คนเช่นท่านหรือจะได้ขึ้นสวรรค์
เสียงของตกดังชัดเจนเพียงนั้น คงอยู่ไม่ห่างจากที่นางยืนเท่าใดนัก เดินเข้าไปทางแยกด้านใน เปิดไฟฉายในมือส่องไปรอบๆ ก็เห็นจิ้งจอกสีขาว ขนของมันเมื่อโดนแสงไฟก็เปล่งประกายจนไม่อาจละสายตาได้ มันก็จ้องมองมาทางลี่หลันเช่นกัน
“ไม่ฆ่าเจ้าหรอก” นางหมุนตัวเพื่อจะเดินออกไป แม้ว่าหากจับมันไปขายคงทำเงินได้ไม่น้อย แต่นางก็ไม่คิดอยากจะทำ
“ประเดี๋ยวก่อน”
ลี่หลันหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อได้ยินเสียงพูด นางหันกลับไปมองที่จิ้งจอกขาวช้าๆ พร้อมกับมองหาที่มาของเสียงอย่างระวังด้วย แต่ไม่ว่าจะสาดไฟฉายไปทั่วมุมของถ้ำเช่นใด ภายในถ้ำก็มีเพียงแค่นางและจิ้งจอกสีขาวเท่านั้น
“เจ้าพูดหรือ” ลี่หลันเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เชื่อ
“ใช่แล้ว ไม่สิ เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือ” มันวิ่งเข้ามาใกล้ลี่หลันด้วยความยินดี
ฝ่าเท้าของลี่หลันถอยหลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรู้ดีว่าทุกสิ่งที่พบเจอล้วนเป็นไปได้ แม้แต่วิญญาณของนางยังมาปรากฏอยู่ในยุคโบราณ เพียงแต่ไม่อยากเชื่อเท่านั้น ว่าสัตว์จะพูดได้ เช่นนี้ไม่บันเทิงเกินไปหรือ
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยถามมันออกไป “มีเรื่องใดกับข้า”
“ท่านเข้าใจที่ข้าพูด ท่านอาจารย์บอกข้าเอาไว้ หากมีมนุษย์ที่เข้าใจคำพูดของข้า คนผู้นั้นก็คือนายของข้า ผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงใต้หล้านี้ได้”
ลี่หลันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “ข้าว่าผู้อื่นก็ฟังเจ้ารู้เรื่อง ในเมื่อเจ้าพูดได้เช่นมนุษย์”
“ไม่ ไม่ ข้าเคยออกจากป่าไปตามหาแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดฟังคำข้ารู้เรื่อง ทั้งยังจะจับข้าไปขายอีก”
ลี่หลันได้แต่นึกขำ นางหรือจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงใต้หล้า หากนางทำได้จริง คงไม่ตายง่ายๆ “ไม่ใช่ข้าหรอก เจ้าไปหาเจ้านายคนอื่นเถิด” ชีวิตนี้นางขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้มีอำนาจหรือสร้างอำนาจใดอีกแล้ว
จิ้งจอกขาวดูเหมือนจะไม่ฟังในสิ่งที่ลี่หลันนางพูด มันกระโดดพุ่งตัวเข้ามาหาลี่หลัน แล้วกัดเข้าที่มือของนาง จนเลือดไหลออกมา ถึงแม้บาดแผลจะไม่ใหญ่นัก แต่ความเจ็บปวดที่รับก็ทำให้ตัวนางต้องทรุดไปกองกับพื้นดิ้นทุรนทุรายไปมา
“อ๊ากกก” เสียงร้องของนางดังก้องไปทั่วถ้ำ
แสงสีทองที่ออกมาจากตัวของลี่หลันและจิ้งจอกขาวผสานเข้าตัวกันก่อนจะรัดเกี่ยวทั้งสองเอาไว้ราวกับเป็นคนเดียวกัน ดวงตาของลี่หลันทอประกายสีทองออกมาวูบก่อนที่ทุกสิ่งจะสงบลง ความเจ็บปวดที่ได้รับก็หายไปเช่นกัน
“จะ เจ้า” นางหอบหายใจมองจิ้งจอกขาวอย่างมุ่งร้าย
มันยังคงไม่หวาดกลัวนางแล้วเดินเข้ามาหาใกล้ๆ “นายหญิง” พร้อมทั้งก้มหัวให้จนติดพื้นดิน
ลี่หลันเพิ่งจะค้นพบว่า แสงไฟฉายได้ดับไปนานแล้ว แต่ดวงตาของนางกลับมองเห็นทุกสิ่งอย่างได้อย่างชัดเจน หูของนางก็ยังได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำไหลที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด เรียกได้ว่าประสาทสัมผัสของนางชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
“เจ้าทำอันใดกับข้า”
“ข้าทำพันธสัญญากับนายหญิง ทุกสิ่งที่ข้าเห็น นายหญิงย่อมจะรู้สึกเช่นกันขอรับ”
ลี่หลันกัดฟันแน่น นางไม่ได้ร้องขอหรือต้องการเสียหน่อย จิ้งจอกขาวย่อมรับรู้ถึงความรู้สึกของลี่หลันได้เช่นกัน
“ข้าย่อมมีประโยชน์ต่อท่าน เมื่อต้องการแก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิม ตอนนี้ข้าจะพาท่านไปที่หนึ่ง ท่านย่อมต้องพอใจแน่ขอรับ”
ในเมื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่ได้แล้ว และดูเหมือนว่าเจ้าจิ้งจอกขาวกำลังเอาใจนางอย่างดี ลี่หลันจึงชันตัวขึ้น “เจ้ามีชื่อหรือไม่”
“เรียกข้าไป่ไป๋ได้เลยขอรับ” มันวิ่งวนไปรอบตัวลี่หลันอย่างดีใจ ที่ผู้เป็นนายยอมรับมันแล้ว
“จะพาไปที่ใดก็รีบไป หากไม่ดีเช่นที่ปากของเจ้าพูด เจ้าได้โดนดีแน่” ลี่หลันทำท่ายื่นเท้าเข้าไปจะเตะมัน ไป่ไป๋ก็รีบวิ่งหน้าตั้งนำหน้านางเข้าไปในถ้ำด้านในทันที
พอเข้าไปถึง ลี่หลันก็เห็นเพียงบ่อน้ำสีเขียวมรกตอยู่ตรงกลางถ้ำขนาดของมันไม่ได้ใหญ่มากนัก “นี่...ของดีที่เจ้าว่า” หางคิ้วของนางขยับไม่หยุด
“ท่านอย่าเพิ่งมีโทสะ ลองลงไปแช่ตัวก่อนขอรับ”
“หากไม่ดีเช่นที่เจ้าพูด ข้าจะถลกหนังเจ้ามาทำเป็นผ้าพันคอข้า”
ลี่หลันไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมต้องให้นางลงไปแช่ตัว แต่นางก็นึกได้ว่า ถือเป็นการอาบน้ำไปในตัวเลยแล้วกัน ไป่ไป๋มันเป็นจิ้งจอก ลี่หลันเองจึงไม่สนใจรีบถอดเสื้อผ้าออกมาจากร่างกาย
“นายหญิง!!! ท่านไม่อายข้าเลยหรือ” มันโวยวายเสร็จก็วิ่งออกไปหลบอยู่ด้านนอก
“เหอะ ก็เจ้าเป็นสุนัขจิ้งจอกจะให้ข้าเขินอายหรือไง” ยามนี้ทั่วทั้งร่างของนางเปลือยเปล่าจนไม่เหลือสิ่งใดปกปิดร่างกาย
ลี่หลันลงไปแช่อยู่ในน้ำทั้งตัว ยามแรกน้ำในบ่อก็อุ่นจนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลาย แต่เพียงครู่เดียวน้ำด้านในก็ร้อนจนนางแทบจะทนไม่ไหว ไป่ไป๋มันคงได้ยินเสียงแตกกระจายของน้ำ จึงได้ร้องตะโกนเข้ามา
“ท่านห้ามขึ้นมาเด็ดขาด จนกว่าน้ำด้านในจะเย็นตัวลง มิเช่นนั้นเลือดลมของท่านจะตีกลับ ทำให้เส้นลมปราณของท่านเกิดความเสียหาย ถึงตอนนั้นต่อให้มีหมอเทวดามารักษาก็ไม่อาจช่วยเหลือท่านได้แล้ว”
“บ้าจริง!!!” นางเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมา เมื่อรู้ว่าเสียท่าให้ไป่ไป๋อีกแล้ว
“อึก...อ๊ากกก” ไม่นานความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่ร่างกายของลี่หลัน ราวกับว่าภายในของนางกำลังถูกบีบรัด กระดูกทุกท่อนราวกับกำลังถูกถอดออกจากร่างกายของนาง ลี่หลันส่งเสียงร้องออกมา ทั้งดิ้นพล่านจนน้ำแตกกระจายไปทั่วบริเวณ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ลี่หลันที่ประคองสติแทบเอาไว้ไม่ได้ ทุกครั้งที่นางคิดจะหมดสติไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดก็มีเสียงของไป่ไป๋ดังขึ้นภายในหูของนางให้นางประคองสติเอาไว้
จนน้ำในบ่อเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นสบายขึ้น ลี่หลันก็กลับมาได้สติอีกครั้ง ร่างกายในตอนแรกที่เดินไม่นานก็เหนื่อยหอบ ตอนนี้กลับมาแข็งแรงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ นางจึงได้ลุกขึ้นจากน้ำ เรียกผ้าห่มที่อยู่ภายในช่องเก็บของออกมาเช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้า
ไป่ไป๋ที่เห็นว่าลี่หลันขึ้นมาจากน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินเข้ามาหา “นายหญิง ท่านรู้แล้วหรือว่าตนเองมีห้วงมิติติดตัวด้วย”
“ห้วงมิติอันใดของเจ้า” นางมองไป่ไป๋อย่างไม่เข้าใจ
“ก็ข้าเห็นท่านเก็บของเข้าไปในมิติของท่าน”
“อ้อ...ช่องเก็บของเคลื่อนที่ของข้าหรือ”
“ด้านในมันคือห้วงมิติ ท่านยังไม่เคยเข้าออกเลยหรือขอรับ” มันมองลี่หลันเหมือนมองตัวโง่งม
“เข้าเช่นใด”
ไป่ไป๋ถอนหายใจออกมา มันเดินเข้ามาใช้อุ้งเท้าแตะที่ตัวลี่หลัน แล้วทั้งสองก็หายออกไปจากถ้ำที่เพิ่งอยู่ทันที
ภาพตรงหน้าปรากฏขึ้นในสายตาของลี่หลัน ทำนางนิ่งอึ้งอย่างไม่อยากเชื่อ สายน้ำ ทิวเขา ป่าไม้ ทุ่งหญ้ากว้าง เหล่าสัตว์ป่าที่เดินออกมาจากป่าทึบมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความแปลกใจ ความงามตรงหน้าทำให้ลี่หลันแทบหยุดหายใจ
มันเหมือนภาพวาดโบราณที่นางเคยเห็นในงานนิทรรศการ ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มาเห็นกับตาตนเอง “สวรรค์หรือ” นางพึมพำของมาเบาๆ
“ที่ไหนเล่า คนเช่นท่านหรือจะได้ขึ้นสวรรค์ โอ๊ยยย” ลี่หลันไม่ได้โต้กลับแต่นางเตะไปที่ตัวของไป่ไป๋จนมันกลิ้งไปหลายตลบ “ข้าพูดความจริง ท่านต้องทำร้ายข้าเลยหรือ”
“อีกสักทีดีหรือไม่ จะได้เงียบปาก”
“ทำเป็นรับไม่ได้” มันบ่นพึมพำออกมาเบาๆ อย่างไรลี่หลันนางก็ได้ยิน พอรู้สึกว่าเท้ากำลังจะยื่นมาเตะมันอีกที ไป่ไป๋ก็กระโดดห่างออกไปไกลแล้ว “ท่านไม่เข้าไปดูในเรือนพักก่อนหรือขอรับ”
