูกน้องคนสนิทในชาติก่อนของนางจริงๆ เด็กหนุ่มที่นางยังจับมือเอาไว้ก็มองลี่หลันด้วยความตกตะลึง แต่ยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด กลุ่มคนก็เริ่มที่จะกระชากตัวเขากลับไปทุบตีอีกครั้ง
“แม่นางน้อย เจ้าจำผิดคนแล้ว เจ้าจะรู้จักเจ้าขอทานได้อย่างไร” สตรีวัยกลางคนทักท้วงลี่หลัน
“เจ้ารีบหลีกทางไปเสียดีกว่า มิเช่นนั้น เจ้าจะต้องถูกมันขโมยของจนหมดตัว” บุรุษใบหน้าดุดันเอ่ยออกมาอีกคน
“เด็กหนุ่มผู้นี้ ขโมยสิ่งใดมาหรือ” ลี่หลันเอ่ยถามอย่างใจเย็น มือของนางยังคงจับข้อมมือของเขาเอาไว้แน่น
“มันขโมยถุงเงินของข้า” สตรีวัยกลางคนอีกคนเดินแทรกเข้ามา
ลี่หลันหันมามองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งๆ สายตาของนางจ้องมองอย่างค้นหา “เอามาจริงหรือไม่”
“ยังจะถามมันอีกหรือ ทั่วทั้งเมืองลั่วตงก็มีเพียงมันผู้เดียวที่เที่ยวขโมยข้าวของไปทั่ว”
“เงียบ!!!” ลี่หลันตวาดเสียงดัง เมื่อหลายคนๆ ต่างแย่งกันพูดวีรกรรมของเด็กหนุ่ม “เจ้าขโมยมาจริงหรือไม่ หากเอามาจริงคืนพวกเขาไป” นางจ้องมองเขาอย่างข่มขู่
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหวาดกลัวกับสายตาของลี่หลันหรือว่าตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนแล้วโยนถุงเงินคืนไปตรงเท้าของสตรีที่เขาได้ขโมยมา
ลี่หลันเองก็ดึงถุงเงินที่มีเงินอยู่หลายสิบตำลึงเงิน โยนไปตรงกลางระหว่างที่นางยืนอยู่และกลุ่มคน “เงินในถุงคงมากพอกับข้าวของที่เขาได้ขโมยไป พวกท่านนำไปแบ่งกันเถิด ข้าชดใช้ให้แทนเขา”
คนทั้งหมดตกตะลึงไม่อยากเชื่อว่าลี่หลันนางจะยอมจ่ายเงินเพื่อช่วยขอทานคนหนึ่ง แต่ผู้ใดจะสนใจ ในเมื่อมีถุงเงินหนาตกอยู่ตรงหน้า พวกเขาจึงเลิกสนใจว่าขอทานจะเป็นเช่นใด ต่างพากันเข้ามาแย่งเงินที่อยู่ในถุงเงินจนวุ่นวายไปหมด
ลี่หลันนางจึงดึงตัวเด็กหนุ่มให้เดินไปพร้อมกับนาง รถม้าที่อาหวนไปเรียกมาถึงพอดี นางจึงผลักเด็กหนุ่มให้ขึ้นนั่งไปกับนางด้วย
พอขึ้นมาอยู่ในรถม้า เด็กหนุ่มก็เผยสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันที เพราะนอกจากลี่หลันแล้วยังมีอาหวนที่นั่งระวังตัวมองมาที่เขาอยู่ด้วย “เจ้าจะพาข้าไปส่งทางการใช่หรือไม่”
“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น เจ้ามีนามว่าอันใด แล้วมาเป็นขอทานได้อย่างไร”
“ข้าไม่รู้นามของตนเอง ข้าถูกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เล็ก หากไม่เป็นขอทาน ขโมยของข้าคงไม่อาจรอดมาจนถึงวันนี้” แววตาของเขาเศร้าหมองลง ทั้งยังเผยความเจ็บปวดออกมา จนลี่หลันอดเห็นใจไม่ได้
“มาอยู่กับข้า ต่อไปเจ้ามีนามว่า อาจ้าน หากเจ้าคิดจะขโมยของข้าหรือหักหลังข้า ข้ามีวิธีทำให้เจ้าอยู่มิสู้ตายหลายร้อยหนทาง”
“จะ เจ้า เจ้าจะให้ข้าอยู่ด้วยจริงหรือ แต่ว่า...”
“ที่ผ่านมาข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นหัวขโมยหรือฆ่าคนมาก่อน”
“ไม่ ไม่ ข้าไม่เคยฆ่าใคร”
“แล้วต้องกลัวสิ่งใด”
เขาส่ายหัวเล็กน้อย “ข้าไม่กลัวสิ่งใด ไม่มีผู้ใดยอมรับข้า ข้ากลัวว่าวันหนึ่งเจ้าจะไม่ยอมรับข้าเช่นกัน”
“นายหญิง เด็กหนุ่มผู้นี้มิได้ชั่วร้ายนัก ท่านเก็บเขาเอาไว้ข้างกายได้” ไป่ไป๋ย่อมล่วงรู้ความคิดของลี่หลันเช่นกัน มันจึงช่วยยืนยันอีกเสียงว่าสามารถเก็บเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้ได้
“หากเจ้าไม่คิดร้ายต่อข้า ข้าย่อมยอมรับเจ้า”
เด็กหนุ่มรีบคุกเข่าต่อหน้าลี่หลัน แววตาของเขาที่จ้องมองนางมุ่งมั่นทันที “ข้าน้อยขอเป็นคนของท่าน ติดตามท่านไปชั่วชีวิตขอรับ” ทั้งชีวิตของเขาตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีคนใดหยิบยื่นสิ่งใดให้เขามาก่อน พอลี่หลันยื่นมือเข้าช่วยเหลือจากการถูกทำร้าย และยังยอมชดใช้เงินแทนเขามากมาย เขาเชื่อได้ทันทีว่าหากติดตามนาง ชีวิตจะต้องดีขึ้นแน่
อาหวนมองทั้งสองสลับไปมา เขาเองก็เคยเห็นเจ้าเด็กหนุ่มขอทาน วิ่งขโมยของในเมืองลั่วตงอยู่เป็นประจำ จึงไม่อยากเชื่อว่าลี่หลันนางจะให้โอกาสติดตามนาง เขาอยากจะอ้าปากเอ่ยทักท้วง แต่คิดว่าควรเงียบจะดีกว่า ปล่อยให้ลี่หลันนางพบเจอด้วยตนเอง อย่าว่าแต่อาหวนเลย ภายหลังคนทั่วเมืองลั่วตงยังไม่อยากเชื่อว่าอาจ้านจะเปลี่ยนตนเองได้ และกลายมาเป็นคนที่พวกเขาจะต้องหวั่นเกรง
รถม้ามาหยุดลงหน้าเรือนสี่ประสาน แม้เนื้อที่รอบเรือนจะไม่มาก แต่ก็กว้างพอที่จะให้คนอยู่อาศัยนับสิบคนได้อย่างสบาย ยิ่งตอนนี้มีกันอยู่เพียงแค่สองคน ยิ่งอยู่ได้อย่างสบาย
อาหวนเดินพาลี่หลันนางดูรอบตัวเรือน เรือนพักไม่มีส่วนใดต้องซ่อมแซม ด้านหลังเรือนยังมีลำธารไหลผ่าน ลี่หลันคิดจะสร้างศาลาเอาไว้นั่งพักผ่อน หากมีโต๊ะเก้าอี้สักชุดตั้งเอาไว้ริมลำธาร เอาไว้นั่งตกปลาก็นับว่าดีไม่น้อย
“ข้าซื้อที่นี่” เรือนหลังอื่นก็ไม่ได้ปลูกอยู่ใกล้กันมาก ในตรอกเดียวกันก็แทบจะนับตัวเรือนได้ ไม่อยากเชื่อว่าจะไม่มีผู้คนมาสร้างเรือนที่นี่
“ข้าน้อยจะไปแจ้งแม่ทัพใหญ่ซ่งให้ขอรับ”
“หืม...ของแม่ทัพใหญ่ซ่งหรือ เขาขายเพื่ออันใด” ในเมื่อในก็ติดกับจวนของเขา หรือว่าร้อนเงิน
“ที่ดินทั้งตรอกเป็นของแม่ทัพใหญ่ซ่งขอรับ เดิมเรือนพักหลังนี้เป็นของรองแม่ทัพที่ขอซื้อแม่ทัพใหญ่เอาไว้ เห็นว่า...จะแต่งภรรยาพามาอยู่ด้วยที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้บอกขายขอรับ”
“เรื่องเก่าข้าไม่สน เจ้าจัดการเรื่องซื้อขายให้ข้าได้หรือไม่ หากช่วยได้อีกเรื่อง ช่วยจัดการเรื่องใบรับรองตัวตนของอาจ้านให้ด้วย ให้เขาใช้แซ่เดียวกับข้า” ลี่หลันไม่ได้พูดเปล่า นางหยิบตั๋วเงินห้าสิบตำลึงเงินออกมาส่งให้อาหวนด้วย “พอหรือไม่”
“พะ พอขอรับ ข้าน้อยจะรีบจัดการทั้งสองสิ่งให้ แล้วจะรีบไปแจ้งที่โรงเตี๊ยมทันทีขอรับ”
“ขอบใจมาก”
เมื่อจัดการเรื่องเรือนเสร็จ ลี่หลันก็ให้อาหวนพานางและอาจ้านไปส่งที่ร้านผ้า เพื่อซื้อเสื้อผ้าให้อาจ้านใหม่
อาจ้านเขยิบเข้ามาใกล้ลี่หลัน เมื่อนางสั่งเสื้อผ้าให้เขาใหม่นับสิบชุด “นายหญิง มากเกินไปหรือไม่ขอรับ”
“ข้าขี้เกียจมาซื้อใหม่” ลี่หลันดันตัวของอาจ้านออก แล้วหยิบเงินออกมาจ่ายค่าของ ก่อนจะสั่งให้อาจ้านตามเสี่ยวเอ้อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
