ข้าไม่เชื่อว่านางจะหนีตามบ่าวไป
ลี่หลันนางเพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของเรือนพัก ตัวเรือนขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เมื่อเข้าไปก็ทำให้ลี่หลันต้องตกตะลึงมากกว่าเดิม เพราะการจัดวางข้าวของภายในเรือนพัก เหมือนห้องพักและห้องทำงานของนางไม่มีผิด ถึงว่าข้าวของที่นางเรียกออกมาจากห้องทำงานถึงได้มาปรากฏให้นางเห็น
ทุกสิ่งยังคงมีอยู่เช่นเดิม ขาดเพียงปืนหลายสิบกระบอกที่นางสะสมเอาไว้ มีดและอาวุธลับยังคงจัดเรียงเอาไว้อยู่ที่เดิม ลี่หลันถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย
“อาวุธร้ายแรงเช่นนั้น ไม่มีทางได้ปรากฏในโลกแห่งนี้หรอกขอรับ”
ลี่หลันหรี่ตามองไป่ไป๋ที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของนางไปเสียทุกอย่าง หลังจากที่ได้ทำพันธสัญญาต่อกัน “ที่มีอยู่ ก็ไม่มีใครรังแกข้าได้แล้ว”
“ต่อให้ไม่มีสิ่งนี้ ก็ไม่มีผู้ใดรังแกท่านได้ ไม่เชื่อท่านก็ลองออกไปที่ลานฝึกยุทธ์ดูขอรับ”
ไป่ไป๋เดินนำด้านหน้าไป ลี่หลันนางจึงต้องตามมันออกไปด้านหลัง ด้านหลังเรือนพักมีลานฝึกวรยุทธ์เช่นที่มันว่าจริง อาวุธที่นางเห็นล้วนแต่เป็นดาบ หอก แส้ เมื่อจับดาบขึ้นมาฟันหุ่นไม้ที่อยู่ตรงหน้า ลี่หลันลองออกแรงเต็มกำลัง ก็พบว่าหุ่นไม้ถึงกับขาดออกเป็นสองท่อนทันที
“ดาบคมนัก” นางมองดาบในมืออย่างชื่นชม
“ไม่ใช่!!!” ไป่ไป๋โวยวายออกมาเสียงดัง “ดาบมันคมก็จริง แต่พละกำลังของท่านแข็งแกร่งต่างหากเล่า”
“หืม” ลี่หลันวางดาบลงที่เดิม ในใจนางยังคงเถียงว่าเป็นเพราะดาบคมมากกว่า
“ท่านยังมีเวลาสำรวจอีกนาน ตอนนี้ออกไปจากที่นี่ก่อนเถิดขอรับ ท่านจะออกจากป่ามิใช่หรือ”
“ไม่ต้องออกแล้วก็ได้ ข้าอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ยังได้” นางโบกมือปฏิเสธ
“หากเป็นเช่นนั้น ท่านคิดว่าท่านจะได้สิ่งของพวกนี้หรือขอรับ”
“แล้วข้าต้องทำอันใด”
“อีกไม่นาน ท่านก็รู้ แต่ตอนนี้ไปกันเถิดขอรับ”
“แล้วข้าจะออกไปได้อย่างไร”
“ท่านก็นึกถึงสถานที่ที่อยู่เมื่อครู่ แล้วพอท่านจะเข้ามาก็เพียงแค่นึกถึงด้านในนี้ก็พอขอรับ”
ลี่หลันพยักหน้าเข้าใจแล้วนางก็นึกถึงถ้ำที่เพิ่งจะจากมา เพียงเสี้ยววินาที นางก็กลับมายืนผ่านในถ้ำอีกครั้ง ก่อนที่จะพากันออกไปจากถ้ำ ลี่หลันรู้ดีว่าบ่อน้ำนี้ต้องเป็นบ่อน้ำวิเศษอย่างแน่นอน นางมองมันอย่างแฝงไปด้วยความหมาย “ข้าอยากได้บ่อน้ำนี้ ทำเช่นใดได้บ้าง”
“ห๊ะ!!!” ไป่ไป๋กระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าลี่หลันจะมีความคิดประหลาดเช่นนี้ “ท่านก็ลองเก็บมันเข้าไป หากเป็นของท่าน ท่านก็เอาไปได้” มันพูดออกมาโดยไม่คิดว่าลี่หลันนางจะได้ครอบครองบ่อน้ำมรกตแห่งนี้ “เฮ้ยยยย!!!” ไป่ไป๋กระโดดตัวลอยอีกครั้ง เมื่อบ่อน้ำมันหายเข้าไปในห้วงมิติของลี่หลันจริงๆ
“หึหึ มีโชคไม่น้อยเลย” นางหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แล้วเดินนำไป่ไป๋ออกไปจากถ้ำ
ไป่ไป๋มันเคยออกจากป่ามาแล้ว จึงเป็นผู้นำทางได้ดี ทั้งยังเล่าถึงสถานที่ที่ลี่หลันกำลังจะไปให้นางได้รู้อีกด้วย เมืองที่จะทะลุออกจากป่าแห่งนี้คือเมืองลั่วตง อยู่ห่างจากเมืองหงซวงถึงห้าร้อยลี้ เป็นเพราะลี่หลันนางเดินเข้ามาลึก จนข้ามไปอีกฟากของป่าได้เลย เมืองลั่วตงยังเป็นเมืองเขตชายแดนตะวันออกจากแคว้นต้าหลี่อีกด้วย
“ห่างเพียงนี้ เมื่อใดข้าจะได้กลับไปเอาคืนคนตระกูลตู้เล่า”
“ไม่นานหรอกขอรับ ตอนนี้ท่านปล่อยให้พวกเขาได้อยู่สุขสบายไปก่อน” ทั้งคู่เดินออกจากป่า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวของตนเองไปตลอดทาง
ทางด้านตระกูลตู้หลังจากที่ตู้ลี่หลันนางถูกพาตัวไปทิ้ง ตู้หนิงเซียนที่กลัวความผิดก็เก็บตัวอยู่แต่ภายในเรือน กงมี่ฟางที่รู้เรื่องจากตู้เหลียงก็รีบมาดูบุตรสาวที่เรือนพักทันที
“ท่านแม่” ตู้หนิงเซียนโผล่เข้ากอดเอวของกงมี่ฟางเอาไว้แน่น นางร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว จนผู้เป็นมารดาต้องกอดปลอบนางเอาไว้
“เด็กโง่ เหตุใดเจ้าไม่บอกกล่าวแม่ หากพี่ชายเจ้าไม่พูดแม่จะรู้หรือ”
“ข้ากลัวเจ้าค่ะ หากท่านพ่อรู้ พี่รุ่ยรู้ข้าจะทำเช่นใดดีเจ้าคะ”
“หึ พ่อเจ้าเคยสนใจความเป็นอยู่ของนางหรือ แม่จัดการเองเจ้าไม่ต้องห่วง ส่วนอารุ่ย...คนมันหนีตามบุรุษอื่นไปแล้ว เขายังจะสนใจอยู่อีกหรือ ดีไม่ดีจะต้องมาสู่ขอเจ้าแทนเป็นแน่”
“ท่านแม่แน่ใจหรือเจ้าคะ” ตู้หนิงเซียนเงยหน้าถามอย่างมีความหวัง
“ในเมื่อเจ้าอยากได้อารุ่ยเป็นสามี แม่จะช่วยไม่ได้เลยหรือ เจ้าสงบใจอยู่ภายในเรือนให้ดี สองสามวันนี้แม่จะหาหนทางเอง”
พอได้ยินในสิ่งที่มารดารับปาก ตู้หนิงเซียนก็กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง นางคิดไม่ผิดจริงๆ ที่กำจัดนางจิ้งจอกเช่นตู้ลี่หลันทิ้งไป หากยังอยู่ก็รังแต่เป็นเสี้ยนหนามคอยทิ่มแทงนางเปล่าๆ
กงมี่ฟางลงมืออย่างรวดเร็ว พอตู้เฉียงกลับมาถึงจวน นางก็ร่ำไห้เข้าไปคุกเข่าต่อหน้าเขา บอกว่าดูแลตู้ลี่หลันได้ไม่ดี ทำให้นางนี้ตามบ่าวในจวนไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และบ่าวคนที่นางใส่ความก็ไม่ใช่ผู้ใด เป็นบ่าวสองคนที่พาตัวตู้ลี่หลันนางไปทิ้งในป่า กงมี่ฟางไม่ต้องการเหลือคนรู้เห็นอื่นเอาไว้ แม้แต่สาวใช้ของตู้หนิงเซียนทั้งสองคนก็ถูกตัดลิ้นแล้วขายออกไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงพวกนางสามแม่ลูกที่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น
จ้าวชิงรุ่ย ให้คนของตนแอบนำสิ่งของมามอบให้ตู้ลี่หลันเช่นเดิม พอบ่าวกลับมารายงานเรื่องที่ตู้ลี่หลันหนีตามบ่าวชายในจวนไป เขาที่ไม่เชื่อก็รีบร้อนมาเยือนจวนตู้ทันที
“อารุ่ย ข้าเองก็เสียใจไม่น้อยที่ดูแลบุตรในจวนไม่ดี ข้าส่งคนติดตามนางไปเงียบๆ ตั้งแต่ที่รู้ข่าว แต่ก็ตามหาตัวไม่พบ ข้าเองก็จนปัญญา” กงมี่ฟางร่ำไห้ออกมาตลอด
ตู้เหลียงที่นั่งอยู่ด้วยก็ปั้นหน้าขรึม ราวกับว่าเขากำลังโกรธน้องสาวคนรองที่ทำเรื่องขายหน้าให้กับตระกูล “หวังว่าเจ้าจะช่วยเก็บเรื่องที่นางหนีไปเป็นความลับด้วย ในจวนของข้ายังมีน้องสาวที่ถึงวัยออกเรือนแล้วอีกหลายคน พวกนางไม่อาจแปดเปื้อนไปพร้อมกับน้องรองที่โง่เขลาได้”
“ข้าไม่เชื่อว่านางจะหนีตามบ่าวไป” เสียงของเขาเย็นชาเช่นเดียวกับดวงตาที่กวาดมองสองแม่ลูก
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปดูที่เรือนของนางกับข้าก็แล้วกัน”
กงมี่ฟางและตู้เหลียงรู้อยู่แก่ใจว่าจ้าวชิงรุ่ยไม่มีทางเชื่อ วันที่นำร่างของตู้ลี่หลันไปทิ้ง เขาก็สั่งให้สาวใช้ทั้งสองคนของตู้หนิงเซียนเก็บกวาดข้าวของของตู้ลี่หลันไปเผาทิ้งทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
พอจ้าวชิงรุ่ยมาถึงเรือน ก็พบว่าไม่มีข้าวของของนางหลงเหลืออยู่แล้ว ต่อให้เขาเชื่อว่านางไม่มีทางหนีไปพร้อมกับบ่าวในจวน แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขากลับออกจากจวนตระกูลตู้ไปทันที และยังส่งคนของตนเองออกตามหาตัวของลี่หลันไปทั่ว
ทหารเฝ้าประตูเมืองถูกตู้เหลียงซื้อตัวเอาไว้แล้ว เมื่อมีคนมาสอบถามว่าเห็นบ่าวของตระกูลตู้รีบร้อนพาหญิงสาวออกจากเมืองหรือไม่ ก็รีบตอบรับทันทีว่าเห็น พอจ้าวชิงรุ่ยรู้เรื่องว่าตู้ลี่หลันหนีไปกับบ่าวชายจริง ก็เสียใจดื่มสุราอยู่หลายวัน
กงมี่ฟางที่สาวใช้ของนางไปซื้อตัวบ่าวเฝ้าประตูจวนตระกูลจ้าวเอาไว้ นำเรื่องราวของจ้าวชิงรุ่ยมาบอกกล่าว “เป็นนางจิ้งจอกเช่นเดียวกับแม่ของมัน” นางกัดฟันแน่นอย่างแค้นใจ
