ตู้ลี่หลัน
“นางตายแล้วหรือไม่” เสียงบุรุษเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอรับ”
“พะ พี่เหลียง หากผู้อื่นรู้ ว่าข้า...”
“เงียบเสีย ที่นี่มีแต่คนของเจ้าและของข้า ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าทำให้นางตาย รองแม่ทัพจ้าวกำลังจะมาแล้ว เจ้ารีบไปเตรียมตัวเสีย อย่าให้ผู้ใดจับพิรุธของเจ้าได้ ทางนี้พี่จะจัดการเอง”
“จะ เจ้าค่ะ”
เสียงฝีเท้าสองสามคู่จากไปอย่างเร่งรีบ ลี่หลันที่ยังไม่อาจลืมตาขึ้นได้ ได้แต่มึนงงกับประโยคที่พวกเขาสนทนากันอยู่ แต่ละคนที่พูดออกมาล้วนแต่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหน
เสียงบุรุษที่ถูกเรียกว่าพี่เหลียง สั่งความกับคนของตนให้แบกร่างที่เย็นเหยียบของลี่หลันไปทิ้งในป่า ลี่หลันที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ทั้งยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น คนที่แบกร่างของนางอยู่ไม่ใช่ลูกน้องของนางที่ควรจะพานางไปส่งโรงพยาบาทหรือ
ชายร่างใหญ่สองคนพาร่างของลี่หลันขึ้นบนรถม้า เดินทางออกไปห่างไกลหลายร้อยลี้ เพื่อพานางไปทางที่ป่าห่างไกลจากเมืองหงซวง
ทั้งสองแบกร่างของลี่หลันเข้ามาทิ้งไว้กลางป่าอย่างไม่ไยดี เดิมควรจะต้องฝังร่างของนางตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพียงแต่...เกียจคร้านเกินกว่าที่จะขุดหลุม ด้วยคิดจะทิ้งร่างของนางเอาไว้ให้เป็นอาหารของพวกสัตว์ป่า
“คุณหนูใหญ่ อำมหิตเสียจริง” หนึ่งในนั้นเอ่ยออกมา เมื่อวางร่างของลี่หลันลงบนพื้นดิน
“ช่วยไม่ได้ คุณหนูรองนางไร้มารดาคอยช่วยเหลือ อีกทั้งรองแม่ทัพจ้าวดันพึงใจนาง เดิมการแต่งงานครั้งนี้ก็ควรเป็นของคุณหนูใหญ่ พอไม่มีคุณหนูรอง รองแม่ทัพจ้าวยอมต้องยอมหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่เช่นเดิม”
“คุณหนูรองนางเป็นเพียงบุตรอนุ หากฮูหยินเรียกนางไปพูดคุย มีหรือที่นางจะไม่ยอมถอยให้คุณหนูใหญ่”
“คุณหนูรองนางต้องยอมแน่อยู่แล้ว แต่รองแม่ทัพจ้าว จะยอมด้วยหรือ ไปเถิด...เรื่องของเจ้านาย อย่าปากมากไปยุ่งจะดีกว่า หากเจ้าไม่อยากมีจุดจบเช่นคุณหนูรอง”
เสียงฝีเท้าทั้งสองเดินห่างออกไปไกลแล้ว ลี่หลันก็ลืมตาขึ้นมามองรอบตัวที่นางอยู่ เมื่อครู่ความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างทำให้นางเห็นภาพชีวิตที่ผ่านมาของนาง
ตู้ลี่หลัน คุณหนูรองตระกูลตู้ อายุสิบห้าหนาว บุตรีตู้เฉียง เป็นเจ้าเมืองหงซวง อยู่ทิศตะวันออกของแคว้นต้าหลี่ มารดาของนางเป็นอนุสาม หวงลู่เอิน เลี้ยงดูตู้ลี่หลันได้เพียงห้าปี นางก็สิ้นใจลง
หวงลู่เอิน เป็นสาวงามของเมืองหงซวง ตอนที่ตู้เฉียงพานางเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมือง ความโปรดปรานเขาก็มอบให้นางหมดแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ฮูหยินเอก กงมี่ฟาง เกิดความริษยา คอยหาทางกลั่นแกล้งนางลับหลังอยู่เสมอ
แต่พอหวงลู่เอินสิ้นใจลง ตู้เฉียงก็หลงลืมไปว่า ตนเองมีบุตรีกับหญิงอันเป็นที่รักอยู่คน ตู้ลี่หลันจึงถูกละเลย ทั้งฮูหยินเอกก็รังเกียจนาง ทำให้บ่าวไพร่ไม่สนใจไยดี ความเป็นอยู่ของนางจึงไม่ค่อยดีนัก อาจจะสู้บุตรของบ่าวในจวนบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ
คุณหนูใหญ่ ตู้หนิงเซียน และคุณชายใหญ่ ตู้เหลียง คือบุตรของกงมี่ฟาง ตระกูลตู้อยากเกี่ยวดองกับตระกูลจ้าว เป็นเพราะจ้าวชิงรุ่ย เพิ่งจะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพ ดูแลกองทัพทางทิศตะวันออกได้ไม่นาน อีกทั้งรูปโฉมก็นับว่ามิได้ด้อยไปกว่าผู้ใดในเมืองหงซวง
ตู้หนิงเซียนที่เห็นเขาครั้งแรกก็พึงใจทันที แต่ไม่คิดว่า จ้าวชิงรุ่ย จะพึงใจตู้ลี่หลัน ในครั้งแรกที่เขาได้รับเทียบเชิญให้มาร่วมงานในจวนตระกูลตู้
เดิมตู้ลี่หลันก็ไม่สมควรได้ออกมาพบเจอแขกเหรื่อในงาน ด้วยนางถูกสั่งห้ามให้ออกมาจากเรือนพัก กงมี่ฟาง ทำเหมือนว่านางไม่มีตัวตนในจวน ตนอื่นในตระกูลตู้ต่างก็ไม่คิดไถ่ถามหานางด้วยเช่นกัน หากมิใช่ว่าตู้หนิงเซียนอยากจะกลั่นแกล้งให้นางอับอาย โดยการให้สาวใช้ไปตามนางมาพบที่สวนดอกไม้ เพื่อให้สหายของนางที่มาร่วมงานได้ร่วมกับดูแคลนตู้ลี่หลัน
“เอ๊ะ!!! น้องรอง เจ้าแต่งกายเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกัน วันนี้เป็นวันฉลองที่พี่ใหญ่สอบผ่านจิ้นซื่อ เจ้าไม่คิดจะแต่งการดีๆ หรือ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากมาร่วมแสดงความยินดี แต่ไม่เห็นจะต้องสร้างความอับอายให้ท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ใหญ่เลย” ตู้หนิงเซียนแสร้งก้มหน้าลงด้วยความเสียใจ
สหายของนางต่างก็พากันเข้ามาปลอบประโลม และมองตู้ลี่หลันด้วยสายตาตำหนิ “นี่...น้องรองที่เจ้าว่าหรือ ช่างไร้มารยาทนัก สมแล้วที่เป็นเพียงบุตรอนุ ทั้งมารดาเจ้าเล่ห์ของนางก็ชิงตายไปก่อน คงไม่มีผู้ใดสั่งสอนนางกระมัง”
“หากข้าไม่ได้รู้ว่าก่อนว่านางชอบแย่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเจ้า คงจะคิดว่านางถูกพวกเจ้าแม่ลูกรังแก แต่นี่...ได้ของดีแต่เพียงผู้เดียว แต่ยังแต่งงานได้ราวกับขอทาน คงอยากให้ตระกูลตู้เสียหน้าเป็นแน่”
เสียงถากถางและเสียงหัวเราะของสตรีหลายนางตรงหน้า ทำให้ตู้ลี่หลันที่ไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนตื่นตกใจไม่น้อย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลออกมา นางอดกลั้นต่อคำดูแคลนและการกลั่นแกล้งของตู้หนิงเซียนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้นางจะทำให้นางต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากเพียงนี้
ตู้ลี่หลันมิได้โต้เถียงออกมา นางหมุนตัวกลับแล้ววิ่งไปทางเรือนพักของนาง แต่พอหันหลังออกวิ่งไปได้ไม่ไกล เป็นเพราะนางไม่ได้มองตรงหน้าว่ามีผู้ใดขวางทางอยู่หรือไม่ จึงชนเข้ากับจ้าวชิงรุ่ย ที่เดินมาพร้อมกับตู้เหลียงและสหายของเขาอีกหลานคน
“ขออภัยเจ้าค่ะ” นางก้มหน้าลงพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้
“น้องรอง!!! เจ้ากล้าแต่งกายเช่นนี้ออกมาหรือ แล้วเหตุใดถึงได้ไร้มายาทเช่นนี้ อารุ่ยข้าขออภัยแทนนางด้วย”
ตู้ลี่หลันเงยหน้าขึ้นเพื่ออธิบายให้ตู้เหลียงเข้าใจ เขาจะได้ไม่ต้องเรียกนางมาต่อว่าในภายหลัง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา “พะ พี่ใหญ่ ขะ ข้า” นางพูดไม่ออก เมื่อเห็นสายตาข่มขู่ของเขา จึงก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ไม่เป็นอันใด เจ้าเจ็บที่ใดหรือไม่” จ้าวชิงรุ่ยยังคงประคองนางเอาไว้หลวมๆ
ตู้ลี่หลันเบี่ยงตัวออกแล้วถอยห่างออกมาสองก้าว นางยังคงก้มหน้าลงเช่นเดิม “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าน้อยขออภัยคุณชายอีกครั้ง ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” นางเร่งฝีเท้ากลับไปทันที โดยไม่สนใจเสียงตำหนิที่ไล่ตามหลังมาของคนอื่น
นั้นคือเหตุการณ์ที่ได้พบหน้าจ้าวชิงรุ่ยโดยบังเอิญ และอีกหลายครั้งเมื่อจ้าวชิงรุ่ยสืบรู้ว่าตู้ลี่หลันมีความเป็นอยู่ภายในจวนตระกูลตู้เช่นใด เขามักจะให้คนแอบส่งข้าวของมาให้ตู้ลี่หลันอยู่บ่อยครั้ง นานวันเข้าทั้งสองก็เริ่มมีใจตรงกัน
จ้าวชิงรุ่ยจึงเดินทางมาที่จวนตระกูลตู้ เพื่อขอหมั้นหมายกับตู้ลี่หลัน แม้บิดาและมารดาของเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม เป็นเพราะตู้ลี่หลันนางเป็นเพียงบุตรอนุ ไม่มีตรงใดที่เหมาะสมกับจ้าวชิงรุ่ยเลยสักนิด แต่เพราะความดื้อรั้นของจ้าวชิงรุ่ย ทำให้บิดามารดาของเขาต้องยอมถอยให้สองก้าว แต่ยอมให้แต่งตู้ลี่หลันเป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้น วันหน้าหากเขาพบเจอสตรีที่เหมาะสมจนยอมแต่งเป็นฮูหยินเอก ค่อยรับตู้ลี่หลันเข้ามาในจวน
พอตู้หนิงเซียนนางรู้เรื่องเข้า นางก็มาหาเรื่องตู้ลี่หลันถึงที่เรือนของนาง เรือนพักของลี่หลันอยู่เกือบท้ายจวน ทั้งยังไม่ค่อยมีบ่าวคนใดยอมเข้ามาดูแลนาง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ตู้หนิงเซียนจะลงมือทำร้ายตู้ลี่หลัน
ตัวตู้หนิงเซียนเองก็คิดไม่ถึงว่านางจะพลั้งมือทำร้ายตู้ลี่หลันจนนางพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ กว่าจะตามคนมาพาตัวนางขึ้นจากน้ำได้ ตู้ลี่หลันก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
