พาพวกข้าไปด้วยมิได้หรือ
ตลอดทางที่ทั้งสองเดินกลับไปโรงเตี๊ยมมีสายตาของชาวบ้านและเสียงดูแคลนตามหลังอาจ้านมาไม่น้อย จนเขาต้องก้มหน้าเก็บซ่อนความเจ็บปวดและความแค้นเอาไว้ภายในแต่ไม่กล้าที่จะตอบโต้ออกมา ด้วยเมื่อก่อนเขาเป็นคนเช่นที่ถูกต่อว่าจริง
“เงยหน้าขึ้น ตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้า คำดูแคลนในวันนี้ จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเป็นคนเช่นที่พวกเขากล่าวหาจริง พวกเขาไม่อาจทำอันใดเจ้าได้ ได้แต่ถากถางเจ้า มีข้าอยู่ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าถูกทำร้ายแน่นอน แต่หากเจ้ากลับไปเป็นเช่นเมื่อก่อน...ข้าเองก็ไม่อาจช่วยเหลือเจ้าได้”
อาจ้านเงยหน้าขึ้นมองลี่หลันอย่างซึ่งใจ “ขอบคุณท่านมากขอรับ ข้าจะไม่กลับไปเป็นขอทานและหัวขโมยเช่นเดิมอีกแล้ว”
“ดี!!!” ลี่หลันตบบ่าอาจ้านเต็มแรงจนเขาเซถอยไปสองก้าว “ข้าจะเชื่อเจ้า จงเงยหน้าขึ้นสู้แล้ว แล้วทำให้คนที่ตำหนิเจ้าได้เห็นว่าเจ้าไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว”
อาจ้านยิ้มออกมาอย่างโง่งม เขาพยักหน้ารัวแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างที่ลี่หลันนางบอก เสียงรอบข้างที่ถากถางเขากลายเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ลี่หลันเปิดห้องพักในโรงเตี๊ยมห้องที่อยู่ติดกับนางให้อาจ้านพัก ลี่หลันยื่นตั๋วเงินยี่สิบตำลึงเงินให้อาจ้านเก็บไว้ “อยากซื้อสิ่งใดหรือกินสิ่งใดก็ตามใจเจ้า เงินก้อนนี้เป็นของเจ้า หากอยากทิ้งข้าไปตอนนี้เจ้าทำได้เลย ข้าไม่ห้าม” นางเองก็อยากรู้ว่าเขาจะทิ้งนางไปหรือไม่
“ไม่ต้องให้เงินข้าหรอกขอรับ ข้าน้อยไม่ต้องการสิ่งใด แต่ต่อให้ท่านมอบเงินให้ข้ามากกว่านี้ ข้าก็ไม่หนีไปจากท่านอย่างแน่นอน”
“รับไปเถิด ข้าคงไม่ออกมาจากห้องจนถึงพรุ่งนี้เช้า เจ้าไม่ต้องรอข้ากินข้าว จะได้มีเงินไปซื้อของกิน”
“เออ...หากข้าจะขอนำเงินส่วนหนึ่งไปแบ่งให้สหายที่เป็นขอทานได้หรือไม่ขอรับ”
“แล้วแต่เจ้า ในเมื่อข้ามอบให้เจ้าแล้ว จะนำไปทำสิ่งใดก็แล้วแต่เจ้า” ลี่หลันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องพักและเข้าไปในมิติทันที
รุ่งเช้าพอลี่หลันออกมาจากห้องพัก นางก็เห็นอาจ้านมายืนรออยู่ที่หน้าห้องแล้ว เขาสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ เนื้อตัวดูสะอาดสะอ้านน่ามองมากขึ้น
“นายหญิงท่านมาแล้ว เมื่อวานท่านยังไม่ได้กินมื้อเย็น ข้าสั่งอาหารเช้าเตรียมรอท่านเอาไว้แล้วขอรับ”
ลี่หลันถอนหายใจออกมา นางลืมบอกว่าเขาไม่ต้องวุ่นวายเรื่องอาหารของนาง “ข้าไม่กินแล้ว เจ้าสั่งให้เสี่ยวเอ้อห่ออาหารทั้งหมดที่สั่งไว้ แล้วนำไปมอบให้สหายของเจ้าเถิด อาหวนมาแล้วหรือยัง”
“มาแล้วขอรับ รอท่านอยู่ด้านล่าง” พอลี่หลันนางเดินลงบันไดไป อาจ้านก็เกาหัว “ไม่เห็นกินอันใดสักอย่างแล้วอยู่ได้อย่างไร” ก่อนกลับเข้าโรงเตี๊ยมลี่หลันไม่ได้ซื้ออาหารเข้ามาเก็บเอาไว้ ตอนเช้านางก็ไม่คิดจะกินอีก จะไม่ให้เขาสงสัยได้อย่างไร
แม้เสียงของอาจ้านที่บ่นกับตนเองจะเบาแค่ไหน ลี่หลันนางก็ได้ยิน แต่ไม่คิดจะตอบสิ่งที่เขาสงสัย พอลงมาถึงโถงด้านล่าง ก็พบอาหวนกำลังนั่งรอนางอยู่แล้ว
“นี่...ใบรับรองตัวตนของอาจ้านและสัญญาซื้อขายเรือนขอรับ” ลี่หลันมอบเงินค่าเรือนให้อาหวนไปเมื่อวานแล้วห้าร้อยตำลึงเงิน นางคิดว่าวันนี้เขาจะมาบอกความคืบหน้าให้ได้รู้ ไม่คิดว่าจะจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว
“ขอบใจเจ้ามาก” นางรับสัญญาซื้อขายมาอ่านดู ตอนแรกคิดว่าตนเองจะอ่านตัวอักษรโบราณไม่ออก คิดไม่ถึงว่านางจะอ่านเข้าใจได้ทุกตัวอักษร
อาหวนเมื่อทำงานเสร็จเรียบร้อยก็ขอตัวกลับไปทำงานที่โรงหมอสุ่ยต่อ ลี่หลันให้อาจ้านเรียกรถม้ามารับนางไปส่งที่เรือนพักที่ซื้อเอาไว้ และมอบเงินให้เขาไปซื้อรถม้ามาให้นาง โดยซื้อเฉพาะตัวรถลาก ส่วนม้านางมีแล้ว
อาจ้านที่มองรถม้าที่มารับลี่หลันไปจนสุดสายตาได้แต่ยืนนิ่งด้วยความมึนงง “เอาม้ามาจากไหน” อยู่กับนางมาสองวัน ไม่เห็นว่าลี่หลันนางจะไปที่ใด นอกจากไปดูเรือนพักและกลับมาอยู่ที่โรงเตี๊ยม หากนางนำม้ามาด้วยตั้งแต่แรก เหตุใดไม่ขี่ม้าไปที่เรือนหลังใหม่ จะให้เขาเรียกรถม้ามารับเพื่ออันใด อาจ้านได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วไปหาสหายที่เป็นขอทานของตนเพื่อนำอาหารไปมอบให้
“พาพวกข้าไปด้วยมิได้หรือ ข้าไม่อยากเป็นขอทานแล้ว” เมื่อสหายของอาจ้านเห็นเขาสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี ทั้งยังมีของกินราคาแพงมามอบให้ ก็อยากจะติดตามนายหญิงของอาจ้านไปด้วย
“ข้าเองก็ตอบไม่ได้ว่านายหญิงจะยอมรับพวกเจ้าหรือไม่ แต่ว่า...นางเพิ่งซื้อเรือนหลังใหม่ คงกำลังหาคนทำความสะอาด หากพวกเจ้าทำงานได้ดี นางก็อาจจะรับพวกเจ้าเอาไว้ก็ได้”
“จริงหรือ” สหายของอาจ้านห้าคนต่างมองมาทางเขาอย่างมีความหวัง
“แต่ข้าไม่รับรองว่าจะได้หรือไม่ พวกเจ้าคงต้องทำงานให้นายหญิงเห็นก่อน ว่าพวกเจ้ามีประโยชน์”
“ได้ ได้ เจ้าพาข้าไปทำงานเลยได้หรือไม่ หากไม่รับไว้แลกกับเงินเล็กน้อยก็ยังดี”
คนทั้งห้าก็มีชะตาชีวิตไม่ต่างจากอาจ้าน ต่างก็ถูกครอบครัวทอดทิ้งจนกลายมาเป็นขอทาน แม้แต่บ้านเดิมอยู่ที่ไหนพวกเขาก็จำไม่ได้แล้ว
อาจ้านก็ไม่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นเพียงลำพัง เขาจึงยอมพาสหายทั้งห้าคนไปพบลี่หลัน แต่ยังไม่ลืมที่จะแวะซื้อรถม้าตามที่ลี่หลันนางสั่งเอาไว้
“เหตุใดซื้อแต่เพียงตัวรถเล่า นายหญิงของเจ้าไม่เอาม้าด้วยหรือ แล้วจะใช้สิ่งใดลาก” ต่างก็พากันสงสัยไม่น้อย
“ไม่ถามมากจะดีที่สุด นายหญิงของข้านางไม่เหมือนแม่นางน้อยทั่วไป หากอยากทำงานกับนาง อย่าได้ปากมากเป็นอันขาด นางเก่งวรยุทธ์มากอีกด้วย ข้าเห็นมากับตา” อาจ้านไม่ลืมที่จะโอ้อวดความเก่งกาจของลี่หลันให้สหายของตนได้รู้
นายหน้าค้าสัตว์ ที่ขายรถม้าให้ ต้องให้คนนำรถม้าไปส่งให้ที่เรือนของลี่หลัน คนงานในโรงค้าสัตว์ย่อมไม่แปลกใจด้วยคิดว่าคงมีม้าอยู่แล้ว
พอมาถึงเรือนพักของลี่หลัน เห็นม้าสีดำรูปร่างสง่ายืนอยู่ใต้ต้นไม้ข้างเรือนก็พากันจ้องมองด้วยความตกตะลึง เส้นขนสีดำเงางาม ดูแข็งแรงกำยำอย่างที่พบเห็นได้น้อยนัก ไม่คิดว่าจะปรากฏอยู่ในเรือนพักหลังน้อยที่เงียบสงบ
“ม้าจากที่ใด เหตุใดถึงได้งดงามเพียงนี้” คนงานโรงค้าสัตว์เดินเข้าไปใกล้เพื่อชื่นชม แต่ไม่คิดว่าม้าที่ดูเชื่องทั้งสองตัว ไม่แม้แต่จะผูกเชือกเอาไว้ก็ไม่วิ่งไปทั่วเรือน จะหันมามองแล้วยกขาคู่หน้าหมายจะถีบคนงานทั้งสองคน “เฮ้ยยยยย”
เท้าของม้ายังไม่ทันถึงตัว ก็มีเสียงของสตรีดังขึ้นมาเสียก่อน “หยุด!!!” ราวกับเสียงสวรรค์ เพราะม้าทั้งสองหยุดการกระทำที่จะเข้ามาทำร้ายคนงานทันที มันเดินกลับไปอยู่ที่เดิมอย่างว่าง่าย
“พวกเจ้าส่งรถม้าแล้วก็กลับไปได้แล้ว พวกมันดูเหมือนเชื่องแต่พวกเจ้าไม่อาจเข้าใกล้ได้ บอกวิธีเทียมรถกับคนของข้าเอาไว้ก็พอ” นางมองไปทางอาจ้าน เขาจึงได้เดินไปสอบถามวิธีการเทียมรถม้ากับคนงานโรงค้าสัตว์
ลี่หลันนางเพิ่งเห็นการมีอยู่ของเด็กหนุ่มอีกห้าคน ไม่ต้องถามนางก็รู้ว่าคงเป็นสหายของอาจ้านอย่างแน่นอน พอคนของโรงค้าทาสกลับออกไปแล้ว อาจ้านก็เดินพาคนทั้งห้าเข้ามาหาลี่หลัน
“นายหญิง ข้าเห็นว่าเรือนพักของท่านยังไม่ได้ทำความสะอาด จึงชวนสหายของข้ามาช่วยงาน”
