ที่เก็บของเคลื่อนที่
ลี่หลันที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาหงส์จ้องมองท้องฟ้าในความมืดอย่างเย็นชา นางหัวเราะเสียงเย็นออกมาเบาๆ “หึหึ ทะลุมิติ ฉันข้ามภพมาอยู่ในยุคโบราณ ตลกสิ้นดี” นางชันตัวขึ้นนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
ในหัวของลี่หลันว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไป สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย คำพูดและวัฒนธรรมสองยุคต่างกันลิบลับ และดูเหมือนว่าร่างที่วิญญาณของนางเข้ามาอยู่ ไม่มีสมบัติใดติดตัวมาด้วยเลยสักนิด
“จะผอมไปไหน” เมื่อมองสำรวจเนื้อตัวก็อดจะบ่นออกมาไม่ได้
อากาศรอบด้านก็เริ่มหนาวเย็น เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำ ยิ่งทำให้ร่างบางสั่นเทา จนนางต้องมองหาที่หลบลมหนาว
ลี่หลันพยุงตัวให้ลุกขึ้นเดิน มองหาที่หลบลมหนาวไปด้วย เดินเข้าไปไกลเพียงใดนางก็จำไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่าไกลพอที่จะทำให้ขาของนางก้าวเดินแทบจะไม่ไหวแล้ว ด้านหน้าก็มีถ้ำปรากฏให้เห็น
หากเป็นตู้ลี่หลันคนเดิม คงไม่กล้าดินเข้าไปภายในถ้ำที่มืดมิดเช่นที่ลี่หลันนางกำลังทำอยู่ ถึงลี่หลันนางจะเป็นบุตรสาวของมาเฟียใหญ่ในฮ่องกง แต่ตั้งแต่เล็กนางก็ถูกฝึกเพื่อให้เตรียมตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งและกิจการที่พี่ชายนางทิ้งหน้าที่ไป ความมืดจึงทำให้นางกลัวไม่ได้
ลี่หลันไม่ได้เข้าไปด้านในลึกนัก ที่นั่งที่นางนั่งอยู่ยังพอให้แสงจันทร์ด้านนอกส่องเข้ามาให้พอมองเห็นด้านในได้รางๆ ขอเพียงให้หลบลมหนาวได้ก็พอแล้ว
นางถูมือกันไปมาพร้อมเป่าลมร้อนใส่มือเพื่อเพิ่มความอบอุ่น “มีไฟก็คงดี” ลี่หลันอดนึกถึงไฟแช็กที่ลูกน้องนางพกติดตัวเอาไว้สูบบุหรี่ขึ้นมา มือที่ถูไปถูมา ก็ปรากฏไฟแช็กขึ้นมาในมือ
นางโยนทิ้งราวกับมันเป็นของร้อนทั้งที่เมื่อครู่ยังนั่งนึกถึงมันอยู่เลย “มาได้ไงว่ะ” นางจ้องไปที่ไฟแช็กที่หล่นอยู่ที่พื้นด้วยความมึนงง ก่อนจะยืนเท้าไปเขี่ยราวกับว่าอีกไม่นานมันจะพุ่งเข้าหานางได้ แต่ก็เห็นๆ อยู่ว่ามันเป็นเพียงไฟแช็ก ลี่หลันจึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาแล้วกดจุดมัน
“หืม...เหมือนอันที่อยู่ในห้องทำงานของฉันเลย” นางมองพิจารณาลวดลายของไฟแช็ก ก็พบว่ามันคือของที่อาจ้านเคยทิ้งเอาไว้ในห้องทำงานของนาง นางเป็นผู้ที่โยนในลิ้นชักในโต๊ะทำงานเอง หวังว่าจะคืนเขาในภายหลัง แต่กลับลืมไปเสียสนิท
ลี่หลันไม่รอช้า นางรีบหากิ่งไม้ใบไม้แห้งที่อยู่ใกล้ตัวนำมาก่อกองไฟทันที แม้จะดูทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่มันก็ติดขึ้นมา นางยังหากิ่งไม้มาทำเป็นราวเพื่อตากเสื้อผ้าให้แห้ง เนื้อตัวตอนนี้จึงเหลือเพียงตู้โตวและกางเกงขาสั้นตัวบางที่เป็นชุดชั้นในของสตรีในยุคโบราณเท่านั้น
ระหว่างที่รอให้ผ้าเริ่มแห้ง ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงร้องออกมา มือเรียวลูบท้องเอาไว้ สายตาก็กวาดมองหาสิ่งของกินได้ไปด้วย ลี่หลันเฉลียวคิดถึงไฟแช็กเมื่อครู่ ที่เพียงแค่นางนึกถึงมันก็ปรากฏออกมา จึงลองดูอีกครั้ง
และเป็นเช่นที่นางคิดจริงๆ ว่านางต้องมีบางสิ่งที่มันมหัศจรรย์ เพียงแค่นึกถึงของกิน อาหารที่อยู่ในตู้เย็นภายในห้องพักของเธอก็ปรากฏออกมา “อย่างน้อยก็ไม่อดตาย” ลี่หลันกินอาหารสำเร็จรูปที่นำออกมาเสร็จก็โยนขยะเข้าไปในกองไฟ
ร่างของตู้ลี่หลัน อ่อนแอไม่น้อยเลย ลี่หลันนางทำอะไรได้นิดหน่อยก็เหนื่อยหอบ เดิมที่คิดจะเข้าไปสำรวจถ้ำด้านในก็จำต้องหยุดความคิดลง แล้วล้มตัวนอนพักเอาแรง
ตกกลางดึก ลี่หลันสะดุ้งตื่น เพราะเสียงร้องของสัตว์ป่าที่อยู่ด้านนอก นางลุกขึ้นนั่งมองฝ่าความมืดไปอย่างระวังตัว กก่อนจะคว้าเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้มาสวมใส่ นางนึกถึงปืนที่อยู่ในห้องทำงาน แต่ไม่มีสิ่งใดปรากฏออกมาเช่นที่เคยเกิดขึ้น
นั่งฟังเสียงร้องของสัตว์ป่าอยู่นาน แต่ไม่เห็นว่าจะมีสัตว์ใดย่างกายเข้ามาใกล้บริเวณถ้ำที่นางอยู่ ลี่หลันจึงโยนกิ่งไม้เพิ่มเข้าไปในกองไฟ แล้วนั่งกอดเข่าไปจนฟ้าด้านนอกสว่าง
ลี่หลันออกมายืนสูดอากาศยามเช้าที่หน้าปากถ้ำ จะอาศัยความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างก็ไม่ได้ ด้วยนางแทบไม่เคยออกจากจวนตระกูลตู้ไปที่ใดเลย พอไม่รู้ว่าจะทำอันใดต่อไป ลี่หลันจึงเดินหาแหล่งน้ำเพื่อล้างหน้า จะใช้น้ำกินที่มีอยู่ล้างก็กลัวว่าน้ำที่มีจะหมดลง
ป่าทึบที่น้อยคนนักจะเข้ามาถึงตรงที่ลี่หลันนางอยู่ หนทางที่เดินจึงเต็มไปด้วยต้นไม้ขึ้นสูง นางต้องใช้ไม้ตีไปตามทางเดินตลอดทางด้วยกลัวว่าจะมีงูโผล่มาฉกนางเข้า
ยังดีที่เดินไปทางด้านหลังของถ้ำได้ไม่นานก็พบลำธารน้ำ ลี่หลันจึงเดินเข้าไปใช้มือทั้งสองข้างตักน้ำขึ้นมาล้างหน้าของนาง หากตามทฤษฎีที่ได้เรียนมา ถ้านางเดินตามลำธารน้ำไปจะต้องพบเจอผู้คนเป็นแน่
ลี่หลันยืนครุ่นคิดอยู่ข้างลำธารอยู่ครู่ใหญ่ จนนางนำของกินออกมากินอีกครั้งก็ยังคิดไม่ตกว่าควรจะทำเช่นใดดี แต่เมื่อไตร่ตรองให้ดี ถึงตอนนี้จะยังมีของกินและไฟใช้ในตอนกลางคืน แต่ไม่รู้ว่ามันจะหมดลงเมื่อใด หากหมดก่อนที่จะออกจากป่า มิใช่ว่าต้องหาล่าสัตว์ให้ยุ่งยากเลยหรือ นางจึงเดินกลับไปที่ถ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บของที่นำออกมาเมื่อคืนเดินทางออกจากป่า
“เอ๊ะ...” ลี่หลันที่กำลังมองหาใบไม้ใบใหญ่ เพื่อห่อของที่นางนำออกมา ก็ต้องเบิกตาขึ้นด้วยความดีใจ
เมื่อสายตาของนางเหลือบไปมองเห็นเห็ดดอกใหญ่ที่อยู่ข้างก้อนหินตรงผนังถ้ำ เห็ดหลินจือดอกใหญ่ที่นางเคยเห็นคนนำมามอบให้คุณพ่อของนาง ยังไม่ใหญ่เท่าเห็ดที่อยู่ตรงหน้าเลย แล้วจะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร
ไม่ว่ายุคสมัยใด เห็ดหลินจือและโสมย่อมมีมูลค่า ยิ่งในยุคโบราณที่ใช้สมุนไพรในการรักษา ราคามันต้องได้ไม่น้อยแน่ๆ
ลี่หลันดึงเห็ดหลินจืออย่างเบามือ นางยังคงสำรวจพบอีกหลายดอกที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก จึงเก็บทั้งหมดมากองไว้รวมกัน เห็ดหลินจือตรงหน้ามีถึงหกดอกด้วยกัน แต่มีดอกที่ใหญ่สุดเพียงแค่สองดอกเท่านั้น ถึงสี่ดอกที่เหลือจะเล็กกว่า แต่ก็ใหญ่กว่าที่นางเคยพบเจอมาจากโลกก่อนมากแล้ว
นางลูบคลำตามดอกเห็ดอย่างใช้ความคิด “แล้วจะเก็บอย่างไง ให้คนอื่นไม่เห็น เฮ้ยยย!!!” สิ้นคำพูด เห็นทั้งกองก็หายไปจากพื้นตรงหน้าของนาง
ลี่หลันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความมึนงง นางเดินมึนๆ ไปที่กองของตรงปากถ้ำ ก่อนจะลองพูดว่าเก็บอีกครั้ง แต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ลี่หลันเลยลองเพื่อความแน่ใจ ด้วยการเอื้อมมือไปที่กองของแล้วพูดว่า เก็บ เมื่อของหายไปจนหมด นางก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
“หึหึ มีที่เก็บของเคลื่อนที่สินะ” ความคิดชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาในหัวของนางทันที
เมื่อภาพความทรงจำเก่าของตู้ลี่หลันปรากฏให้นางได้เห็น เสื้อผ้า เครื่องประดับที่นางเคยมี หากไม่ถูกกงมี่ฟางสั่งให้สาวใช้มาเก็บกลับไปก็ต้องถูกสาวใช้ที่มาคอยทำความสะอาดภายในเรือนขโมยไปจนหมด
“จะกลับไปทวงให้ไม่ต้องห่วง” นางลูบหน้าอกที่ปวดหนึบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
พอประโยคคำมั่นหลุดออกมาจากปากของนาง ความเจ็บปวดก็จางหายไป ลี่หลันจึงลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะออกจากถ้ำ หูของนางก็ได้ยินเสียงสิ่งของตกที่อยู่ภายในถ้ำด้านใน หากเป็นผู้อื่นไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเช่นใด แต่ลี่หลันนางลุกขึ้นนึกถึงไฟฉายแล้วเดินเข้าไปด้านใน
