บทที่ 5 ปิ๊งไหน
ภาพหญิงวัยห้าสิบปลาย ๆ ที่ทั้งสาวและสวยราวหญิงสาววัยสามสิบต้น ๆ ปรากฏแก่สายตาของเตชิณและอาทิตย์ ดูอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่เหมือนหญิงวัยห้าสิบปลาย ๆ เลยแม้แต่น้อย ใบหน้ายังดูอ่อนหวาน รูปร่างยังเหมือนสาววัยแรกรุ่น แถมยังมีรอยยิ้มที่แสนอ่อนหวานประดับบนใบหน้าอยู่เป็นนิจ ทำให้หน้าตายิ่งดูอ่อนเยาว์และสดใส เธอย่างก้าวเข้ามาใกล้ผู้เป็นลูกชายในมาดนางพญาผู้แสนสง่างาม จ้องมองสบตาเขาไม่วางตา
“สวัสดีค่ะลูกเต แล้วนี่ลูกเตของคุณแม่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันคะเนี่ย คุณแม่ไม่เห็นทราบมาก่อนเลยว่าวันนี้ลูกเตจะมาพักที่นี่ แล้วทำไมเมื่อคืนไม่ลงไปร่วมงานปาร์ตี้กับคุณแม่คะ?”
คุณหญิงเตชิณีเอ่ยทักทาย และตั้งคำถามกับลูกชายเป็นชุด เพราะนางไม่คิดว่าจะเจอบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนที่นี่
“เอ่อสวัสดีครับคุณแม่ คือผมเพิ่งมาครับคุณแม่ ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงเมื่อคืน ปลีกตัวจากลูกค้าไม่ได้จริง ๆ ครับ”
เตชิณยิ้มให้มารดาก่อนจะตอบออกไปอ้อมแอ้ม ด้วยเขายังรู้สึกผิดที่เมื่อคืนเดินทางมาไม่ทันร่วมงานของมารดา จึงจำเป็นต้องโกหกว่าตนเพิ่งมาถึง เพราะไม่อยากให้มารดาเสียใจที่เขารับปากไว้แล้วแต่ก็มาไม่ได้
“ไม่เป็นไรจ้ะ อย่าทำงานเยอะนักนะแม่เป็นห่วง รู้จักผ่อนคลายบ้าง?”
คุณหญิงเตชิณีเดินเข้าไปโอบกอดลูกชายอย่างเต็มรัก หอมแก้มซ้ายขวาอย่างที่ทำอยู่เป็นประจำ ก็ไม่ได้เจอกันมาหลายวัน เตชิณคนเดียวของนางมีงานการมากมายให้ต้องรับผิดชอบ นั่นทำให้เขาไม่ค่อยจะมีเวลาให้นางมากนัก แต่เมื่อได้พบหน้าค่าตาผู้เป็นลูกในวันนี้แล้ว เมื่อเห็นว่าลูกชายสุดหล่อยังดูดีไม่มีเปลี่ยน ผู้เป็นแม่ก็สบายใจและหมดห่วง
เมื่อผละจากอ้อมกอดของผู้เป็นลูกแล้วก็หันไปเห็นหลานชายที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝึกหัดยืนอยู่ใกล้ ๆ กัน คุณหญิงจึงเอ่ยทักทาย
“แล้วนี่น้องซันก็อยู่ด้วยเหรอคะ”
“สวัสดีครับคุณหญิงป้า”
อาทิตย์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมยกมือประนมไหว้คุณหญิงเตชิณีผู้เป็นป้าอย่างนอบน้อม เขายิ้มไม่เต็มปากนัก ด้วยรู้ดีว่าสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้นี้คงไม่ใคร่จะดีแน่ ‘นายนะนายทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีเสียก่อน’
“สวัสดีจ้ะน้องซัน เอ่อ แล้วน้องปิ๊งล่ะคะ น้องปิ๊งไปไหน? น้องซันกับลูกเตเห็นน้องปิ๊งไหมคะ?”
เมื่อสิ้นคำถามของผู้เป็นแม่ เตชิณก็หันไปมองหน้าผู้ช่วยอย่างอาทิตย์ในทันที อาทิตย์ทำได้เพียงส่งยิ้มแหย ๆ ไปให้ผู้เป็นนาย พร้อมพยักหน้าหนึ่งครั้งเหมือนเป็นเชิงบอกว่า ’ใช่ครับ ผู้หญิงคนนั้นคือแขกของคุณหญิงเตชิณี’ นั่นทำให้เตชิณถึงกับหน้าถอดสีในทันที
‘ซวยแล้ว’
วันนี้คุณหญิงเตชิณีตั้งใจจะมาหาปารดาโดยเฉพาะ แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อพบเพียงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกับผู้ช่วยของเขา ซึ่งก็มีศักดิ์เป็นหลานชายของนาง นางสอดส่ายสายตาอันคมกริบดั่งนางพญาเหยี่ยวจ้องมองไปทั่วห้องพักสุดหรูของตน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของปารดา จึงหันมาสบสายตากับสองหนุ่มที่อยู่ในห้องอย่างเตชิณและอาทิตย์เพื่อต้องการคำตอบ
“ว่าไงคะเงียบกันไปหมดเลย คุณแม่ถามว่าน้องปิ๊งไปไหน ลูกเตกับน้องซันเห็นน้องปิ๊งไหมคะ?”
“.......” เงียบไม่มีสัญญาณตอบรับจากสองหนุ่ม
“น้องปิ๊ง อยู่ไหมเอ่ย คุณหญิงป้าแวะมาหาค่ะ ฮัลโหล คนสวยอยู่ไหนคะ?”
เมื่อยังไม่ได้รับคำตอบ คุณหญิงเตชิณีก็ตะโกนเรียกหาปารดาต่อ แถมยังเดินค้นหาไปทั่วห้องพัก เข้าห้องนี้ ออกห้องนั้นจนครบทุกห้อง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นแม้เงาของคนที่นางอยากจะเจอ เมื่อเดินกลับมาก็เห็นเพียงสีหน้าอึ้งงันของลูกชาย
“เอ่อ ปิ๊งไหนครับคุณแม่”
เตชิณตัดสินใจถามออกไปเพื่อความแน่ใจ เขาส่งรอยยิ้มที่เป็นยิ้มที่ไม่เต็มปากนักไปให้ผู้เป็นมารดา รอยยิ้มของเขาตอนนี้มันดูแข็ง มันดูทื่อ มันไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
“น้องปิ๊งเป็นแขกของคุณแม่ค่ะลูกเต เมื่อคืนคุณแม่ให้น้องปิ๊งมาพักที่ห้องของเราเพราะน้องปิ๊งเธอเมามากค่ะ แล้วลูกเตมาถึงตั้งแต่กี่โมงคะ ทันได้เจอน้องปิ๊งรึเปล่า?”
ผู้เป็นแม่เอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้ม เตชิณและอาทิตย์ได้แต่ยิ้มแหย เมื่อเห็นดังนั้นคุณหญิงเตชิณีก็ไม่คาดคั้นเอาคำตอบใด ๆ อีก เตชิณกับอาทิตย์คงไม่เจอปารดาจริง ๆ
“ลูกเตกับน้องซันคงไม่เจอน้องปิ๊งสินะคะ ไม่เป็นไรค่ะน้องปิ๊งคงออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว Working Women ก็แบบนี้ละค่ะ เมาแค่ไหนแต่ก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเอง เดี๋ยวคุณแม่ค่อยโทรหาน้องเขาเองค่ะ งั้นคุณแม่ขอตัวก่อนนะคะ เชิญลูกเตกับน้องซันคุยกันตามสบายเลยนะคะ คุณแม่ไม่รบกวนแล้วค่ะ บายค่ะ”
ท่านคิดว่าปารดาคงออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว คงไม่ได้เจอกับลูกชายของท่านเป็นแน่ ไม่งั้นลูกท่านจะทำหน้างงงวยอย่างนี้เหรอ เฮ้อ..ท่านก็สู้อุตส่าห์ตั้งใจมาหา กลับพลาดกับปารดาไปได้ เสียดายจริง ๆ พูดจบคุณหญิงเตชิณีก็โบกมือลา พร้อมก้าวฉับ ๆ ออกไปจากห้องพักสุดหรูอย่างรวดเร็ว
เตชิณจ้องมองตามหลังผู้เป็นแม่ที่กำลังเดินออกไปทีละก้าว ทีละก้าว กระทั่งท่านก้าวออกไปและปิดประตูลงในที่สุด
ประธานฯ แห่งเครือพันสุริยะจักรพรูลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจในทันทีเมื่อมารดาออกไป
แม่ไปแล้วเขาจะได้มีเวลารวบรวมสติ และคิดทบทวนว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรดี ก็เขาเล่นไปกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวแขกของแม่ตัวเองเข้าให้แล้ว ใครมันจะไปรู้ว่าแม่จะให้คนอื่นมาพักห้องพักส่วนตัวของครอบครัว นี่คงสนิทกันมากถึงยอมให้พักห้องพิเศษห้องนี้ ปกติแม่ของเขาจะหวงพื้นที่ส่วนตัวเอามาก ๆ แต่กับเธอคนนั้นถึงกับยอมให้เข้าพักอย่างง่ายดาย แสดงว่าเธอคนนั้นคงไม่ธรรมดาแล้วสินะ
“ไอ้ซันสรุปน้องปิ๊งนี่เป็นแขกของแม่กูเหรอวะ”
เขาถามออกไปด้วยเสียงออกจะตะกุกตะกักเล็กน้อย นั่นเพราะอยากจะได้ยินคำยืนยันอีกครั้ง ถ้าอาทิตย์ยืนยันเขาจะยอมรับผิดข้อนี้โดยดุษณี ตอนนี้ความรู้สึกผิดวิ่งพล่านอยู่ในหัวใจ ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแขกของแม่ ถ้าแม่รู้เรื่องเข้าเขาต้องโดนหนักแน่ ๆ ถึงจะเป็นถึงซีอีโอแต่ก็ยังเป็นลูกแม่อยู่วันยังค่ำ
“ครับเธอเป็นแขกของคุณหญิงป้าครับ และยังมีอะไรมากกว่านั้นอีกนะครับนาย”
อาทิตย์บอกออกไปพร้อมสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เตชิณได้แต่มองหน้าแล้วคิดในใจว่า ‘ไอ้เด็กบ้านี่ทำหน้าจริงจังทีไรเป็นอันมีเรื่องทุกที’ เตชิณรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ไม่ใคร่จะดีนักสำหรับเขา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามอาทิตย์ออกไปอีกครั้ง พร้อมหัวใจเต้นตึกตักยิ่งกว่าเดิม
“อะไรที่มากกว่านั้น มันคืออะไรวะไอ้ซัน มึงพูดมาให้หมด จะอมพะนำไว้ทำไม”
ถามไปแล้วก็ใช้มือนวดคลึงขมับเบา ๆ ของถูกใจที่เคยคิดว่าจะได้มาง่าย ๆ อยากจะรับเลี้ยงไว้เชยชมให้สมใจ กลับกลายเป็นของต้องห้ามเสียแล้ว
“ก่อนที่ผมจะบอกนาย ผมขอถามนายอีกสักครั้งนะครับ นายจำน้องปิ๊งไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ”
“กูไม่เคยเจอเขา กูจะจำได้ยังไงวะ กูจำไม่ได้จริง ๆ ว่ะ กูนึกไม่ออก มึงช่วยบอกกูที จะกดดันอะไรกูนักหนาวะ”
เตชิณยังยืนยันคำเดิม ถ้าเคยเจอกันทำไมเขาจะจำไม่ได้ เขาแค่สามสิบสี่ไม่ได้แก่จนสติเลอะเลือน กระทั่งจะจำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น
“น๊าย แต่นั่นมันน้องปิ๊งนะครับนาย นายทำกับเธอได้ลงคอได้ยังไงกันครับ”
อาทิตย์เอ่ยออกมาเสียงหลง ราวกับว่าต้องการจะดุคนที่นั่งกุมขมับอยู่เบื้องหน้า แววตาของอาทิตย์มีแวววิตกกังวลเป็นอย่างมาก
เตชิณเห็นหน้าผู้ช่วยก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกแล้วอึกเล่า นี่เขาไปพรากพรหมจรรย์ใครเข้าให้วะ!!!
“แล้วมันปิ๊งไหนกันวะ มึงจะมาคาดคั้นให้กูจำเค้าให้ได้ได้ยังไง ก็กูบอกว่ากูจำไม่ได้ กูไม่รู้จักจริง ๆ มึงอย่ามาพูดราวกับว่ากูไปข่มขืนเขาได้ไหมวะไอ้ซัน แค่นี้กูก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว ถ้ากูจำได้หรือรู้จักเขาสักนิด มึงว่ากูจะทำไหม กูยังคิดจะมาด่ามึงอยู่เนี่ยว่าทำไมหาเด็กไซด์ไลน์เมา ๆ มาให้กู”
น้ำเสียงของอาทิตย์ยิ่งทำให้เตชิณรู้สึกผิดเอามาก ๆ แต่เขายังไม่รู้เลยว่าเธอคือใคร แล้วที่บอกว่าปิ๊งนี่มันปิ๊งไหนวะ?
“โถ่น้องปิ๊งผู้น่าสงสาร ต้องมาสังเวยพรหมจรรย์ให้กับคนอย่างนาย”
อาทิตย์ยังบ่นอุบ แต่คำพูดของเขาทำให้เตชิณหูผึ่งทันที ไอ้ซันรู้ได้ไงว่าเขาพรากพรหมจรรย์ของเธอคนนั้น แล้วคนอย่างเขามันไม่ดีตรงไหนวะ
“แกพูดแบบนี้ แกรู้จักเขาเหรอไอ้ซัน แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าเขายังไม่เคยเสียพรหมจรรย์หาไอ้ซัน”
เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่อาทิตย์พูดราวกับว่าสนิทสนมกับเธอคนนั้นนักหนา คำก็น้องปิ๊ง สองคำก็น้องปิ๊ง ไปรู้จักสนิทสนมกันตอนไหนวะ!!
“ก็น้องปิ๊งใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนั้น ซันมั่นใจว่าเธอต้องทั้งโสดและซิงแน่นอนครับนาย” อาทิตย์สาธยาย
“นี่แกรู้จักเขาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย ไม่ใช่ว่ามาล้อกูเล่นนะโว้ย ขืนล้อกูเล่น กูเอามึงตายแน่ พูดมา!!”
เขาขู่ผู้ช่วยออกไปทั้งทั้งที่ภายในใจยังกลัวในคำตอบที่จะได้รู้ มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอึก ๆ ด้วยเวลานี้ภายในลำคอของเขานั้นแห้งผาก คุยกับอาทิตย์แล้วยิ่งทำให้เขาปวดหัว ลางสังหรณ์มันบอกว่าเรื่องนี้มีแววไม่ค่อยจะดี
“นาย น้องปิ๊งไงครับนาย น้องปิ๊งน้องสาวคนเดียวของเฮียปีย์ เพื่อนรักของนายไงครับ นายจำเธอไม่ได้เหรอครับ”
อาทิตย์พูดโพลงออกมาในที่สุด
“แค๊ก ๆๆ”
สิ้นคำของอาทิตย์เตชิณก็ถึงกับสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง เดือดร้อนอาทิตย์ต้องเข้ามาช่วยลูบไหล่ลูบหลังให้เป็นการด่วน เขากลัวนายจะสำลักน้ำตายไปเสียก่อน ทำผิดเสียขนาดนี้ ไม่น่าให้อภัยเลยแม้แต่น้อย นายนะนาย อย่าเพิ่งตายเพราะสำลักน้ำนะ ต้องอยู่ชดใช้กรรมที่ก่อไว้กับน้องปิ๊งเสียก่อน
“นายโอเคไหมครับ”
สิ้นคำของอาทิตย์ เตชิณก็มองหน้าผู้ช่วยตาขวาง ในขณะที่ค่อย ๆ หายจากการสำลักน้ำ
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก เรื่องใหญ่ขนาดนี้ใครมันจะไปโอเควะ”
