บทที่่ 6 ตามฝัน
ปารดาเมื่อถึงห้องพักก็รีบหยิบยาคุมฉุกเฉินที่แวะซื้อจากร้านขายยาขึ้นมากินทันที เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย แล้วจัดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เพื่อเตรียมที่จะเดินทางในคืนนี้
เธอกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนเพิ่มเติมในคอร์สระยะสั้นเกี่ยวกับการออกแบบชุดชั้นใน (Lingerie) แม้จะเรียนคอร์สระยะสั้น แต่เมื่อได้ใบประกาศมาแล้ว มันก็สามารถเป็นใบเบิกทางในอาชีพของเธอได้เป็นอย่างดี เพราะสถาบันที่เธอไปร่ำเรียนนั้นเป็นสถาบันสอนการออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก คนมีฝันอย่างเธอกำลังจะกางปีกบินไปตามฝัน และอีกไม่นานแบรนด์ชุดชั้นใน PA-RA-DA ของเธอคงจะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
ปารดา หรือปิ๊ง ในวัยยี่สิบหกปี เรียนจบแฟชั่นดีไซน์จากมหาวิทยาลัยมีชื่อในประเทศ ปัจจุบันเป็นดีไซเนอร์ มีห้องเสื้อและแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง เธอร่วมกับเพื่อนสนิทอีกสองคนเปิดห้องเสื้อ ชื่อว่า PPM Studio & Design มาจากชื่อย่อของเธอและหุ้นส่วน ปารดา, พลอยชมพู, เมลดา สามสาวลงทุนเปิดห้องเสื้อร่วมกันตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ จนตอนนี้ผ่านมาสี่ปีเต็มแล้ว ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากมาย จนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสาวสังคมไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยสาวใหญ่ที่ออกงานบ่อย ที่ห้องเสื้อมีทั้งแบบสำเร็จรูป และวัดตัวตัด และล่าสุด พวกเธอได้รับเกียรติจากคุณหญิงเตชิณี ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของห้องเสื้อ ให้ร่วมจัดแฟชั่นโชว์ด้วยกันอย่างเป็นทางการ PPM Studio & Design แสดงโชว์เสื้อผ้า และคุณหญิงจัดแสดงโชว์เครื่องประดับหรู เมื่อได้มาร่วมงานกันก็จัดเป็นงานใหญ่อลังการณ์เป็นอย่างมาก ทำให้ห้องเสื้อของเธอยิ่งมีโอกาสได้ลูกค้าระดับบนมากขึ้น เมื่อวานเธอก็เดินแบบในชุดฟินาเล่ให้ท่าน เพราะท่านเป็นคนร้องขอ บอกว่าเธอเหมาะสมกับเครื่องประดับชุดพิเศษของท่านที่สุด แล้วแบบนี้ใครจะกล้าปฏิเสธ เธอรับปากและตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่ ปกติเธอเป็นแค่นางแบบให้แบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองเท่านั้น แต่เมื่อคุณหญิงให้โอกาสเดินแบบ เธอจึงเหมือนได้รับโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่อีกด้านหนึ่ง จากที่เคยเป็นนางแบบถ่ายภาพนิ่ง ก็ต้องมาเป็นนางแบบบนแคทวอล์ค
เมื่อจบการแสดงแฟชั่นโชว์ในสวนสวยของโรงแรมหรู ก็มีงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้กันต่อที่โรงแรมของคุณหญิงเตชิณีเช่นกัน หลังจากปาร์ตี้เมื่อคืนเธอดื่มหนักมาก ทำให้มีเรื่องไม่คาดคิดคาดฝันเกิดขึ้น ‘เธอเมาไวน์’ จนเกิดเรื่องจนได้
ร่างบางจัดกระเป๋าไปด้วยแววตาเหม่อลอย แต่เมื่อได้สติเธอก็เร่งมือกระทั่งจัดกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นก็ออกจากคอนโดแล้วรีบขับรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที เธอต้องการพบสูตินรีแพทย์ภายในวันนี้ และเธอก็ได้เข้าตรวจอย่างเร่งด่วน พร้อมปรึกษาหมอถึงปัญหาที่ประสบพบเจอมาอย่างละเอียด หมอรับฟังและให้คำปรึกษาเป็นอย่างดีจนเธอรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อได้รับยาและได้ตรวจอย่างละเอียดแล้วเธอก็ต้องรีบกลับ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะแจ้งผลตรวจผ่านทางอีเมลให้เธอทราบอีกครั้ง เพราะเธอต้องเดินทางไกลแล้ว
ถ้าไม่เมาชีวิตคงไม่วุ่นวายแบบนี้ เธอจะจำจนตายไม่เอาแล้ว ไม่เมาอีกแล้ว แม้แต่ไวน์แก้วเดียวก็จะไม่แตะอีก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเสี่ยงเกินไป หากผู้ชายคนนั้นมีโรคติดต่อเธอคงลำบาก
กว่าจะออกจากโรงพยาบาลก็เกือบเที่ยงวัน ปารดาต้องรีบขับรถกลับมายังคอนโด เพราะเที่ยงนี้เธอนัดกับครอบครัวเพื่อรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน อาหารมื้อนี้เหมือนเป็นมื้อเลี้ยงส่งเธอ เธอต้องรีบกลับไปให้ทันเวลา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี ปารดาที่กำลังเร่งฝีเท้าไปยังห้องพักรีบรับสายในทันที เมื่อเห็นว่าปลายสายคือพลอยชมพูผู้เป็นเพื่อนรัก เป็นหุ้นส่วนห้องเสื้อ พร้อมพ่วงตำแหน่งพี่สะใภ้เป็นคนโทรเข้ามา
“ว่าไงจ๊ะพลอย”
“ปิ๊ง อยู่ไหนแล้ว เมาหรือเปล่า พวกเรารออยู่ที่คอนโดแล้วนะ มาสักพักนึงแล้ว ไหนรับปากแม่ไว้ว่าจะทานมื้อเที่ยงด้วยกันไง แม่ถามหาแล้วนะ”
พลอยชมพูรัวคำถามมาเป็นชุด จนคนปลายสายต้องยิ้มออกมา เธอรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเธอ
“อ้อ ปิ๊งอยู่หน้าห้องแล้วจ้าพลอย”
ว่าแล้วเธอก็วางสายก่อนจะเคาะประตูห้องตรงข้ามกับห้องพักของเธอ ซึ่งเป็นห้องของพี่ชายนั่นเอง
“ปิ๊ง ไปไหนมา พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ นัดกันไว้เสียดิบดี พอมาแล้วไม่เจอก็นึกว่าจะเมาจนกลับบ้านไม่ได้เสียแล้ว เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม”
ทันทีที่เห็นหน้าปารดา พลอยชมพูก็บ่นเสียยาวเหยียด ก่อนที่คุณแม่ลูกสี่ที่ยังสาวและสวยจะโผเข้ากอดเพื่อนเสียเต็มรัก ปารดารีบโอบกอดเพื่อนรักไว้เช่นกัน แค่เจอหน้าพลอยชมพูความว้าวุ่นสับสนในใจที่มีมาก่อนหน้าก็แทบอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
“ไม่อยากจากไปเลยจริง ๆ นะ” ปารดาบ่นพึมพำ
“ไปแค่หกเดือนทำอย่างกับไปเป็นปี”
เป็นปวีย์ญาติผู้พี่ที่เปรียบเสมือนเป็นพี่ชายแท้ ๆ เดินเข้ามากระเซ้าเย้าแหย่อย่างที่เคยทำเป็นประจำ
“ใครว่าแค่หกเดือนคะ ตั้งหกเดือนต่างหาก พลอยต้องติดต่อปิ๊งบ่อย ๆ นะรู้ไหม ไปอยู่ที่โน่นคนเดียวปิ๊งต้องเหงามากแน่ ๆ” เธออ้อน
“มันแน่นอนอยู่แล้ว” พลอยชมพูรับปากด้วยรอยยิ้ม
“อ้อนเมียชาวบ้านตลอด ทำไมไม่หาแฟนเป็นของตัวเองบ้างจะได้มีคนไว้อ้อน อ้อนพลอยบ่อยเกิ๊น” ปวีย์คนหวงเมียเอ่ยแทรกขึ้นมา
“ก็ปิ๊งยังไม่เจอคนถูกใจนี่คะ แต่ก็ไม่แน่ ปิ๊งอาจจะเจอภายในหกเดือนนี้ก็ได้นะคะ ว่าแต่พี่ปีย์จะหวงพลอยอะไรนักหนาคะเนี่ย พลอยเป็นเพื่อนสนิทของปิ๊งค่ะ ดูปากปิ๊งนะคะ เพื่อน-สนิท เพราะฉะนั้นมีอะไรปิ๊งก็ต้องคุยกับพลอย เพราะปิ๊งสนิทกับพลอยที่สุดแล้ว พี่ปีย์เป็นผู้ชายไม่มีวันเข้าใจเรื่องของผู้หญิงหรอกค่ะ จริงไหมพลอย”
พลอยชมพูทำได้แค่ยิ้มขบขัน เป็นธรรมดาของพี่น้องคู่นี้ จิกกัดกันทุกเมื่อเชื่อวัน เธอชินเสียแล้ว
“อะไรกันจ๊ะ เถียงกันตั้งแต่เด็กยันโต มากินข้าวกันดีกว่าแม่จัดอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
ชื่นฤทัยผู้เป็นแม่ของปวีย์ และเป็นป้าของปารดาเอ่ยแทรกขึ้นมา ทำให้ปารดาต้องวิ่งไปกอดผู้เป็นป้าพร้อมหอมแก้มซ้ายขวาอย่างคิดถึง ด้วยไม่ได้เจอกันมาหลายชั่วโมงแล้ว
“คิดถึงจังค่ะ วันนี้จะกินข้าวฝีมือป้าชื่นให้เยอะ ๆ ให้อิ่มไปจนหกเดือนเลยดีไหมคะ” ปารดาอ้อน
“ถ้าปิ๊งกินได้ขนาดนั้นก็กินไป ป้าไม่ว่าหรอกนะ คริคริ ว่าแต่ได้ยินว่าหกเดือนที่ไปเรียนจะมีแฟนให้ได้เหรอจ๊ะ”
ชื่นฤทัยพูดไปพร้อมกอดตอบหลานสาว และลูบหัวลูบไหล่ปารดาอย่างแสนรัก ก่อนจะจูงมือบางของปารดาให้เดินไปที่โต๊ะอาหารด้วยกัน
“ก็ไม่แน่นะคะป้าชื่น ปีนี้ปิ๊งอายุยี่สิบหกแล้ว แต่ยังโสดสนิท ส่วนคนบางคนแถวนี้ลูกสี่แล้ว มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะเพราะฉะนั้นหกเดือนนี้ไม่แน่ปิ๊งอาจจะเจอเนื้อคู่กับเขาบ้าง บางทีเนื้อคู่ของปิ๊งอาจจะอยู่ไกลคนละซีกโลกก็ได้นะคะ” ปารดาเอ่ยพร้อมทำท่าที่เพ้อฝัน
“งั้นป้าก็ขออวยพรให้ปิ๊งเจอเนื้อคู่ภายในหกเดือนนี้นะจ๊ะ แล้วรีบแต่งงาน มีลูกให้ทันพลอยเขาล่ะ จริงไหมจ๊ะพลอย”
ชื่นฤทัยอวยพรหลานสาว ก่อนจะหันไปส่งไม้ต่อให้ลูกสะใภ้
“จริงค่ะแม่ รีบ ๆ เลยนะปิ๊ง”
พลอยชมพูเออออไปกับเขาด้วย เธออยากให้ปารดาได้เจอกับผู้ชายดี ๆ มีรักที่ดีแบบเธอ
“จะมีแน่เหรอ ทำงานงก ๆ วัน ๆ มีแต่โปรเจคโผล่เยอะแยะไปหมด ไม่มีเวลาหาแฟนหรอกแบบนี้ ถึงมีก็คงคบกันไม่นาน โดนทิ้งแน่ ๆ ผู้หญิงบ้างานขนาดนี้”
ปวีย์เอ่ยแซว พร้อมขยี้ผมน้องสาวเบา ๆ น้องสาวของเขามีความฝันมากมาย ทำงานงก ๆ ราวกับร้อนเงิน แถมมีโครงการใหม่ผุดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด มีห้องเสื้อกับแบรนด์เสื้อผ้าอยู่แล้ว ก็อยากต่อยอดแบรนด์ชุดชั้นในอีก แม้ตอนนี้ห้องเสื้อจะมีรายได้มากโขและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่ปารดายังไม่ยอมหยุดนิ่ง เขาอดชื่นชมเธอในใจไม่ได้เลย
“ก็ได้ค่ะ ปิ๊งจะบ้างานให้น้อยลง จะมองผู้ชายให้มากขึ้น จะหาน้องเขยแสนดีมาให้พี่ปีย์ให้ได้ และปิ๊งจะไม่ดื้อกับพี่ปีย์ด้วยค่ะ ทีนี้พี่ปีย์อย่าลืมส่งค่าใช้จ่ายตลอดระยะหกเดือนให้ปิ๊งด้วยนะคะ” ปารดาว่าพรางใช้ศีรษะถูไถไปกับแขนของพี่ชาย
“ไม่ลืมหรอก ไปอยู่โน่นก็ติดต่อมานะ ขาดเหลืออะไรให้รีบบอกไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรรีบโทรมาบอก ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง มาใช้เงินพี่นี่ น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้” ปวีย์เอ่ยบอกน้องสาว ถึงจะจิกกัดกันมาอย่างไร แต่ปารดาคือน้องสาวคนเดียวที่เขารักที่สุด
“ขอบคุณค่ะพี่ปีย์ แบบนี้ปิ๊งก็รวยแย่ คริคริ ”
ปารดาจึงกอดพี่ชายไว้แน่น นาน ๆ จะพูดจาดี ๆ กันสักที สำหรับปวีย์แล้ว ปารดาเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก น้องสาวที่มีเพียงเขา แม่ และยาย ซึ่งคอยเลี้ยงดูอุ้มชู ด้วยพ่อแม่ของปารดานั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว แม้เขาจะไม่แสดงออกบ่อยนักว่ารักน้อง แต่สำหรับเขาแล้ว เขาทั้งรักและหวงน้องสาวคนนี้มาก
