ท่านต้องไปช่วยคนผู้หนึ่งกับข้า
เจ้าหน้าที่ทางการสอบถามเรื่องราวของลี่หลันต่ออีกสองสามประโยค ก่อนจะทำเรื่องออกใบรับรองตัวตนให้นาง ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำ ด้วยรับเงินมาจากหมอสุ่ยถึงยี่สิบตำลึงเงินแล้ว
ลี่หลันนางก็ทำตามที่ได้รับปากไว้ เมื่อนางได้ใบรับรองตัวตนมาแล้ว และส่งเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว นางก็นำเห็ดหลินจือออกมาให้หมอสุ่ย ตัวหมอสุ่ยเองไม่สนใจจะค้นหาว่านางเอาออกมาจากที่ใดทั้งนั้น พอได้เห็ดหลินจือมาแล้ว เขาก็บอกราคาที่รับซื้อให้กับลี่หลัน แล้วให้หลงจู๊ไปนำเงินมาเพิ่มให้นางทันที
เห็ดหลินจือดอกที่สองมีขนาดใหญ่กว่าดอกแรกไม่น้อย หมอสุ่ยจึงมอบเงินให้นางถึงสามพันตำลึงทอง เขาไม่หักค่านำชาที่จ่ายให้เจ้าหน้าที่ไปก่อนหน้าออกแม้แต่ตำลึงเดียว
“ขอบคุณท่านหมอสุ่ยมากเจ้าค่ะ หากข้าได้เห็ดหลินจือมาอีก จะต้องนำมาขายให้ท่านอย่างแน่นอน”
หมอสุ่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ จะมีใครโชคดีเดินไปพบเห็ดหลินจือบ่อยครั้งได้เล่า “ไม่เป็นอันใด เจ้ายอมขายเห็ดทั้งสองดอกให้ข้าก็นับว่าดีมากแล้วต่อไปหากมีเรื่องใดให้ข้าช่วยเจ้าก็มาหาข้าที่โรงหมอได้”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ลี่หลันลุกขึ้นขอตัวกลับออกไป
เสี่ยวเอ้อหน้าร้านเมื่อรู้ว่าลี่หลันนางต้องการไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ก็รีบนำทางไปส่งให้ด้วยความยินดี ลี่หลันนางจึงมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้เขาสิบตำลึงเงิน มันเท่ากับเงินเดือนเขาถึงห้าเดือนเลย เสี่ยวเอ้อคิดไม่ผิดเลยที่เอ่ยถามลี่หลันว่านางต้องการไปที่ใดต่อ หากไม่ถามเขาคงไม่ได้เงินมากถึงเพียงนี้
ร้านขายผ้า เมื่อเห็นว่าลี่หลันนางมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้เสี่ยวเอ้อถึงสิบตำลึงเงิน ก็ไม่กล้าดูแคลนเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ ต่างก็พากันเข้ามาสอบถามและเอาอกเอาใจนางอย่างดี
ลี่หลันนางเสื้อชุดสำเร็จที่ทำจากผ้าเนื้อดีทั้งหมดสิบชุดด้วยกัน จ่ายออกไปมากถึงยี่สิบตำลึงทอง เสี่ยวเอ้อร้านผ้าจึงรีบอาสายกของให้นางไปส่งถึงโรงเตี๊ยม ทั้งยังพาไปหาโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมืองลั่วตงให้อีกด้วย ในเมื่อมีน้ำใจลี่หลันนางก็มอบเงินให้ไปอีกสิบตำลึงเงิน
เข้ามาถึงห้องพักลี่หลันนางก็เข้าไปในมิติทันที “ไป่ไป๋ เจ้าว่าควรซื้อจวนที่ใด” ลี่หลันเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมานั่งโซฟาข้างไป่ไป๋
“ข้าเองก็ไม่รู้ เช่นนั้น...ให้ข้าออกไปสำรวจให้ก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
“ดี พรุ่งนี้ข้าจะได้ไปติดต่อซื้อเลย” ลี่หลันเห็นด้วยกับความคิดของไป่ไป๋
ไป่ไป๋หายออกไปจากมิติทันที ลี่หลันนางนั่งเล่นอยู่ครู่ก็เดินกลับเข้าไปพักในห้องนอน ล้มตัวลงนอนกำลังจะเคลิ้มหลับ ไป่ไป๋ก็ปรากฏตัวบนที่นอนของนาง
“นายหญิงลุกขึ้นเร็วเข้า!!! ท่านต้องไปช่วยคนผู้หนึ่งกับข้า”
ลี่หลันลืมตาขึ้นมามองอย่างเกียจคร้าน แต่นางยังไม่ยอมลุกขึ้นแม้จะถูกไป่ไป๋ใช้ปากดึงรั้งเสื้อจนเกือบจะฉีกขาด
“เหตุใดข้าต้องไปช่วยด้วย”
“ข้าไม่รู้จะพูดกับท่านเช่นใด แต่ท่านต้องไปช่วยบุรุษผู้นั้น”
ไป่ไป๋กลัวว่าลี่หลันจะไปช่วยบุรุษผู้นั้นไม่ทัน มันจึงพาตัวนางหายออกไปจากมิติ ทั้งที่ลี่หลันนางยังคงสวมชุดนอนสายเดี่ยวผ้าเนื้อบางของนางอยู่
“ไป่ไป๋ เจ้า!!!” ลี่หลันที่ไม่ทันตั้งตัว นางล้มลงไปกองอยู่กับพื้นดิน
รอบด้านที่นางมาปรากฏตัวอยู่มิใช่ในมิติเช่นเดิม แต่เป็นป่าทึบ แม้แต่แสงจันทร์ก็ส่องลงมาไม่ถึง ตรงหน้าของนางมีบุรุษนอนเลือดท่วมตัว ลมหายใจรวยรินราวกับว่าหากนางมาถึงช้ากว่านี้ บุรุษผู้นี้อาจจะไม่รอด
“นายหญิง ช่วยเขาเร็วเข้า” ไป่ไป๋ที่นั่งอยู่ข้างบุรุษผู้นั้นร้องเร่งลี่หลัน
“เหตุใดเจ้าไม่ช่วยเองเล่า”
“ข้าไม่อาจใช้น้ำวิเศษได้ มิเช่นนั้นข้าจะตามท่านมาเพื่ออันใดเล่า!!!” ไป่ไป๋ใช้อุ้งเท้าของมันฉีกเสื้อผ้าของบุรุษผู้นั้นออก เผยให้เห็นบาดแผลขนาดใหญ่ตรงหน้าอกของเขา
ลี่หลัน เดินไปนั่งคุกเข่าลงตรงข้างบุรุษผู้นั้น นางเรียกน้ำวิเศษออกมา เมื่อเห็นน้ำหยดมาตามนิ้วมือ ลี่หลันก็รีบเลื่อนนิ้วมือไปตรงบริเวณบาดแผลของเขา
บาดแผลที่ได้รับน้ำวิเศษ ไม่นานเลือดที่ไหลออกมาก็หยุดไหล บาดแผลเริ่มสมานเข้าหากันช้าๆ
“หมดเรื่องของข้าแล้วใช่หรือไม่” ลี่หลันลุกขึ้นยืนกอดอกมองไป่ไป๋อย่างเบื่อหน่าย
“ขอบคุณนายหญิงมากขอรับ”
ลี่หลันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “บุรุษผู้นี้เป็นอันใดกับเจ้ากันแน่” นางเห็นไป่ไป๋ดูเป็นห่วงมากเกินความจำเป็น
“ครั้งหนึ่ง เมื่อสิบปีก่อน ข้ายังเล็กเกินกว่าจะรู้ถึงความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์ ข้าออกตามหานายของตนเองจนเกือบจะถูกจับตัวไปขาย บุรุษผู้นี้เคยช่วยข้าเอาไว้ขอรับ”
“หืม...แล้วเจ้ามาเจอเขาได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าออกไปหาเรือนให้ข้ามิใช่หรือ”
“ข้าสำรวจหาเรือนให้ท่านอยู่ บังเอิญเห็นมือสังหารนับสิบคนกำลังติดตามบุรุษผู้นี้อยู่ขอรับ พอรีบตามมาช่วยก็เห็นเขาได้รับบาดเจ็บหนักแล้ว”
“เอาเถิด ข้ากลับไปนอนต่อแล้ว”
“ไปด้วยขอรับ” ไป่ไป๋เห็นว่าบุรุษผู้นั้นรู้สึกตัวแล้ว มันจึงรีบกระโดดเข้าไปในอ้อมขาของลี่หลัน แล้วหายกลับเข้าไปในมิติทันที
บุรุษที่นอนเจ็บหนักปางตายเมื่อครู่ ทันได้เห็นสตรีแต่งกายประหลาดกับจิ้งจอกขาวที่หายไปต่อหน้าต่อตา เขาไม่เคยเห็นสตรีผู้นั้นมาก่อน แต่กับจิ้งจอกขาวสีขนของมันเปล่งประกายไม่เหมือนตัวใดมาก่อน เขาย่อมจดจำมันได้ทันที
ซ่งซือหยุน ชันตัวลุกขึ้นนั่ง มือหนาลูบไปที่หน้าอกอย่างมึนงง เดิมมันควรจะมีบาดแผลที่ถูกดาบฟันและแทงอยู่หลายจุด แต่ยามนี้มันไม่มีบาดแผลปรากฏให้เห็น นางไม่ทิ้งสิ่งของ หรือนามของนางเพื่อให้เขาได้รู้ว่าผู้มีพระคุณที่ชีวิตเป็นใคร
ลี่หลันกลับเข้ามาในมิติ นางก็ล้มตัวลงนอนทันที โดยไม่สนใจจะสอบถามถึงบุรุษผู้นั้นอีก นางรู้เพียงว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ช่วยชีวิตไป่ไป๋ก็พอแล้ว
รุ่งเช้า เมื่อกินอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ลี่หลันกับไป่ไป๋ก็พากันออกจากมิติ เพื่อไปดูเรือนพักที่ไป่ไป๋ได้สำรวจเอาไว้ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อของโรงหมอสุ่ยก็รีบเดินเข้ามาหาลี่หลัน
“แม่นาง ข้าจวนที่ท่านต้องการได้แล้ว อยากไปดูหรือไม่ขอรับ ข้าจะพาท่านไป”
“หืม...” ลี่หลันเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ นางจำไม่ได้ว่าบอกเสี่ยวเอ้อไว้ว่านางต้องการหาซื้อจวน
เสี่ยวเอ้อพอจะรู้ว่าลี่หลันนางสงสัย จึงได้รีบบอกกล่าวออกมา “ท่านหมอสุ่ยให้ข้าไปสำรวจจวนให้ขอรับ ตั้งแต่เมื่อวาน พอได้จวนที่ท่านต้องการข้าก็รีบมารอท่านทันที”
ลี่หลันพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”
ลี่หลันตามเสี่ยวเอ้อไป ระหว่างทางนางจึงได้รู้ว่าเขามีนามว่า อาหวน ลี่หลันนางมิได้ต้องการจวน นางต้องการเพียงเรือนพักหลังไม่ใหญ่มากนัก ด้วยตัวนางรู้ดีว่านางคงใช้ชีวิตอยู่ภายในมิติมากกว่าอยู่ด้านนอก ที่ซื้อไว้ก็เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสงสัย
หลังแรกที่อาหวนพานางมาดู เป็นจวนหลังใหญ่ของคหบดีเก่า นอกจากเรือนพักของเจ้านายที่มีมากถึงห้าเรือนหลักแล้ว ยังมีเรือนเล็กของบ่าวไพร่อีกหลายสิบหลัง มันจึงไม่เหมาะกับนาง อีกอย่างยังอยู่ใกล้ตลาดผู้คนพลุกพล่านมากเกินไป
“ข้าอยากได้เพียงเรือนหลังไม่ใหญ่มากนัก ข้าอยู่เพียงลำพัง หากมีบ่าวไพร่จวนหลังนี้ก็ยังเกินความจำเป็นของข้า ข้าอยากได้ความสงบมากกว่านี้”
“เช่นนั้น...ทางทิศตะวันตกของเมืองดีหรือไม่ขอรับ อยู่ใกล้จวนของท่านแม่ทัพใหญ่ซ่งด้วย บ้านเรือนทางนั้นมีไม่มาก ส่วนมากจะเป็นที่อยู่ของพวกทหาร เงียบสงบแต่ว่า...อยู่ใกล้พวกทหารจะว่าปลอดภัยก็ปลอดภัย แต่สตรีงดงามเช่นท่าน อีกทั้งยังอยู่เพียงลำพัง ข้ากลัวว่า...”
“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าดูแลตนเองได้ พาไปเถิด หากชอบข้าย่อมซื้อเอาไว้”
